เมื่อต้องพักอยู่ร่วมห้องเดียวกัน  ต่างคนต่างอึดอัดใจ  เพราะมาจากคนละแห่งกัน   แต่ไม่คุยกัน มันทำให้เกิดความทุกข์ใจ เป็นเวลานานกว่า 6 เดือน  เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่อีกฝ่าย มีของบางอย่างหายไป  จึงได้นำเรื่องมาแจ้งที่ผู้ดูแลหอพัก   จึงได้ประสานในการให้คำปรึกษากับทั้งคู่

            พบว่า แต่ละคนมาจากพื้นฐานครอบครัวที่แตกต่างกัน  ของการอบรมเลี้ยงดู   อีกฝ่ายถูกเลี้ยงแบบมีระเบียบ แบบแผน   เคร่งครัด  เคารพในตนเองและผู้อื่น และอีกครอบครัว  ถูกเลี้ยงแบบอิสระ   ทำอะไรตามใจตนเอง   ทั้งสองครอบครัว เมื่อมาอยู่ร่วมกัน  ขาดการปรับตัวเข้าหากัน  และมักจะคิดเอง และคิดแทนอีกฝ่าย  คิดว่าจะง่ายๆเหมือนตนเอง จึงทำให้เกิดปัญหา  เมื่อเกิดเรื่องขึ้นมักจะไม่คุยกัน   จึงทำให้เกิดความอึดอัดใจ  นำมาซึ่งความทุกข์และมีส่วนส่งผลกระทบต่อด้านการดำเนินชีวิต

       จากนั้นจึงได้ถามความรู้สึกที่เกิดขึ้น เธอบอกว่า  ก็ไม่ค่อยได้คุยกันอย่างจริงจัง    เมื่อมาที่ห้องอีกฝ่ายก็หลับไปแล้ว เมื่อเราตื่น เธอก็หลับ  จึงจะเป็นการใช้ชีวิตที่สวนทางกัน  ไม่ค่อยได้พูดคุยกัน  แต่เมื่อเคลียร์และปรับความเข้าใจซึ่งกันและกัน  เธอทั้ง 2 คน รู้สึกพอใจ  และได้บอกความรู้สึกซึ่งกันและกัน  การอยู่ร่วมกันแต่ละฝ่ายมีข้อจำกัดอย่างไรบ้าง  เธอบอกว่าที่ผ่านมาขาดผู้ที่เป็นตัวกลางในการเชื่อมความสัมพันธ์ และให้ทั้งคู่ปรับความเข้าใจกันซึ่งกันและกัน

           การอยู่ร่วมกันให้ห้องพักเดียวกัน   ไม่คุยกัน จะทำให้เกิดความเครียด  ตัวกลางจึงมีความสำคัญมาก  ในการที่จะให้ทั้งคู้ได้มีความเข้าใจกัน และเป็นเพื่อนกัน  ที่สำคัญต่างฝ่างต่างลดฐิติของตนเองลงบ้าง  และยอมรับกับปัญหาที่เกิดขึ้น  ตั้งใจหันหน้าเข้าหากันจะทำให้การอยู่ร่วมกันดีขึ้น