บุพการี แปลว่า ผู้ที่ทำอุปการะมาก่อน เช่นบิดามารดาเป็นบุพการีของบุตรธิดา เมื่อสมัยเป็นเด็กยังไม่ค่อยมีความรู้สึกรัก ห่วงใยพ่อแม่เท่าใดนัก เวลาถูกบ่นว่าก็จะรู้สึกโกรธ น้อยใจว่าทำไมพ่อแม่ไม่เข้าใจเรา ไม่รักเรา จึงดูเหมือนไม่รักพ่อแม่ แต่เมื่อข้าพเจ้าเจ็บท้องคลอดลูกคนแรก คนที่ไปยืนคอยเฝ้าเพื่อเข้าเยี่ยมเป็นคนแรก คือ แม่ มือหนึ่งถือปิ่นโตภายในมีข้าวต้ม ปลาเกลือทอด พอเขาเปิดประตูให้เยี่ยม แม่จะรีบเข้ามาหาและถามคำถามแรกว่า เป็นอย่างไรบ้างลูก ความรู้สึกตอนนั้นคือ อยากร้องไห้แล้วกอดแม่บอกกับแม่ว่าหนูรักแม่จ้ะ เพราะรู้แล้วว่าในชีวิตคนที่รักจริงและไม่เคยพร่ำบอกคำนี้กับเรา แต่ท่านถ่ายทอดความรักให้เราตลอดเวลาโดยที่เราไม่รู้ตัวคือ พ่อกับแม่ ที่ไม่ได้พูดถึงพ่อทั้งที่รักพ่อมากๆเพราะพ่อเลี้ยงมาตั้งแต่แรกคลอด แต่พ่อคือพระเอกในหัวใจตลอดกาล ท่านทั้งสองคือผู้มีพระคุณที่สุดในชีวิตแต่ท่านก็ไม่อยู่ให้ข้าพเจ้าได้ดูแล คงจะสงสารไม่อยากให้ลูกลำบาก เลยชวนกันไปเสียแต่เนิ่น ข้าพเจ้าจึงรู้สึกเสียใจที่ยังไม่ได้ทำสิ่งตอบแทนหลายๆอย่างที่อยากทำให้แก่ท่านเลย ใครที่ยังมีพ่อแม่อยู่ครบถ้วนจงดูแลปรนนิบัติบุพการีของท่านให้ดีที่สุด แล้วจะพบว่าบุญนั้นมีจริง
บุพการี
เห็นด้วยอย่างยิ่งเพราะทุกวันนี้นับว่าโชคดีมากที่ยังมีทั้งคุณพ่อและคุณแม่ที่เป็นกำลังใจให้และเป็นกำลังสำคัญทุกอย่างในชีวิต....เตือนกับตนเองเสมอว่าให้คอยดูแลท่านทั้งสองให้ดีที่สุด
สวัสดีค่ะ
แวะมาทักทายค่ะ
วันนี้ถึงไม่มีคุณพ่อคุณแม่อยู่ให้เราตอบแทนบุญคุณ เพียงแต่เราทำดี คิดดี พูดดี เป็นคนดี นั่นย่อมหมายถึงการตอบแทนที่ยิ่งใหญ่ เป็นการตอบแทนคุณพ่อแม่ และคุณแผ่นดินค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ