คราวที่แล้วอ่านเรื่องย่อกรุงเทพราตรีกันไปแล้ว ตาแฉะกันพอสมควร วันนี้จะเสนอกฎหมายอีกรูปแบบหนึ่ง เป็นรายการ “กฎหมายวันละคำสองคำ” เพราะมีผู้มา Comment ว่าที่ผมนำเสนอแต่ละตอนมีกฎหมายมากไปอ่านไม่ทัน ตอนนี้ก็เลยเขียนบันทึกแบบถอยฉาก ทิ้งไว้สักวันสองวันแล้วเขียนต่อเพื่อดูเรตติ้ง ฮิฮิ....
รู้สึกเรื่องกรุงเทพราตรีก็ค่อนข้างจะได้รับความสนใจพอสมควร วันนี้ก็เลยตั้งใจเสนอคำว่า “ตัวการ” หลายท่านที่ไม่ใช่นักกฎหมายก็คงสงสัยว่าตัวการมันเป็นยังไง เป็นตัวการแล้วมันยังไง งงไหมครับ วันนี้จะหายงงครับเพราะ.....
“ตัวการ”นั้นกฎหมายอาญาเขาบอกว่า “ในกรณีความผิดใดเกิดขึ้นโดยการกระทำของบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไป ผู้ที่ได้ร่วมกระทำความผิดด้วยกันนั้นเป็นตัวการ” นักกฎหมายเขาเรียก”ตัวการร่วม”ถ้าว่ากันในเชิงวิชาการจ๋าก็ต้องแยกองค์ประกอบออกมาให้เห็น ก็คือ
-ต้องมีการกระทำเกิดขึ้นและการกระทำนั้นเป็นความผิดตามกฎหมาย ถ้าเราเอาเรื่องการนัดหมายพบปะกันที่ดงหลวงมาจับ พ่อครูบาเป็นหัวเรือใหญ่ อ.ขจิตเป็นฝ่ายประชาสัมพันธ์เชิญชวน อ.บางทรายทำหน้าที่จัดสถานที่จัดกิจกรรม ถามว่าเป็นตัวการร่วมได้ไหม ก็ตอบว่าไม่ได้เพราะไม่ได้กระทำความผิด แฮ่ะๆ สบายใจบ่.......
-มีการกระทำความผิดของบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไป ทำไมต้องเป็นบุคคล เพราะบุคคลตามกฎหมายมีสองประเภท คือ บุคคลที่เป็นคนธรรมดา กับบุคคลที่เป็นนิติบุคคล ยกตัวอย่างง่ายๆในคดีเช็ค ออกเช็คสั่งจ่ายในนามนิติบุคคล เช่น ห้างหุ้นส่วนจำกัด G3K มีนายมังคุดเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ นายมังคุดเป็นผู้แทนของนิติบุคคล เวลาออกเช็คสั่งจ่ายในนามห้างหุ้นส่วนจำกัด G3K นายมังคุดจะต้องลงลายมือชื่อในเช็คและประทับตราสำคัญของห้างฯ เวลาเช็คเด้ง ผู้ที่ถูกดำเนินคดีก็คือ ห้างหุ้นส่วนจำกัด G3K กับนายมังคุด ครับ เพราะถือเป็นผู้ร่วมกระทำความผิด หรือหากยกอีกตัวอย่างหนึ่ง ก็คือ นายแตงโม กับนายแตงไทย พากันไปรุมตีหัวนายแตงร้าน อย่างนี้ นายแตงโมกับนายแตงไทยก็เป็นตัวการร่วม ครับ
-ต้องมีเจตนากระทำความผิดด้วยกัน ถ้าตอนแรกนายฉิ่ง นายฉับ นายแฉะ นัดหมายกันไปตีหัวนายช้าง พอตีแล้ว นายฉับกับนายแฉะ ก็เดินมาขึ้นรถเพื่อเดินทางกลับ นายฉิ่งกลับเข้าไปล้วงเอาเงินในกระเป๋าของนายช้าง โดยที่นายฉับกับนายแฉะไม่รู้เรื่อง อย่างนี้จะว่านายฉับกับนายแฉะเป็นตัวการร่วมในความผิดฐานลักทรัพย์ไม่ได้ครับ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> -ต้องมีการทำหน้าที่ด้วยกัน เช่น สมศักดิ์มีหน้าที่เข้าไปจี้ผู้เสียหาย ส่วนสมศรีคอยดูต้นทางให้ อย่างนี้ก็ถือว่าเป็นตัวการร่วม</p><p> เอาเชิงวิชาการกันแค่นี้พอนะครับ เดี๋ยวจะเก่งกว่าผม เอิ้ก เอิ้ก.....</p><p> คราวนี้เรากลับมาดูกรุงเทพราตรีกันต่อ จับเอาตอนที่รัมภากับวดีคุยกันเรื่องที่ตัวเองกระทำความผิด โดยรัมภาเป็นคนผลักลาวัลย์ตกบันได และวิภาวีหรืออั้มมาแอบได้ยิน รัมภากลัวความลับแตกก็ตัดสินใจฆ่าอั้ม ระหว่างต่อสู้กันวดีซึ่งเป็นพี่เลี้ยงของรัมภาก็เอาแจกันตีหัวอั้มจนสลบ (แต่ในหนังผมว่าตีที่หลังมากกว่า อิอิ) แล้วพากันขับรถพาอั้มไปที่ตลิ่งและช่วยกับจับอั้มโยนลงน้ำ แต่เนื่องจากอั้มรู้ตัวก่อน อั้มจึงไม่ตาย</p><p> คำถามมีว่า รัมภากับวดีเป็นตัวการร่วมกันในความผิดฐานพยายามฆ่าอั้มหรือไม่ ถ้าอ่านมาตั้งแต่ต้น ผมว่าทุกท่านตอบได้ชัวร์....ว่าเป็นตัวการร่วม</p><p> เห็นไหมครับกฎหมาย ง่ายนิดเดียว ที่เหลือยากๆทั้งนั้นเลย อิอิอิ</p>
ท่านอัยการฯ
แต่อย่างไรก็ตาม พ่อครูบา และน้องขจิตยังไม่พ้นข้อกล่าวหาว่าเป็นตัวการร่วม
ไม่พ้นข้อหาอย่างไร ข้อหาตัวการร่วมที่ทำให้หัวใจอีกหลายดวงที่ไม่ได้ไป "ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง" แบบนี้ท่านจะวิเคราะห์ว่าอย่างไรค่ะ
(เพราะหัวใจเสริมใยเหล็กถูกถอดออกตอนทำ MRI แล้วลืมใส่กลับคืน อุอุอุ)
สวัสดีครับคุณสายลม
เสียดายจริงๆที่ไม่ได้ไปร่วมงาน อย่าลืมเอาดวงดาวแห่งความอบอุ่นมาฝากด้วยเด้อ...
ช่ายเลย...คุณs o m p o r n p
คนที่ทำให้หัวใจคนอื่นล้มเหลวโดยสิ้นเชิงมีโทษหนักจริงๆ เจอหน้าเมื่อไหร่คอยดูจะลงโทษด้วยการกอดให้ตัวกลมเลย...อิอิ
สวัสดีค่ะ
คุณอัยการกลัวจะตอบผิด เลยรีบเฉลยเสียก่อนนะคะ
เรื่องก.ม.นี่ บางทีก็ตรงไปตรงมา แต่บางที ก็ขึ้นกับการตีความ
มีการเลี่ยงบาลีได้ ถ้าคนนั้นๆรู้ก.ม.นะคะ
และนักก.ม.แต่ละคนก็เก่งคนละอย่าง ไม่ได้เก่งทุกอย่าง บางคนเก่งแพ่ง บางคนอาญา
แต่คนไทย ทำอะไรมัก ไม่ค่อยชอบมีก.ม.มาเกี่ยวข้อง ทำนองว่ามันเกร็ง อะไรอย่างนั้นนะคะ
ขอถามนิดนึงค่ะ
การเป็นอัยการนี่ สามารถช่วยเหลือสังคมได้มากนะคะ
ดิฉันเคยอ่านพบ....
สำนักงานคุ้มครองสิทธิ และช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนมีหน้าที่ช่วยเหลือคนไทยในต่างแดน พร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงแรงงานในการช่วยเหลือแรงงานไทย
อย่างนี้ กรมอัยการเป็นเจ้าของเรื่องใช่หรือเปล่าคะ
สวัสดีครับ อ.ธ วั ช ชั ย
รวดเร็วปานกามนิตหนุ่มเชียวครับ ขนาดนี้พอดีๆไหมครับ คงไม่ยาวววววววจนเกินไป
โอ..กล้วยทอด พระจอร์จเอ๋ย ผมกลัวคณิตศาสตร์ อาจารย์เชื่อไหม ผมสมัครเรียนนิติศาสตร์เพราะเป็นคณะเดียวในรามคำแหงที่ไม่ต้องเรียนแคลคูลัส ฮ่าๆๆๆ
สวัสดีครับคุณพี่ศศินันท์ครับ
พี่ถามถูกคนเลยครับ เพราะผมเป็นอัยการรุ่นแรกๆที่ไปทำหน้าที่ช่วยเหลือคนไทยในต่างประเทศ เป็นโครงการร่วมกันระหว่างกระทรวงการต่างประเทศและสำนักงานอัยการสูงสุดครับ (เดี๋ยวนี้ เราเปลี่ยนตากกรมอัยการเป็นสำนักงานอัยการสูงสุดแล้วครับ)
ครั้งแรกผมไปที่สิงคโปร์เป็นวันแรงงานพอดีครับ ไปใหคำแนะนำกฎหมายแก่แรงงานไทยครับ ครั้งที่สองไปอเมริกา ไปที่ลอสแองเจลิส ซานฟรานซิสโก และอลาสก้า ครับ แต่ครั้งที่สองนี่เน้นเรื่องเลือกตั้ง และกฎหมายทั่วไป แอบภูมิใจลึกๆครับ ว่า อัยการบ้านนอกอย่างผมก็ได้รับเลือกให้ไปทำหน้าที่ตรงนี้ โดยเฉพาะที่ไปอเมริกาเราได้รับเลือกไปแค่ ๓ คนเท่านั้นครับ จริงๆแล้วผมมีบันทึกฮาๆตอนไปทำหน้าที่เอาไว้โอกาสเหมาะจะโพสต์ให้อ่านกันครับ
ขออีกนิดครับ ตอนไปสิงคโปร์เป็นการร่วมกันระหว่างกระทรวงแรงงาน กระทรวงการต่างประเทศ และสำนักงานอัยการสูงสุดครับ
สวัสดีครับ
สวัสดีครับ อ.โกศล
ชักงงเหมือนกันว่าใครดึก ผมเขียนเสร็จตอนสี่ทุ่มกว่า อาจารย์มาอ่านตอนตี ๑ กว่า
อย่างนี้ภาษานักกฎหมายเวลาบรรยายฟ้อง เวลาที่ผมเขียนเสร็จเขาเรียกว่า "กลางคืนหลังเที่ยง" เวลาที่อ.อ่าน เขาเรียก"กลางคืนก่อนเที่ยง" อ้อ..ไม่ต้องสงสัยเพราะคำว่าเที่ยงหมายถึงเที่ยงวัน ไม่ใช่เที่ยงคืน อิอิ
"ยังคิดถึงเหมือนกัน" ใครจะรำพันได้อย่างนี้
ยามกรุงเทพราตรี ก็ยังมีคนคิดถึงกัน
คนผู้นั้นเป็นไผ....
</ul><p class="info" align="center">

</p>
หวัดดีครับหมอกุ้ง
ตื่นมาเข้าห้องน้ำ แล้วอยากรู้ว่าเป็นเวลาเท่าไหร่ เอานาฬิกาในห้องนอนลงไปเช็คแล้วลืมเอาขึ้นมา ก็เลยลงไปเอานาฬิกา ปรากฏว่าเจ้าลูกชายเปดคอมทิ้งไว้ก็เลยแวะเข้าเช็ค แล้วตอย อ.โกศล แล้วขึ้นไปนอนต่อ จน ๖ โมงเช้าตื่นไปส่งลูกสาวที่คิวรถครับ
พอมาเปิดเครื่องก็ได้กาแฟจากหมอกุ้งนี่แหละ ฮิฮิ
สวัสดีครับท่าน
อัยการชาวเกาะ
ขอบคุณครับท่านอัยการอารมณ์ดี ให้แต่สิ่งดีๆ มีสาระความรู้ เป็นประโยชน์มากเลยครับ เพราะทุกวันนี้คนไทยเรา ไม่รู้กฏกติกาบ้านเมืองมากกว่าครึ่งค่อนประเทศ ขอเป็นกำลังใจให้ท่าน อย่าหยุดนะ เหมือนท่านพุทธทาสที่ท่านไม่ยอมหยุดเขียนธรรมะเพื่อเผยแพร่เลย จนวาระสุดท้าย ที่ท่านเห็นว่าคงต้องละสังขารแล้ว ท่านก็บอกให้พระอาจารย์โพธิ์ลูกศิษย์ว่า ช่วยหยิบดินสอกับกระดาษในกระเป๋าอังสะออกให้ด้วย ท่านจะไปแล้ว ท่านเคยบอกแก่ลูกศิษย์ที่มาปรารภกับท่านให้หยุดเขียนหนังสือได้แล้ว เพราะว่าท่านอายุมากแล้ว หนังสือก็มีมากมายพอแล้ว ว่า…เราต้องทำอาหารให้มากที่สุด เพื่อให้คนได้เลือกมารับประทานได้เลย มิใช่ให้คนมารอสั่งอาหาร
ด้วยความเคารพรัก
แฮ่ะๆ ขอกาแฟหมอกุ้งดื่มอยู่ ชักกลัวแล้วเรอะ..อิอิ
แล้วทำไมรู้เรื่องไปส่งภรรยาที่สนามบิน นึกว่าไม่มีใครเห็นแล้วนะเนี่ย เอิ้กๆๆ
สวัสดีครับคุณสุดทางบูรพา
บทความผมได้รับการรวมเล่มพิมพ์ที่สำนักงานอัยการจังหวัดจันทบุรีก็มีนะครับ ท่านรู้จักอัยการจังหวัดตราดก็ลองให้เขาติดต่อขอมาดูนะครับจะได้เต็มอิ่มครับ...เขาอนุญาตพิมพ์ต้งหกพันเล่มหรือสามพันเล่มจำไม่ได้ ซึ่งผมไม่คิดค่าลิขสิทธิ์เพื่อให้ประชาชนได้เรียนรู้กฎหมายครับ