วิชาหนุมารคลุกฝุ่นภาคสนาม
คนเราทุกคนต่างก็เคยทำความดีความชั่วเคล้าคละกันไปด้วยกันทั้งนั้นเป็นธรรมดา ถึงแม้ว่าเราจะปิดบังซ่อนเร้นความไม่ดีของเราไว้ไม่ให้ผู้อื่นรู้ แต่อย่างน้อยตัวของเราเองนั่นก็ต้องรู้ อันตัวของข้าพเจ้าเองก็เช่นกัน เคยทำสิ่งที่ไม่ดีเอาไว้ก็มากไม่ใช่เป็นคนดีร้อยเปอร์เซ็นต์ วันนี้ข้าพเจ้าจึงขออนุญาตท่านผู้อ่านนำเรื่องที่ไม่ดีของตัวเองมาเล่าสู่กันฟังบ้างเพื่อเป็นการปลงอาบัติต่อกัน
หลังจากที่ข้าพเจ้าได้เคยใช้วิชาไสยศาสตร์-กำบังไพร นำเอาตัวพวกเพื่อนๆของข้าพเจ้าเข้าไปดูดนตรีฟรีที่โรงภาพยนตร์เฉลิมสิน สะพานควายแล้ว ตัวของข้าพเจ้าเองก็ถูกยกให้เป็นพี่ใหญ่ในหมู่ของพื่อนๆ จิตใจของข้าพเจ้าเริ่มฮึกเหิมขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งวันหนึ่งก็เกิดเรื่องขึ้นมาจนได้
ตามที่เคยเล่าให้ฟังแล้วว่า วันสุดสัปดาห์ต้นเดือนเพื่อนๆของข้าพเจ้าที่เป็นทหาร ข้าราชการและตำรวจน้ำ ต่างก็จะพากันกลับมาบ้านเพื่อพักผ่อน เวลาแดดร่มลมตก เราก็จะนัดแนะไปสรวญเสเฮฮากันตามประสาวัยรุ่นคึกคะนอง และดื่มน้ำเปลี่ยนนิสัยกัน ร้านอาหารที่เราไปประจำนั้นอยู่ในซอยกอเตย เป็นร้านตึกแถวสี่คูหาเปิดใหม่อยู่สุดซอย ในย่านสะพานควาย ร้านนั้นใหญ่โตกว้างขวาง ลมธรรมชาติพัดผ่านเย็นสบาย ด้านหน้าจะมีกองทราย กองหินอยู่สองสามกองสูงท่วมหัวเป็นสัญญลักษณ์ว่า ณ.ที่แห่งนี้กำลังปลูกสิ่งก่อสร้างอยู่ ร้านที่ว่านี้เจ้าของร้านนั้นได้จัดให้มีการเปิดเพลงจากเครื่องเสียงของทางร้านเอง ซึ่งเพลงที่กำลังฮิตสุดยอดในขณะนั้น คือเพลง “น้ำตาร่วงหลังพวงมาลัย” กับเพลง “ทำไมถึงทำกับฉันได้”ซึ่งแน่นอนเป็นเพลงโปรดปรานของพวกเพื่อนๆที่ร่วมโต๊ะเสวนารวมทั้งข้าพเจ้าด้วย
เมื่อเข้าไปนั่งในร้านอาหารได้ที่นั่งดีติดกับลำโพงแล้ว ได้มีการสั่งส้มตำปูดอง เนื้อน้ำตก เนื้อทอด ยำเล็บมือนาง พร้อมน้ำกระชับมิตร พร้อมกับเช่นเคยเสียงขอเพลงฮิตยอดนิยมจากโต๊ะข้าพเข้าดังขึ้นเป็นระยะๆ “ทำไมทำกับฉัน-น้ำตาร่วงได้...ขอหน่อยครับ” ซ้ำแล้วซ้ำอีก
ไม่นานนักได้มีกลุ่มวัยรุ่นใหญ่ซึ่งเป็นนักมวยชื่อดังแห่งเวทีราชดำเนินพร้อมกับช่างทำรองเท้าสองสามคนเข้ามานั่งสั่งอาหารรับประทานกัน รองเท้าหนังของท่านแต่ละคนเป็นเงามันขวับพร้อมทั้งที่หัวรองเท้ามีเหล็กชนิดพิเศษเสริมฝังไว้เพื่อให้รู้ว่าถ้าไม่แน่จริงท่านอย่ามายุ่งกับข้าน่ะอาจจะพิการได้ การขอเพลงในโต๊ะของข้าพเข้าสร้างความไม่พอใจให้กับโต๊ะเคียงข้าง ทำให้เจ้านักมวยตัวเขื่องเดินมาที่โต๊ะข้าพเจ้าพร้อมกับเอาแก้วน้ำกระชับมิตรยกมาให้เพื่อนข้าพเจ้าดื่ม ข้าพเจ้าห้ามเพื่อนไม่ให้ดื่มเพราะเห็นว่าเจ้าหมอนั้นกำลังเล่นวิชาไม่ดีบางอย่าง ไม่นานนักเจ้าหมอนั่นก็เดินกลับไปที่โต๊ะของตนเอง เสียงท้าทายดังขึ้นเป็นระยะๆจากโต๊ะของนักมวย แต่ข้าพเจ้าได้ห้ามปรามเพื่อนๆว่าไม่เอาไม่ใช่เรากลัวแต่ไม่มีความจำเป็นที่ต้องไปต่อกรกับเขา ให้ทำเฉยๆ จนกระทั่งไม่นานนักการห้ามของข้าพจ้าก็ไร้ผล เจ้านักมวยเดินมาที่โต๊ะข้าพเจ้าและขอประลองตัวต่อตัว เพื่อนข้าพเจ้าลุกขึ้นจะเดินออกไป แต่ถูกข้าพเจ้ารั้งมือเอาไว้ และบอกว่าให้เป็นหน้าที่ข้าพเจ้าเคลียร์เอง เจ้านักมวยตัวล่ำบึ๊ก แถมมีหัวรองเท้าเหล็กฝังเอาไว้ ไอ้เราก็ตัวไม่ถึงหน้าอกของมันเลย สู้กับมันคราวนี้คิดว่าตัวเองต้องแพ้แน่นอน แต่จำใจต้องสู้เพราะอยากไปเป็นพี่ใหญ่เขาเอง เมื่อเดินออกไปคาถาอาคมที่เคยเล่าเรียนมาเรียกว่า”วิชาอึอะอึดอัด” เป็นคาถาที่ทำให้เวลาต่อสู้จะอึดและต่อสู้ได้ทนทานนั้นก็ดันมาลืมไปเสียได้ นึกเท่าไรก็นึกตัวคาถาไม่ออกเพราะฝ่ายนั้นเขาก็มีครูดีเหมือนกันเล่นคาถา “นะจังงัง” ใส่ข้าพเจ้า
ข้าพเจ้าจำใจเดินโงกเงกโซเซออกไป แล้วก็ไปหกล้มอยู่ข้างกองทรายข้างร้านนั้น เมื่อลุกขึ้นมาได้เจ้านักมวยตัวใหญ่ก็ใช้เท้าเตะวืดมาที่หน้าข้าพเจ้า ข้าพเจ้าเอี้ยวตัวหลบนิดหนึ่งจึงทำให้พลาดไป พร้อมกันนั้นข้าพเจ้าได้เขวี้ยงหมัดซ้ายขวาออกไป เสียงเจ้านักมวยร่างยักษ์ร้องโหยหรวญครวญครางพร้อมกับเอามือปิดหน้าปิดตา ข้าพเจ้าใช้โอกาสนี้เตะใส่เจ้านักมวยนั่นหนึ่งชุดใหญ่ๆจนมันนอนราบเงียบไป การต่อสู้ยุติลงและเจ้าเพื่อนมันต้องมาหามเจ้านักมวยนั่นเข้าไปในร้านพร้อมกับล้างหน้าล้างตาให้มัน
เพื่อนๆข้าพเจ้าเข้ามารุมล้อมข้าพเจ้าพร้อมกับยกนิ้วโป้งให้ ข้าพเข้าบอกว่าใช้วิชาพิเศษคือวิชา “หนุมารคลุกฝุ่น” เพื่อนๆขอเรียนแต่ข้าพเจ้าขอผัดผ่อนจนบัดนี้วิชายังไม่เคยเปิดเผย ณ.ที่ใดมาก่อนเลย ใครรู้ว่าวิชานี้เป็นอย่างไรบ้างช่วยส่งจดหมายมาที่ บ.ก.หนังสือพิมพ์เมืองไทยนิวส์จะมีหนังสือคู่มือฝึกสมาธิให้เป็นรางวัล แล้วถ้าไม่มีใครตอบได้ในโอกาสหน้าประมาณเดือนหนึ่งข้าพเจ้าจะมาเฉลยปัญหาให้ทราบครับ
วิชาหนุมารคลุกฝุ่นภาคเฉลย
เมื่อหลายสัปดาห์ก่อนข้าพเจ้าได้นำเสนอวิชาหนุมารคลุกฝุ่นภาคสนามเอาไว้ และได้ตั้งปัญหาเอาไว้ว่าวิชาหนุมารคลุกฝุ่นคืออะไร ปรากฏว่าได้มีท่านผู้อ่านตอบคำถามเข้ามาและตอบได้ถูก ข้าพเจ้าจะได้จัดส่งหนังสือตำราฝึกสมาธิไปให้ถึงบันไดบ้านเลยน่ะครับ
ความเดิมตอนที่แล้วมีอยู่ว่าความที่เพื่อนๆต่างได้ยกให้ข้าพเจ้าเป็นพี่ใหญ่ จึงทำให้ข้าพเจ้าจำต้องรับผิดชอบในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องคือต้องไปประลองแลกเปลี่ยนหมัดกับเจ้านักมวยตัวใหญ่ซึ่งแน่นอนมองดูแล้วข้าพเจ้าต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ปราชัยอย่างมิต้องสงสัยชนิดเดิมพันเอาร้อยต่อหนึ่งทีเดียว เพราะอีกฝ่ายเป็นนักมวยล่ำบึก และคาถาอาคมที่เรียกว่า “วิชาอึอะอึดอัด” ที่ข้าพเจ้าได้เคยศึกษาเล่าเรียนมาก็ดันมาลืมไปเสียหมดเพราะโดน “วิชานะจังงัง” ของเจ้านักมวยนั่นใส่เข้ามา แต่อาศัยความโชคดีที่ข้าพเจ้าบังเอิญเดินหกล้มไปที่กองทรายหน้าร้านอาหาร จึงทำให้เกิดความคิดขี้โกงขึ้นมา จึงเอามือทั้งสองข้างกำทรายเอาไว้แน่น เมื่อได้จังหวะจึงได้ปล่อยทรายในกำมือทั้งสองใส่เข้าตาของเจ้านักมวยนั่น เมื่อทรายเข้าตาจึงทำให้เจ้านักมวยนั่นมองไม่เห็นและเจ็บที่ตา จึงเปิดโอกาสให้ข้าพเจ้าได้รัวอาวุธหมัดและเท้าหนึ่งชุดใหญ่ๆ ทำให้เจ้านักมวยตัวล่ำบึกล้มลงไปนอนกองอยู่กับพื้นอย่างงไม่เป็นท่า
และนี่คือความไม่ดีของข้าพเจ้าที่ได้นำมาเล่าให้ฟังเพื่อเป็นการปลงอาบัติต่อกันต่อมาเจ้านักมวยก็ถูกหามเข้าไปในร้านเพื่อล้างหน้าล้างตาให้มัน พวกเพื่อนๆก็มาห้อมล้อมข้าพเจ้าพร้อมทั้งเยินยอถึงฝีมือการชกมวย จึงได้โกหกเพื่อนๆไปว่าได้ใช้วิชาหนุมารคลุกฝุ่นเล่นงานเจ้าหมอนั่นถือว่าเป็นการโกหกเพื่อชาติ..เอ้ยขอโทษครับไม่ใช่ โกหกเพื่อไม่ให้เพื่อนรู้ว่าเราไม่เก่งจริงถ้าเพื่อนรู้ความจริงเพื่อนอาจจะไม่ศรัทธาเราต่อไปก็ได้ อันนี้เป็นนิสัยที่ไม่ดีแต่ขอโทษครับมันจำเป็นตามประสาวัยรุ่นครับในเวลาเดียวกันขณะที่ข้าพเจ้ากำลังทำธุระกิจส่วนตัวในห้องน้ำ เจ้าตุ้มนายสิบตำรวจจเอกสังกัดกองตำรวจน้ำเพื่อนในวงของข้าพเจ้าได้เดินออกไปประลองหมัดกับช่างทำรองเท้าาโต๊ะเดียวกับเจ้านักมวยนั่นอยู่ข้างนอก เมื่อข้าพเจ้าออกมาจึงพบว่าเจ้าตุ้มถูกสอยสลบอยู่หน้าร้านต้องช่วยกันประคบประหงมและหามเจ้าตุ้มกลับบ้าน ปรากฏว่ากระดูกซี่โครงเดาะ หน้าตาบวมเป่งและปากเป็นพญาครุฑ
ใครอยากรู้ว่าปากพญาครุฑเป็นอย่างไรให้ไปหาดูได้ที่สถานฑูตไทยประจำนครลอสแอลเจลลิส ถนนราชมอนต์เอากันเองน่ะครับ เจ้าตุ้มถึงกับต้องร้องเพลง “ทำไมถึงทำกับฉันน้ำตาร่วงได้” และต้องทำการหยอดน้ำข้าวต้มกินอยู่หลายยสัปดาห์กว่าจะสามารถเดินทางไปทำงานได้ (ต้องขอย้ำว่าหยอดน้ำข้าวต้มจริงๆเพราะต้องใชใช้หลอดกาแฟดูดข้าวต้มกินเอา)
นี่แหละ “วิชาหนุมารคลุกฝุ่น” ที่ข้าพเจ้าค้นพบวิชานี้ขึ้นมาโดยบังเอิญ เมื่อวิชานี้เปิดเผยขึ้นมาแล้ว ถ้าเจ้าพวกเพื่อนๆร่วมโต๊ะเสวนารู้เข้าอาจจะต้องเลิกเรียกข้าพเจ้าว่า “พี่ใหญ่” ก็เป็นได้ วิชานี้หลังจากวันนั้นแล้วไม่เคยหยิบขึ้นมาปัดฝุ่นใช้กับใครเลย ส่วนวิชาหนุมารคลุกฝุ่นของแท้นั้นเป็นอย่างไรข้าพเจ้าไม่ทราบ ถ้าท่านผู้อ่านมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ช่วยกรุณาสงเคราะห์เขียนมาเล่าสู่กันฟังเพื่อเป็นวิทยาทานบ้างจะเป็นพระคุณอย่างสูง
หมายเหตุ : บทความนี้ได้รับการลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ เมืองไทยนิวส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยคุณVasin Sornprasitti (Paul) อีเมล์ [email protected] (www.18body.com )
พกัหพะดเหกะหพะ
ตั้งนะโมสามจบ
โอม ผงเถ้าธุรี คงกระพันชาตรี คุกคลี ตรีมะอะ