ถ้าผมไม่ไปช่วยงานมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จะมีคนตกงานหลายคนทีเดียว เพราะทำงานไม่สำเร็จ

   ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมเพิ่งรู้ตัวเองว่าได้ทำตัวเป็นหน่วยกู้ภัยทางวิชาการ โดยไม่รู้ตัว 

ถ้าผมไม่ไปช่วยงานมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง อาจจะมีคนตกงานหลายคนทีเดียว

เพราะทำงานไม่สำเร็จ

และมีบางคนคิดฆ่าตัวตายเพราะทำงานไม่สำเร็จตามเป้าหมาย (และกำลังจะมีแนวโน้มต้องออกจากงาน) 

สาเหตุที่ทำงานไม่สำเร็จก็เพราะ ความรู้ไม่พอใช้

 เขาได้ดิ้นรนหาตัวช่วย แต่ก็ไม่สำเร็จ ประกาศทุกทาง ก็มีคนมาสมัครบ้างแต่ก็ไม่ตรงกับความต้องการ ตามที่เจ้าของเงินกำหนดไว้ให้ทำ 

 

จะพึ่งนักวิชาการคนไทยที่รับปากจะช่วย ก็ยังไม่ทำตามที่บอก  จะทำอะไรต่อก็ยาก

  <h6 style="margin: 0cm 0.9pt 0pt 3.6pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal">ขนาดงานเมืองไทยที่สามารถดูแลได้อย่างใกล้ชิดที่สุดแล้ว ยังไม่ได้ตามเป้าหมาย งานที่ทำแบบเครือข่ายใน ต่างประเทศอีก ๕ ประเทศ ยิ่งมีปัญหาใหญ่</h6><h6 style="margin: 0cm 0.9pt 0pt 3.6pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal"></h6><p> กว่าผมจะทราบเรื่องนี้ก็จวนเจียน เหลือเวลาอีกเพียง ๓ เดือนที่เขาจะตัดโครงการ </p><p>ผมได้รับการทาบทามผ่านเพื่อนสนิทที่เป็นชาวต่างชาติ ว่าพอจะมีเวลาไหม มีเงินตอบแทนไม่มากเท่ากับงานที่ปรึกษาทั่วไป  </p><p style="margin: 0cm 0.9pt 0pt 3.6pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal">ด้วยความรู้สึกว่า</p><ul>

  • เมืองไทยจะเสียหน้า
  • โครงการจะล้มเหลว
  • ชาวบ้านจะไม่ได้ประโยชน์
  • ผมจึงไม่ลังเลที่จะรับปากช่วยงานดังกล่าว โดยไม่คิดจะคุยเรื่องเงินตอบแทน
  • </ul><p style="margin: 0cm 0.9pt 0pt 3.6pt; tab-stops: 36.0pt" class="MsoNormal"></p><p> จากปัญหาดังกล่าว แสดงว่า</p><ul>

  • สังคมไทย และสังคมโลกกำลังวิกฤตความรู้·       
  • เราขาดข้อมูล หรือว่า
  •  ระบบการแปลงข้อมูลไม่ดีพอที่จะทำให้ข้อมูลเป็นความรู้ หรือ
  •  ไม่มีเครื่องแปลงข้อมูลเป็นความรู้ หรือว่า
  •   อะไรกันแน่ที่บกพร่อง 
  • ถ้าความรู้มีมากพอ เราคงจะทำงานได้แบบแทบไม่มีขีดจำกัด ในสถานการณ์นี้
  • ข้อมูลที่มีจึงไม่ใช่อำนาจอะไรทั้งสิ้น 
  • </ul><h1> แต่ผมว่า อำนาจ ที่แท้จริง คือ ปัญญาในการแปลงนั่นแหละครับ  </h1><ul>

  • การแปลงข้อมูล ก็ ต้องใช้ความรู้ 
  • พอขาดปัญญาในการแปลงข้อมูล ก็ ขาดความรู้  
  • พอขาดความรู้ ก็ เลยขาดปัญญา 
  • พอขาดปัญญาก็จะพยายามฆ่าตัวตายไปหาปัญญาใหม่  หรือ
  • หาโอกาสใหม่ 
  • </ul><p>ดังนั้น การมาทำงานที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น  </p><ul>

  • ผมมาช่วยชีวิตคนไว้หลายคน  
  • ตอนนี้ หัวหน้าโครงการก็สบายใจแล้ว
    • ว่าจะมีคนมาช่วยกู้สถานการณ์ ที่เลวร้ายให้กลายเป็นดี
    •  งานที่คั่งค้างมาเกือบปี ก็กะว่าจะเสร็จตามกำหนด
    •  นักศึกษาก็จะมีมารับทุนให้ครบ·
    •   แผนงานรวมก็จะชัดเจนขึ้น ทั้งในประเทศไทย และเครือข่ายอีก ๕ ประเทศ
    •  งานอื่นๆ ก็จะมีคนเข้ามาช่วยทำ
    •  โดยผมทำตัวเป็นหน่วยกู้ภัย ประสานงานกับเครือข่าย ในการทำงาน กับ กลุ่ม gotoknow กลุ่มนักพัฒนาเอกชน นักวิชาการ ฯลฯ
    •  งานสอนบางวิชาที่ไม่มีใครสอน ผมก็จะไปเป็นอาจารย์พิเศษสอนให้
    •   นักศึกษาปริญญาโทในโครงการ ผมก็จะช่วยเป็นที่ปรึกษาให้
    •  งานที่ปรึกษาโครงการผมก็จะรับช่วยทั้งสองงานที่เหลือ 

    </ul><p>เลยทำให้หัวหน้าโครงการ เลิกคิดฆ่าตัวตายแล้ว </p><p>ความเครียดลดลง และกำลังไปหาหมอรักษาโรคที่เหลือเนื่องจากความเครียดฝังลึก </p><p>ผมเลยได้เรียนรู้อีกว่า คนจนปัญญาจะป่วยหลายเรื่องพร้อมๆกัน จึงทำให้แก้ไขยาก </p><p>แต่ก็คงแก้ทีละเปลาะ </p><p>แต่หัวหน้าโครงการ ก็ยังไม่เลิกต่อว่าปัญหาที่เกิดจากนักวิชาการเมืองไทย</p><p>ทำให้ผมก็ยังพูดไม่ออก แค่กล้อมแกล้มว่าติดต่อผิดคนเอง ช่วยไม่ได้ </p><p>ผมจะอ้างอย่างอื่นก็ยังไม่มีผลงานให้เขาเห็น  </p><p>ให้กู้ภัยเสร็จก่อนแล้วค่อยคุยอีกที </p><p>ตอนนี้บอกไว้เลยครับ ใครได้รับโทรศัพท์จากผม ก็ให้ทราบไว้เลยว่า </p><p>ผมกำลังหาสมาชิกกู้ภัยมาเสริมทีมครับ</p><p>ช่วยผมด้วยครับ </p><p>ขอประทานโทษ และขอบคุณล่วงหน้าครับ   </p>