เมื่อวันเสาร์ที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ สมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยฯ โดยคณะกรรมการอำนวยการแผนงานเครือข่ายพยาบาลเพื่อการควบคุมยาสูบแห่งประเทศไทย ได้จัดประชุมเครือข่ายฯ เรื่อง “พยาบาลประสานพลังเพื่อครอบครัวปลอดบุหรี่ : การแลกเปลี่ยนเรียนรู้” ณ โรงแรมแม็กซ์ ถนนพระราม ๙ กรุงเทพมหานคร รศ.ดร.ทัศนา บุญทอง นายกสมาคมฯ ประธานที่ประชุมมาถึงแต่เช้า
การประชุมมีวัตถุประสงค์ดังนี้ (๑) เพื่อให้ผู้เข้าประชุมได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์การดำเนินโครงการช่วยเหลือเพื่อเลิกบุหรี่ในผู้สูบบุหรี่ และการส่งเสริมครอบครัวและสังคมปลอดบุหรี่ (๒) เพื่อรวบรวมองค์ความรู้ที่ได้จากการดำเนินโครงการข้างต้น และ (๓) เพื่อสร้างเครือข่ายผู้ปฏิบัติ
รศ.ดร.อรสา พันธ์ภักดี |
รศ.ดร.ทัศนา บุญทอง |
รศ.ดร.อรสา พันธ์ภักดี ผู้รับผิดชอบโครงการต้องการให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แบบ KM ในกิจกรรมกลุ่มย่อย ดิฉันแนะนำว่าถ้าจะให้การแลกเปลี่ยนเรียนรู้มีพลัง ควรเลือกผู้เข้าประชุมที่เป็น “คุณกิจ” ตัวจริงและมีผลงานที่เป็น best practice มีการเตรียม “คุณอำนวย” และ “คุณลิขิต” ล่วงหน้า พร้อมทั้งได้ส่งแนวทางการจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ บทบาทหน้าที่ของ “คุณอำนวย” “คุณลิขิต” และแนวทางการเล่าเรื่องไปให้ ทีมผู้จัดการประชุมรับดูแลกิจกรรมกลุ่มย่อยเอง โดยเอาคณะกรรมการมาทำหน้าที่คุณอำนวย
ดิฉันทำหน้าที่เป็นวิทยากรบรรยายเรื่อง “แนวคิดการจัดการความรู้” ในช่วงเช้าก่อนที่จะมีการแบ่งกลุ่มย่อย เนื้อหาที่บรรยายมี ๔ ส่วน คือ
(๑) แนวคิด KM บรรยายสั้นๆ เพียง ๔ สไลด์ แบ่งความรู้เป็น ๒ ชนิดใหญ่ๆ คือ Explicit และ Tacit ความรู้ทั้ง ๒ ประเภทนี้เปลี่ยนสถานะระหว่างกันได้ตลอดเวลาตาม SECI Model แนวทางการจัดการความรู้ทั้ง ๒ ประเภทเป็นอย่างไร เดิมทีตั้งใจจะฉายวีดิทัศน์ความยาวเกือบ ๓๐ นาทีที่ตัดต่อจากการบรรยายของ ดร.ประพนธ์ ผาสุขยืดเรื่อง “รู้จัก รู้หลัก และรักที่จะใช้ KM” ในคราวที่จัดงานมหกรรม KM เบาหวาน แต่ไม่ได้ฉายเพราะการประชุมเริ่มช้าไปประมาณ ๓๐ นาที
(๒) แนวทางการจัดการความรู้ ดิฉันเล่าประสบการณ์ของเครือข่าย KM เบาหวาน ที่ได้ใช้การจัดตลาดนัดความรู้ เพื่อนช่วยเพื่อน เว็บบล็อก และ Action review cycle เป็นเครื่องมือในการจัดการความรู้และขับเคลื่อนเครือข่าย
(๓) ผลที่เกิดขึ้นจากการใช้ KM ในกรณีเครือข่าย KM เบาหวาน
(๔) แนะนำกิจกรรมในกลุ่มย่อยว่าใครต้องมีบทบาทอะไร อย่างไรบ้าง เพื่อให้การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ เน้นการสร้างบรรยากาศเชิงบวก การแสดงความชื่นชมยินดี ให้เอาความสำเร็จมาแลกเปลี่ยนกัน ไม่ใช่การ share ความคิดหรือปัญหา ถ้าเล่าปัญหาต้องมีวิธีการแก้ที่ได้ผล
ผู้จัดงานแบ่งผู้เข้าประชุมจำนวนประมาณ ๑๔๐ คนเป็น ๑๐ กลุ่มย่อย กลุ่มที่ ๑-๒ : การควบคุมการบริโภคยาสูบในสถาบันการศึกษา กลุ่มที่ ๓-๘ : การควบคุมการบริโภคยาสูบในโรงพยาบาล กลุ่มที่ ๙-๑๐ : การควบคุมการบริโภคยาสูบในชุมชน/โรงเรียน/โรงงาน เวลาสำหรับกลุ่มย่อยเริ่มตั้งแต่ ๑๐.๔๕-๑๒.๐๐ น. และ ๑๓.๐๐-๑๔.๓๐ น. ก่อนจะมานำเสนอผลงานในห้องใหญ่อีกครั้ง
ดิฉันสังเกตการณ์ตามกลุ่มต่างๆ พบว่าทุกคนมีความตั้งใจและความกระตือรือร้นดีมาก พยายาม follow กติกาที่ได้ให้ไว้ว่าให้เล่าเรื่องที่ตนภูมิใจเพียง ๓ นาที ผู้ที่ทำหน้าที่ “คุณอำนวย” อาจจะยังไม่คุ้นเคยกับบทบาท บางคนเอาเอกสารแนวทางที่ให้ไปมาดูเป็นพักๆ บางคนก็ถามดิฉันเพื่อความมั่นใจ ดิฉันสังเกตว่า “คุณลิขิต” บางกลุ่มเขียนตัวหนังสือใน flipchart ตัวเล็กเกินไปจนคนในกลุ่มน่าจะอ่านไม่ออก คราวหน้าถ้ามีโอกาสแนะนำกิจกรรมแบบนี้อีก จะต้องเตือนเรื่องการเขียน flipchart ด้วย
ตอนนำเสนอมีเวลากลุ่มละ ๕ นาที จึงไม่ค่อยได้ยิน “เรื่องเล่าเร้าพลัง” สักเท่าไหร่ ประกอบกับมีคำถามเชิงวิเคราะห์หรือให้ช่วยกันคิดเข้าไปด้วย และกลุ่ม ๑ เป็นกลุ่มที่คุยกันเรื่องการจัดทำตำราสำหรับนักศึกษา ผู้เข้ากลุ่มนี้บอกว่า “ไม่ค่อยได้ KM เท่าไหร่”
หลังการนำเสนอเสร็จผู้ดำเนินรายการขอให้ดิฉันให้ความเห็น จึงใช้โอกาสนี้บอกว่าดิฉันรู้ว่ามีเรื่องดีๆ เยอะมากที่ควรหยิบยกมาแลกเปลี่ยน-เผยแพร่ อยากให้มีผู้ที่ทำหน้าที่ประสานงานเครือข่ายทำหน้าที่คอยกระตุ้นให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน และคิดว่า ผศ.กรองจิต วาทีสาธกกิจ ที่ปรึกษามูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ น่าจะเป็น Resource person ที่ดีมาก เพราะรู้เยอะว่าใคร ที่ไหน ที่ทำเรื่องบุหรี่ได้ดีบ้าง ตอนรับประทานอาหารกลางวันอาจารย์กรองจิตเล่าความสำเร็จของที่นั่นที่นี่ให้ฟังหลายเรื่อง เช่น หมู่บ้านปลอดบุหรี่ในภาคเหนือที่ผู้ใหญ่บ้านเอาจริงเอาจังมาก
นายกสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยฯ รศ.ดร.ทัศนา บุญทอง ได้กล่าวตอนปิดประชุมว่าขอให้เจ้าของเรื่องดีๆ เล่าต่ออีกเล็กน้อย ช่วยกันเขียนส่งกลับมาที่อาจารย์อรสาว่าเรื่องดีๆ ที่เกิดขึ้นนั้น ทำอย่างไร เพื่อให้เกิดการเรียนรู้จากความสำเร็จของคนอื่นจะได้พัฒนาแบบก้าวกระโดด
นอกจากนี้ยังเชิญชวนให้ผู้เข้าประชุมสมัครมาเป็นอนุกรรมการช่วยกันทำงาน กลุ่มต่างๆ (รพ. รร. ชุมชน) ให้ช่วยกันคิดว่าจะขยายพื้นที่ปลอดบุหรี่ออกไปอย่างไร ต้องทำงานเป็นเครือข่าย ทำผลงานให้กระเทือนระบบ คิดว่าทุกคนมีเป้าหมายเดียวกันคือทำอย่างไรให้สังคมนี้เป็นสังคมสุขภาพ
ใครสนใจติดตามเรื่องนี้ได้ทาง website ของสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยฯ (ที่นี่)
วัลลา ตันตโยทัย วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๐