ผลการประเมินตนเองของโรงเรียนโดยใช้เทคนิค SWOT และการใช้กระบวนการ MIR
โรงเรียนสตรีประเสริฐศิลป์ จังหวัดตราด
โรงเรียนจัดแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา (พ.ศ. 2551-2553) ประเมินตนเองของโรงเรียนโดยใช้เทคนิค SWOT และกระบวนการ MIR เพื่อระดมความคิดเห็นจากคณะครู ผู้ปกครอง นักเรียน ในรายละเอียด ดังนี้
1. เทคนิค SWOT เพื่อการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน สภาพแวดล้อมภายนอกที่เป็นจุดอ่อน
จุดแข็ง โอกาสและอุปสรรค ของโรงเรียน
สภาพแวดล้อมภายใน จะวิเคราะห์จุดอ่อนหรือจุดแข็งในรายละเอียดเกี่ยวกับด้านโครงสร้างการบริหารงานนโยบายของโรงเรียน(S1) ด้านผลผลิตและการบริการ(S2) ด้านบุคลากร(M1) ด้านการเงิน(M2) ด้านวัสดุอุปกรณ์ (M3)และด้านการบริหารจัดการ (M4)
สภาพแวดล้อมภายนอก จะวิเคราะห์โอกาสและอุปสรรค ของรายละเอียดเกี่ยวกับด้านสังคมและวัฒนธรรม (S) ด้านเทคโนโลยี (T) ด้านเศรษฐกิจ (E) และด้านการเมืองและกฎหมาย (P) ให้คณะกรรมการกำหนดประเด็นปัญหาและให้ค่าน้ำหนักคะแนนแต่ละประเด็นผลการวิเคราะห์ กำหนดสถานภาพของโรงเรียนอยู่ระหว่าง STAR และ Question mark
2. การใช้กระบวนการ MIR ให้คณะกรรมการวิเคราะห์องค์กร ในภาพรวม และแสดงความคิดเห็น 3 ด้านและให้ค่านำหนักคำนวณเป็นค่าร้อยละ
M ( Maintain) ให้วิเคราะห์ว่าองค์กรมีสิ่งใดบ้าง กิจกรรมใดบ้าง ที่ดีอยู่แล้วควรคงรักษาไว้
I ( Increase) ให้วิเคราะห์และแสดงความว่าในองค์กรมีสิ่งใดบ้างที่ควรปรับปรุงหรือทำให้ดีขึ้น
R (Reduce) ในองค์กรมีสิ่งใดบ้างที่ควรลดละเลิก
ผลการวิเคราะห์ เป็นดังนี้ M มีจำนวน 31 รายการ ในแต่ละรายการมีค่าน้ำหนักเฉลี่ย > 80% 12 รายการ T มีจำนวน 64 รายการ ในแต่ละรายการมีค่าน้ำหนักเฉลี่ย > 80 % 57 รายการ R มีจำนวน 31 รายการ ในแต่ละรายการมีค่าน้ำหนักเฉลี่ย > 80 % 23 รายการ
จากแผนภาพสรุปได้ว่าสิ่งที่ดีอยู่แล้ว สิ่งที่ควรรักษาไว้ในองค์กร มีจำนวนใกล้เคียงกับสิ่งที่ไม่ดีควรละเลิก และมีค่าน้ำหนักเฉลี่ยมากกว่าร้อยละ 80 แสดงว่าองค์กรมีส่วนที่ดีมากๆ และมีส่วนที่ควรลดละ เลิกมากๆ เช่นกัน ส่วนสิ่งที่ควรปรับปรุงมีมากหลายรายการ และมีค่าน้ำหนักเฉลี่ยมากกว่าร้อยละ 80 แสดงว่าองค์ต้องมีสิ่งที่ควรปรับปรุงหลายๆ เรื่อง หลายๆ รายการ
สรุปว่าการใช้เทคนิค SWOT และการใช้กระบวนการ MIR เมื่อวิเคราะห์ดีจะได้ผลสอดคล้องกัน