ช่างพักสั้นๆของผมกำลังผ่านพ้นไป เพราะช่างทอผมขึ้นมาจากท้องนาแล้วหลังลงเก็บเกี่ยวข้าวในนา ระยะต่อไปนี้เราชาวช่างทอผ้าคงได้ลงงานหนักอีกครั้งก่อนจะปิดโครงการ จินตนาการใหม่ไหมมัดหมี่อีสาน ในช่วงกุมภาพันธ์ปีหน้า ซึ่งไม่นานนัก
ประจวบกับช่วงที่ผ่านมา เพื่อนที่มาเยี่ยมยามต่างมาให้กำลังในการดำเนินงานต่อไปเพื่อจะเป็นงานต้นแบบในการพัฒนาผ้าทอของแม่หญิงอีสานต่อไป
ในมุมมองของชาวบ้านนั้น แม้เราจะตะหนักว่าคนทุกคนมีศักยภาพแต่เมื่อเข้าสู่กระบวนการออกแบบเพื่อให้คนต่างวัฒนธรรมใช้ มันกลับตื้อตันไปหมดเพราะชาวบ้านคิดว่าตนเองไม่รู้เรื่องวัฒนธรรมการใช้ผ้าของคนต่างวัฒนธรรมเอาซะเลย
สิ่งหนึ่งที่ชาวบ้านต้องการไม่ใช่กระบวนการฝึกอบรมการออกแบบ เพราะเท่าที่ผ่านมานั้นก็ประจักษ์แล้วว่าการอบรมในแบบของรัฐนั้น ได้ผลน้อยมากในความคิดของชาวบ้านเพราะชาวบ้านยังคงทำงานแบบเดิม ไม่สามารถทอผ้าเพื่อตอบสนองตลาดภายนอกได้ ช่องทางในการสร้า้งความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระดับครอบครัวนั้นก็ไม่มี
งานที่ชาวบ้านต้องการคือ การทำงานหรือการทอผ้าที่มีประสิทธิภาพที่ช่างทอในฐานะผู้ผลิตสามารถตอบสนองลวดลายเนื้อผ้าที่นักออกแบบรุ่นใหม่ออกแบบมาให้ได้
นั้นแสดงว่าชาวบ้านไม่ได้ต้องการเป็นนักออกแบบเอง แต่ต้องการเป็นฝีมือแรงงานที่มีคุณภาพ ในการช่วงสร้า้งสรรค์งานตามที่นักออกแบบรุ่นใหม่ออกแบบไว้ เพราะเรามีศักยภาพในการทอ ในขณะที่คนรุ่นใหม่ที่ศักยภาพในการออกแบบและการตลาด
แต่การทำงานที่ผ่านมา หน่วยงานที่เข้าไปอบรมก็มักจะเชื่อว่าชาวบ้านออกแบบลายใหม่ ๆ ได้ ความเชื่อนั้นไม่ผิดหรอกครับ แต่ชาวบ้านเชื่อว่ามันเป็นจริงได้ยากและเขาไม่ได้ต้องการเป็นเช่นนั้น เขาต้องการมีงานทำ มีงานทอ ส่วนใครจะเอาไปขายขายให้ใครก็ตามแต่เพราะชาวบ้านไม่ถนัดงานธุรกิจ จึงไม่ได้คิดเรื่องออกแบบใหม่ ๆ
ผมว่างานที่หน่วยงานต่าง ๆต้องทำคือการประสานวิชาการภาครัฐเช่นในระดับมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนการออกแบบผลิตภัณฑ์ แฟชั่น การออกแบบเสื้อผ้าลงมาทำงานร่วมกับชาวบ้าน
เพื่อให้นักศึกษา นักวิชาการ นักออกแบบรุ่นใหม่เข้าใจบริบท เทคนิค กระบวนการ เทคโนโลยีของชาวบ้านอันจะนำมาซึ่งการพัฒนาผ้าทอมือในระดับต่อไป ส่วนชาวบ้านเองก็จะได้เรียนรู้การผลิตผ้าทอตามลวดลายใหม่ ๆ พัฒนาทักษะการทอผ้าของตนเองในระบบผลิตภัณฑ์ที่สนองตลาดได้
งานนี้เป็นความลงตัวกันของภาควิชาการกับภาคชุมชน เรื่องแบบนี้น่าจะเกิดนะครับ ที่เล่าไม่ใช่ผมจะเอาตัวเองเป็นมาตราฐานนะครับ เพียงแต่เล่าว่าการลงไปทำงานแบบนี้จะช่วยให้เกิดการพัฒนาจริง ๆ และเป็นการเรียนรู้บนสภาพจริง ๆ ของชุมชนช่างทอผ้า
คิดดีค่ะ เห็นด้วยอย่างยิ่ง
แต่จะทำอย่างไรต่อไปดีละ
ป้าแดงที่ฮักและคิดฮฮด
สวัสดีครับน้องออต
พี่กำลังจะเดินทางลงกรุงเทพฯ เห็นมี Free internet ที่สนามบินขอนแก่น ก็เลยเข้ามาใช้ดูครับ
ข้อเสนอของ ออต นั้นถูกต้องแล้วนะ มหาวิทยาลัยควรที่จะเข้ามามากขึ้น เพื่อดึงชุมชนให้ก้าวทันโลกที่ก้าวไปข้างหน้า มิใช่ตัวมหาวิทยาลัยก้าวไปเสียชนบทตามไม่ทัน มันห่างชั้นกันมาก ห่างเกินไปไม่ดีนะครับ อันตราย อิ อิ
พี่บางทรายครับ
สวัสดีค่ะ..คุณออต...
...
แวะมาทักทายค่ะ...พอหายใจคล่องขึ้นทำให้..เยี่ยมเยือนกัลยาณมิตรต่างๆ ได้ค่ะ
รักษาเจตนารมย์ในสิ่งที่ทำต่อนะคะ...
พี่กะปุ๋มน่ะชอบผ้า...ฝ้ายมาก...และทุกวันนี้สวมใส่ผ้าฝ้ายเสมอค่ะ
เกิดคุณค่า...มากเลยค่ะ
(^_____^)
พี่กะปุ๋ม
สวัสดีปีใหม่ค่ะคุณออต เพิ่งจะมีเวลาค่อยๆไล่อ่านบล็อกกว่าจะมาถึงนี่ใช้เวลาหน่อยค่ะ แต่ยังไงก็ไม่พลาด
สิ่งที่คุณออตเขียนนี้มันเป็นกุญแจสำคัญเลยนะคะที่จะทำให้การทอผ้าของชาวบ้านยังคงอยู่และพัฒนารูปแบบตอบสนองตลาด คนที่ไม่ได้อยู่วงในมักเข้าใจผิดไปเน้นเรื่องการพยายามให้ชาวบ้านออกแบบเป็น พี่เคยเห็นมามาก แล้วก้ไม่เข้าใจว่าทำไมอบรมเรื่องออกแบบไปแล้วชาวบ้านก็ยังไปไม่ถึงไหน เพิ่งจะเข้าใจนี่แหละค่ะ
ทำอย่างไรเราถึงจะทำให้สิ่งที่คุณออตพบเข้าไปฝังอยู่ในสมองของนักวิชาการ พัฒนากรที่ต้องการไปช่วยชาวบ้านพัฒนาการทอผ้า หากพี่มีโอกาสพูดคุยกับผู้ที่อยู่ในวงการ พี่จะนำประเด็นนี้ไปถามค่ะ
คุณนายดอกเตอร์