เทคโนโลยีเกี่ยวข้าว
ท่านที่รัก
ฤดูนี้กำลังเป็นฤดูเกี่ยวข้าวของชาวนา
ข้าวแต่ละเม็ดกว่าจะเอามาหุงไห้เรากินได้ ต้องใช้เวลา แรงงาน พลังงาน แร่ธาตุ อะไรมากมาย ครับ
การรับประทานข้าวจึงควรระลึกอยู่เสมอ อย่ากินทิ้งกินขว้าง
ข้าวเป็นสิ่งหนึ่งที่มหัศจรรย์มาก นอกจากเป็นต้นพืชมหัศจรรย์แล้ว
เมล็ดข้าวก็มีสารพิเศษ ทำให้คนมีแรง มีกำลังวังชาได้
ขณะนี้กำลังเก็บเกี่ยว และใช้รถเกี่ยวข้าว ชนิดตีนตะขาบ หนักหลายตัน วิ่งเข้าแปลงนา ลุยย่ำแหลก
ผมห่วงแต่กุ้ง หอย ปู ปลา จะถูกตีนตะขาบบดขยี้ ลงไปในโคลนตม ตายสูญพันธุ์ในที่สุด
หรือท่านเห็นเป็นอย่างไร ครับ
ช่วงนี้ เสียงคำรามของรถเกี่ยวข้าว ก้องกระหึ่มอยู่กลางทุ่ง ...
หลายชีวิตคุ้นเคยไปแล้วครับ...
แต่เสียงนวดข้าวในคืนหนาวกลับก้องดังอยู่ในใจของผมอย่างไม่เปลี่ยนแปลง ...
ผมยังชอบวัฒนธรรมลงแขกเกี่ยวข้าวครับ ได้ความเอื้อเฟื้อ ได้ความรักสามัคคี ควายเหล็กมาคำรามแล้วก็จากไปสิ้นเปลืองน้ำมัน และอย่างที่ลุงวอว่าสัตว์เล็กสัตว์น้อยก็พลอยรับกรรมกับเขาไปด้วยครับ
สวัสดีครับ
ในหลวงท่านตรัสไว้วันก่อนบอกว่าชีวิตอย่าให้มันรีบร้อนมากนัก
การลงแขกเกี่ยวข้าวต่อไปก็จะเป็นตำนาน และจะเห็นในการสาธิต นิทรรศการ ทำนองนั้นต่อไป
สมัยก่อน ระหว่างที่พ่อกับน้าไถ่นา พวกเราเด็กๆ ก็ช่วยกันจับปลาในนาครับ
สวัสดีปีหนูทอง ๒๕๕๑
สวัสดีปีใหม่ล่วงหน้าคุณวรชัย ขอท่านจงมีความสุขในปีใหม่นี้มากๆ ครับ
สวัสดีครับ
มาแอบสารภาพกับความพลาดของตัวเองครับ
นานมาแล้ว เมื่อรุ่นน้องคนหนึ่งจะเปิดสอนวิชาปฐพีฟิสิกส์ในระดับปริญญา ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เขามาขอให้ช่วยร่างหลักสูตรให้
ผมบอกไปว่าหัวข้อ แรงบดอัดต่อดินในนาข้าวจากเครื่องจักรกลนี่ตัดออกไปได้เลยเพราะบ้านเราไม่น่าจะผลกระทบ
ที่ไหนได้เวลาผ่านไปไม่นาน ทั้งรถไถ รดเกี่ยวข้าวลงไปวิ่งในนากันโครมๆ
ไม่รู้ว่าดินจะถูกบดอัดไปมากเพียงไหนครับ และมีผลต่อสมบัติทางกายภาพอื่นๆของดิน เช่น เกิดชั้นดานแข็ง ความสามารถในการระบายน้ำ อากาศในดิน เปลี่ยนไปมากน้อยเพียงใด
อันนี้คือผลเสียนอกเหนือจากปูปลากุ้งหอยหายไปครับผม
ขอบคุณครับ
เรียนคุณลุงวอ และท่านอัยการ คะ prin ก็เป็นคนหนึ่งที่เกิดในชนบท ทำนาทำไร จะขอพูดแทนชาวนา เมื่อ 10 ปีที่ผ่านดีกว่าคะ วิธีการลงแขกเอาแรงเกี่ยวข้าวก็มีให้เห็นเป็นกิจวัตร แต่เมื่อเทคโนโลยีเข้ามีบทบาท ชาวนาชาวไร่ ก็อยากจะมีกิน มีใช้ ก็ต้องขวนขวายทำมาหากิน เพื่อจะมีชีวิตที่ดีขึ้น ใช่ไหมคะ ... เมื่อพูดถึงรถเกี่ยวข้าวตีนตะขาบ พี่ชายของ prin ก็ใช้เกี่ยวข้าวเหมือนกันคะ แต่ที่บอกว่าจะทำลาย หอย กุ้ง ก็ใช่คะ แต่ก็ได้อย่างเสียอย่างนะคะ ถ้าชาวนาใช่วิธีการลงแขกเอาแรงเกี่ยวข้าวจะทำให้ช้าไปใช่ไหมคะ แต่ถ้าเก็บเกี่ยวเร็ว ทำให้ชาวนาสามารถทำประโยชน์จากนาได้อีกรอบหรือเปล่า .. แต่จากที่ถามพี่ชายของ prin ทางภาคอีสาน ไม่ค่อยมีรถเกี่ยวข้าวให้เห็นกันบ่อย เพราะว่าส่วนมากจะเป็นรถเกี่ยวข้าวที่มาจากที่อื่นใช่ไหมคะ ตรงนี้ prin คิดว่า ได้ทั้งประโยชน์และเสียประโยชน์คะ หรือชาวนาจะมีวิธีการเก็บเกี่ยวข้าวที่ดีกว่านี้ ตอบด้วยคะ
คุณ prin ครับ
เทคโนโลยีมันทำให้การดำรงชีวิตสะดวกขึ้น สบายขึ้น แต่มันก็มีข้อเสียเยอะเหมือนกันครับ อยู่ที่เรารู้จักใช้มันให้พอเหมาะครับ
ขอแสดงความคิดเห็นด้วยคนครับลุง(ในฐานะคนทำนาเป็นอาชีพเสริม)
อดีต แรงงานทางภาคเกษตรมีมาก ซึ่งปัจจุบันเป็นแรงงานทางภาคอุตสาหกรรมมากกว่า
อดีต ชาวนาก็ทำนาเพียงอย่างเดียวก็อยู่ได้แล้วปัจจุบันต้องปากกัด ตีนถีบ มือจั่ว
อดีต วัดคนที่คุณธรรม จริยธรรม ปัจจุบันวัดที่ความรวย
อดีต ทำนา(ดำนา)เป็นแรมเดือน ปัจจุบันทำนา ๓ วัน
อดีต ศัตรูข้าวมีน้อยมาก ปัจจุบันมากกว่านักการเมืองอีก
อดีต ป,กข้าวไว้กินในครอบครัวหรือแลกสิ่งของ ปัจจุบันทำไว้ขายเพื่อใช้ชีวิตในสังคมเมืองที่ใช้เงินอย่างเดียว
คิดแล้วท้อครับลุง ผมลงไปทำนาโดยนิสัย(ความเป็นผู้นำ)พาชาวบ้านทำนาแบบเดิมๆได้รับการปฏิเสธมาแล้ว ๔ ปี ครับ ปีนี้ซื้อนาเพิ่มอีก ๑๒ ไร่ ก็ยังมีความพยายามจะทำแบเดิมๆอยู่ไม่รู้ชาวบ้านจะมาทางเรากี่มากน้อย
ขอแสดงความคิดเห็นอีกคนนะครับ...ในฐานะลูกชาวนา
ขอแสดงความเห็นด้วยกับคุณ Sangworn นะครับ แถวบ้านผมเนี่ย (อ.คำชะอี)ค่าจ้างเกี่ยวข้าวปีนี้ ตอนนี้(พ.ย.)วันละ 250 บาท(ลูกจ้างหาข้าวกินเอง)แถมเริ่มงานและเลิกงานตามเวลาราชการอีก ไม่เหมือนเมื่อก่อนนะครับ ตอน 10 ปีที่แล้วยังวันละ 100 บาทอยู่เลย บางคนต้องมัดจำลูกจ้างไว้ล่วงหน้าเพราะกลัวว่าจะหาลูกจ้างไม่ได้ เฉลี่ยแล้วถ้ามีนา 10 ไร่ ก็ต้องลงทุนทั้งปีประมาณ หมื่นหรือมากกว่านั้น บางคนคิดว่าไม่มาก แต่สำหรับชาวนานั้นมันก็เยอะพอสมควรเพราะเขามีรายได้ส่วนมากก็มาจากการขายข้าว
การลงแขกนั้นถ้าทำได้ก็ดีครับ...แต่เคยเห็นผู้ใหญ่เขาคุยกันก็ไม่เห็นมีใครเอาด้วยสักที ก็มันเห็นผลต่างกัน(250:ลงแขกเกี่ยวข้าว)
คิดไปคิดมาก็เหนื่อยเหมือนกันนะครับ...บ้านผมมีนาประมาณ 20 ไร่ พ่อแม่มีลูก 5 คนแต่ก็ไปทำงานคนละที่(ทำนาอย่างเดียวเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้แล้ว เศรษกิจมันบีบคั้น) ทำให้แรงงานทำนาก็ขาดไป ก็ต้องจ้าง
และเดี๋ยวนี้นะครับ...ลูกชาวนาบ้านนอกหลายคนไม่อยากทำนาแล้วครับ ถ้าไม่ไปเรียนต่อ ก็ไปทำงานที่ กทม. ซ้ำร้ายบางคนไปเรียนแล้วต้องออกกลางคันเพราะตั้งท้องในขณะที่เรียน มีเพื่อนผมคนนึงไปเรียนแล้วก็ไปเป็นเมียน้อย(เด็ก)ของเสี่ยในเมือง
คนพวกนี้ส่วนมากก็ลูกชาวนานั่นแหละครับ
นี่ก็บ่นมามากแล้วนะครับ....ขอบคุณทุกท่านที่ให้ความกรุณาอ่านนะครับ
ด้วยความเคารพ
การทำนาเป็นวิถี หรือวัฒนธรรมที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุสที่มากกว่า4,000 ปี จากหลักฐานที่พบองค์ประกอบของคาร์บอนที่สันนิฐานน่าเป็นส่วนหนึ่งของข้าวกับภาชนะเก่าที่ข้างหลุม นั้นก็น่าจะสมมุติฐานได้ว่าแถบลุ่มน้ำรู้จักพืชตระกูลหญ้าที่เรียกว่า ข้าว และอาจจะรู้จักมาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ ข้าวที่ให้ผลผลิตในช่วงก่อนเข้าหน้าแล้ง มักจะประสบปัญหาไฟป่าลามทุ่ง และอาจทำให้เกิดข้าวตอก จากที่มนุษย์โบราณได้พบ จะบังเอิญหรือไม่ก็ตาม เมื่อนำมาประทังหิวได้ ก้เพียงพอ แต่ว่ารสชาดของข้าวดีเกินคาด การหวงแหนอาณาเขตทุ่งจึงเกิดขึ้น และแผ่ขยายได้เร็ว แม้จะไม่มีความรู้ด้านเกษตรกรรมเลย บ่อยครั้งที่ไฟลามทุ่งวอดไปหมด เลือแต่ซากเถ้าถ่าน แต่ผ่านเข้าสู่ฤดูฝนข้าวเปลือกที่รอดพ้นจาการเผาก็กลับคืนสภาพเต็มท้องทุ่ง เสมือนประหนึ่งว่าเทวดาประทาน การประทานหรือการให้ชีวิต ก็เสมือนแม่ผู้ให้กำเนิด วิถีของคนที่ได้รับและเห็นคุณค่าของผู้ให้จึงเกิด
ดังจะกล่าวถึงแม่เถ้าวัย 97 ปี ผู้ซึ่งสามีได้จากไปเมื่อ 5 ปีก่อน อยู่ท้ายทุ่งหมู่บ้านเล็กแห่งหนึ่งของจังหวัดสุรินทร์ ชาวบ้านมักจะกล่าวหาว่าแม่เถ้าเป็น"ปอป" ด้วยตระกูลที่มีแต่ผู้อายุที่ยืนยาว ผอม แวดตาที่นิ่งลึก มีความคิดที่แสดงถึงการยึดมั่นแห่งตนสูง กอรปกับบุตรหลานได้ปล่อยทิ้งไว้ลำพัง พื้นนาที่เคยเป็นคนขยันที่มากว่า 50 ไร่(แต่ในปัจจุบันตามโครงการจัดสรรที่ดินและออกเอกสารสิทธิ์)บุตรก็ได้จำหน่ายไปเกือบสื้น เนื่องด้วยบุตรไปทำงานเมืองกรุงได้รู้วิธีทำนาด้วยวิธีการแปลก(อาจเป็นเพียงข้ออ้างของบุตรเพื่อจะขายที่นา) คือ การปลูกข้าว "เฮื้อ" เฮื้อ เป็นสำเนียงอีสาน ที่หมายถึงข้าวที่สุกงอมเต็มที่แล้วร่วงหลุ่น ตามธรรมชาติของข้าวบนแปลงนาที่ใหญ่ที่ห่างเหญิจากการดูแลที่มากกว่า 20 ปี (ที่ดินยังไม่มีเอกสารสิทธิ์ใด ๆ ) คนที่เคยคิดยึดเอาที่นาของยายเถ้า มักมีอันเป็นไปทุกราย จึงสอดคล้องกับคำว่า ปอป ของยายเถ้า
ยายแก่คนเดียวใช้วิธีการเก็บเกี่ยวด้วยการปล่อยให้ข้าแก่เต็มที่จนล้มลง ข้าวแต่ละต้นก็ไม่สมบูรณ์นัก การเก็บเกี่ยวด้วยมือใช้เวลามากกว่า 3 เดือน โดยเริ่มที่เดือนพฤศจิกายน โดยยายเถ้าจะนำรถเข็นไม้เข็ญแล้วใช้เคียวเกี่ยวเฉพาะคอรวงมาวางที่รถ ยายเถ้าจะนังเกี่ยวไปเรื่อง ๆ บางครั้งก็นอนค้างคืนตรงที่เกี่ยว นาประมาณ 50 ไร่ ได้ข้าวประมาณ 70-80 ถุงปุ๋ย ถุงละประมาณ 35 กิโลกรัม ซึ่งก็มากพอกินเพียงเดือนละ 1 ถุง และเป็ดไก่อีกเดือนละประมาณ 4 -5 ถุง ข้าวของแกไม่มีใครกล้าขโมย หรือรับขัดสีให้ด้วยความกลัว ผมพึ่งได้มาอยู่หมู่บ้านเป็นเขย อยู่มาถึง 9 ปีแล้วเห็นชีวิตที่น่างสารของแก ที่ไม่ยอมพึงลมหายใจของใคร ที่นาของผมก็ติดกลับที่นาของแก ผมกลับมองเห็นความมุ่งมั่นและพิธีกรรมอันเก่าแก่ของยายเถ้าเพื่อเซ่นแก่พระแม่โพสพ
ข้าที่ลงเหลือจากกระบวนการเก็บเกี่ยวของแกก็พร้อมที่จะงอกเกิดใหม่อีกครั้งหลังจากที่ได้น้ำฝน ในฤดุฝน ปีใหนที่นำดีข้าที่ไม่ผ่านการไถกลบ การหว่าน การปักดำเลยแม่แต่น้อย ขอให้นำมี ข้าวของแกสวยกว่าข้าวที่ใช้กระบวนการด้วยซ้ำไป แต่ที่แปลกตรงที่ว่าข้าวมันงอกขึ้นได้อย่างไร ทั้งที่หลังการเก็บเกี่ยวแกจะจุดไฟเผาข้าวแม้นจะเก็บเกี่ยวหมดหรือไม่หมดก็ตาม
ข้าวเป็นพืชตระกูลหญ้าที่มีความทนต่อสภาพต่าง ๆ ได้ดี มีบางปีที่ผมใช้เครื่องจักเก็บเกียวให้เพราะความเห็นใจ แกต่อต้านผมตลอด จนใจอ่อนยอมให้ผมทำให้ แกได้ข้าวที่มากกว่า 400 ถุงปุ๋ย ปรือประมาณ 13,000 กิโลกรัม ได้ข้าวมากแต่แกกลับไม่ยินดีแม้แต่น้อย แกกลับขอเอาข้าวเพียง70 ถุง ผมก็รอว่าแกจะให้ค่าเกี่ยวนวด แกก้ไม่ยอมเอยว่าให้ ส่วนที่เหลือ ก็ตั้งวางไว้นอกยุ้งแล้วแต่ใครจะเอาไป ก็ไม่มีใครกล้า จนข่าวรู้ถึงบุตรกลับมาเอาไปขายจนเกลียง ผมก็ไม่ได้ค่าเกี่ยวนวดแต่อย่างไร
เมื่อวิธีบนความพอเพียงของแก แกขอเป็นอย่างที่เคย แต่สิงหนึ่งที่เหนือกว่าคนอื่นคือ จิตที่ทำได้มากกว่ากาย เป็นค่าตอบแทนความรู้ให้แก่ผมแทนค่าเกี่ยวนวดด้วย เครื่องจักร
เครื่องจักรที่ผมมีมันทำได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็ช้ากว่าใจผมต้องการอยู่เสมอ เครื่องจักรไม่ได้ช่วยให้วิถีชีวิตผมดีขึ้นแต่อย่างไร
การที่เครื่องจักรทำงานมันก็มาจากมนุษย์เป็นคนสั่งการ ถ้าคนสั่งการขาดซึ่งจิตวิญญาณความเป็นวิถี ก็เท่ากับว่าเอาเครื่องจักรทำลายธรรมชาติ
แต่ถ้าความเป็นมนุษย์ที่ดีใช้เครื่องจักรทำงานแทน ก็เปรียบได้ว่าเป็นผู้ทรงพลังวิเศษทำให้วิถีไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน อย่างที่ใครหลายคนร้องขอ
ชาวนาในหมู่บ้านทำไมจึงไม่อยากทำนา ละทิ้งวิถีของตน
สังคมอวดอ้างมากขึ้น
อบต.น่าเคารพ
นายก ผู้ยิ่งใหญ่
สภาอันเกรียงไกร
เหตุไฉนฉันจะกลับ อายทำนา
การแก่งแย่ง แม้นแลกด้วยผืนนาก็ยอม
สอบตกแล้วไปไหน
ตอบ ไปเมืองกรุง (ตั้งหลัก) แล้วจะกลับมาเอาคืน
กลยุทธ นายทุน เพื่อยึดครองที่นา คือ ทำชาวนาผู้ซื่อสัตย์ เป็นหนี้สิน
ทำไม่ยาก...
ใครคือนายทุน...
เขาคิดว่าเขาแน่ที่จะทำนาได้กำไร...
ไม่... เขาไม่ทำ แต่จะให้ชาวนาขยันมากขึ้น ทำนำเช่าผืนนาตนเอง แต่ให้คนอืน ๆ
ความเสียงทุกอย่างอยู่กับชาวนา แต่ดอกผลยังคนเดิม ... และเป็นมรดกอันเลวร้ายแก่ชาวนา
คำว่ากระดูกสันหลังของชาติไทย
ขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาแลกเปลี่ยนกัน ครับ มีคุณค่ามาก
งานวิจัยของ อ.สุขศรี กัลชาญพันธ์ เกี่ยวกับวิถีชีวิตของชาวบ้านกับการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมการทำมาหากิน พบว่า หลังจากที่ชาวบ้านหันมาใช้เทคโนโลยีในการทำนาและการปลูกพืช ล่าสัตว์มาทำอาหาร เพราะต้องการผลิตเพื่อการจำหน่ายในระบบทุนนิยม ต้องแข่งขันกันรวย เป็นเหตุให้สภาพทั่วไปเกิดผลเสียตามมาทั้งด้านกายภาพและสังคมสิ่งแวดล้อม ความเชื่อต่างๆ
ผมเชื่อว่าถ้าเราอยู่อย่างพอเพียง ตามหลักปรัชญาของในหลวง เราคงไม่เดือดร้อนมาก
เหมือนคุณยายที่ จ.สุรินทร์ ครับ
อยากให้เข้าไปอ่านเพื่อสนับสนุน
www.oknation.net/blog/TKDH/2009/10/18/entry-1
ถ้าไม่ใช้รถเกี่ยวข้าวแล้วชาวนาจะเกี่ยวข้าวทันได้ยังไงครับ ถ้าช้าไม่ทันก็เสียหาย รอมาตั้งนาน แต่คนงานหายากมาก
คิดยังไงก็คิดไม่ออก