คำคล้องจอง : ใช้ประโยชน์เพื่อบูรณาการ                       
       
คำคล้องจอง เป็นภูมิปัญญาอย่างหนึ่งของคนไทย โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อการจำและความสนุกสนาน ดังนั้นตั้งแต่
เล็กจนโตคนไทยจะคุ้นเคยกับคำคล้องจองเป็นอย่างดี  เช่น ในวัยเด็กมีคำร้องเล่น
ว่า ผมเปียมาเลียใบตอง
พระตีกลองตะลุ่มตุ้มเม้ง
เมื่อเข้าโรงเรียนครูก็ให้ท่องคำคล้องจองในรูปแบบของคำประพันธ์
ร้อยกรองต่าง   เช่น  นิทานร้อยบรรทัด  หรือบทเรียนจากเรื่องกาพย์พระไชยสุริยา บท
เห็นกวางย่างเยื้องชำเลืองเดิน เหมือนอย่างนางเชิญ พระแสงสำอางข้างเคียง....  หลักสูตรในระยะหลังไม่เน้นการท่องจำ แต่เน้นกระบวนการคิดมากขึ้น ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯสยามบรมราชกุมารี  ทรงห่วงใยมาก เพราะยังทรงเห็นความสำคัญของการท่องจำอยู่ 
ดังพระราชนิพนธ์
เรื่องเย็นสบายชายน้ำ  ดังต่อไปนี้         ...นักการศึกษาหลายท่านพยายามให้ยกเลิกการท่องจำ
โดยกล่าวว่าเป็นการปิดกั้นความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ แต่ข้าพเจ้าเกิดความสงสัยว่า ถ้าไม่มีข้อมูลแล้วจะเอาอะไรเป็น
พื้นฐานความคิด การท่องจำบทกวีทำให้เห็นได้ศัพท์มาแต่งของตนเอง ของบางอย่างติดอยู่ในสมองแล้วก็ทำให้คิด
ได้ลึกซึ้งขึ้น เพราะไม่ต้องการข้อมูลอีกแล้ว นอกจากนั้นยังเป็นการฝึกความจำ ฝึกสมาธิไม่ให้ฟุ้งซ่าน
          
                        
(สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี.2541)      
       
ในฐานะครูภาษาไทย ผู้เขียนเห็นด้วยกับพระองค์ท่านอย่างยิ่ง เพราะการสอนด้วยวิธีไม่ให้
ท่องจำนั้น นักเรียนรุ่นใหม่จะจำลักษณะคำประพันธ์ร้อยกรองไม่ได้เลย สอนวรรณคดีแต่ละครั้งต้องทบทวนกันใหม่ทุกครั้ง เมื่อไม่แม่นลักษณะคำประพันธ์ ก็แต่งไม่ได้      เป็นปัญหาอย่างมาก ดังนั้นการท่องจำยังมีความจำเป็นอยู่ แต่ควรชี้ให้นักเรียนเห็นความสำคัญว่า เป็นการท่องจำเพื่อนำไป ประยุกต์ใช้ ไม่ได้ท่องจำแบบ นกแก้วนกขุนทอง การท่องคำคล้องจองในวิชาภาษาไทยนั้น นำไปใช้ได้มาก ทั้งหลักภาษา การใช้ภาษาและวรรณคดี เช่น                    
หลักภาษา
                             
        
ทรวดทรงทราบทรามทราย               ทรุดโทรมหมายนกอินทรี
                  
          
มัทรีอินทรีย์มี                                       เทริดนนทรีพุทราเพรา
     
         ทรวงไทรทรัพย์แทรกวัด                    โทรมนัสฉะเชิงเทรา
                  
        
ตัว
ทรเหล่านี้เรา                              ออกสำเนียงเป็นเสียงซอ   
การใช้ภาษา                      
      
วิธีการเขียนให้เก่งต้องทำดังนี้
เห็นความสำคัญ  หมั่นหาข้อมูล  เพิ่มพูนความคล่อง  ต้องเขียนประจำ  นำไปเผยแพร่   แก้ไขให้ดี   
มีความมั่นใจ   ให้คนช่วยวิจารณ์"
                                                               (สุจริต  เพียรชอบ. 2542 : 111-113)  
วรรณคดี                      
รสวรรณคดี มี 4 รส คือ
เสาวรจนี   นารีปราโมทย์   พิโรธวาทัง  สัลลาปังคพิไสย                       
นอกจากนี้ในวิชาภาษาไทยแล้ว คำคล้องจองในวิชาอื่นๆยังมีให้ท่องจำอีก    เช่น
                      
สังคมศึกษา
  
ใช้ในการท่องจำพระนาม และชื่อสถานที่ต่างๆ เช่น กรุงเทพมหานคร ชื่อถนน วัด พระราชวัง
ทิศทั้งแปด เป็นต้น
พระนามของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีดังนี้
            
 
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี 
     จักรีนฤบดินทร์  สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร                     
วิทยาศาสตร์
                      
    
นพรัตน์ หรืออัญมณี 9 ชนิด ดังนี้
                     
   
เพชรดี  มณีแดง  เขียวใสแสงมรกต  เหลืองใสสดบุษราคัม  แดงแก่ก่ำโกเมนเอก      สีหมอกเมฆนิลกาฬ 
     มุกดาหารหมอกมัว  แดงสลัวเพทาย  สังวาลสายไพฑูรย์
                      
พลานามัย
      เช่น ท่าไหว้ครูมวยไทย                
  
 
เทพนม  ปฐม  พรหม  เทพนิมิต  นกยูงฟ้อนหาง  นารายณ์ขว้างจักร                     
    
พยัคฆ์ด้อมกวาง  ย่างสามขุม  คุมเชิงครู   ดูดัสกร
             
จริยศึกษา 
   เช่น
ผู้หญิงผู้หยัง แม่กระชังก้นรั่ว แม่ย่างม้าเหาะ ไปเลาะข้างรั้ว
         “ระวังตัวกลัวครูหนูเอ๋ย   ไม้เรียวเจียวเหวย  กูเคยเข็ดหลาบขวาบเขวียว                    
           หันหวดปวดแสบแปลบเสียว   หยิกซ้ำช้ำเขียว      อย่าเที่ยวเล่นหลงจงจำ
(กาพย์พระไชยสุริยา)                     
         
ที่ยกมานี้เป็นตัวอย่างที่เป็น
ภูมิปัญญาของครูสมัยก่อนที่สอนเรามา หากจะนำไปประยุกต์ใช้หรือบูรณาการ
กับวิชาอื่นๆ ในการเรียนการสอนปัจจุบันควรต้องให้นักเรียนเป็น
ผู้คิด และ ผู้ทำ จึงจะทำให้เขาจำได้ดี
เช่น การนำไปประยุกต์ใช้ในวิชาต่าง ๆ  ดังนี้
                 
 ภาษาไทย                 ใช้สร้างบทร้อยกรองช่วยจำ เช่น               
            
อินทรวิเชียรฉันท์      คณะนั้นมิเปลี่ยนแปลง           
               สัมผัสก็สำแดง            ดุจกาพยยานี        (อ่านให้ถูกต้องตามครุลหุ)    
 ภาษาอังกฤษ                  ใช้เล่นเกมหรือฝึกท่องคำศัพท์  เช่น                 
             “go  ไป           ไก่ hen      เห็น    see” หรือให้ยากขึ้น  เช่น                 
            “agree  เห็นด้วย    ความสวย   beautiful   เพิ่มพูน  addition”                 
            ใช้ท่องจำกริยา  3 ช่อง เช่น
                 
            “speak   spoke  spoken  พูด              put  put  put  หยิบเอาใส่                  
             send sent  sent  ส่งไป                         จับสวมใส่  wear wore worn”  
สังคมศึกษา     ใช้ท่องจำ  ผู้นำ  เหตุการณ์  พ.ศ. เมืองหลวง  ประเทศ  เช่น                 
        
สิงคโปร์  - สิงคโปร์   โคลัมโบ -  ศรีลังกา  กัมพูชา  - พนมเปญ    เวียดนามเด่น  - โฮจิมินท์ 
         
ถิ่นพม่า
ย่างกุ้ง  มุ่งบรูไน บันดาร์เสรีเบกาวัน                   
วิทยาศาสตร์   ใช้ท่องแร่ธาตุ  พืช  สัตว์ หรือผลงานการค้นคว้าของนักวิทยาศาสตร์  เช่น                 
      “ไอน์สไตน์  - ทฤษฎีสัมพันธภาพ  ฟ้าแลบแปลบปลาบ -  เบนจามิน  แฟรงคลิน   
         เครื่องบิน 
- พี่น้องตระกูลไรท์   หลอดไฟ -  เอดิสัน                                  
 หรืออาจนำไปใช้โดยการใส่ทำนองร้องเป็นเพลงก็ได้  เช่น
วงดนตรีวัยรุ่น
พลอย  (ในอดีต)     นำทฤษฎีบทเรขาคณิต  ไปร้องเป็นเพลงว่า
       
เส้นตรงเส้นหนึ่ง  ตั้งอยู่บนเส้นตรงอีกเส้นหนึ่งมุมประชิดรวมกันเท่ากับสองมุมฉาก                    
               
การสร้างสรรค์ผลงานของนักเรียนเองจะทำให้เขาจำได้จัดกระบวนการคิด  จัดข้อมูล
ไว้ในสมองอย่างเป็นระบบ  เมื่อถึงเวลาก็จะสามารถดึงเอาความรู้เหล่านี้มาใช้ได้ต่อไป การท่องจำด้วยวิธีดังกล่าวนี้ เป็นการท่องจำเพื่อเป็นพื้นฐาน
ในการคิดอย่างแท้จริง
 ไม่ใช่จำแบบ
นกแก้วนกขุนทอง ดังที่นักวิชาการบางท่านกล่าวหาแต่อย่างใด                      
               
ลูกศิษย์ของผู้เขียน ได้นำอินทรวิเชียรฉันท์ไปแต่งบทท่องจำสระในภาษาไทย
ซึ่งเป็นการหาคำครุลหุมาใช้
ได้อย่างชาญฉลาด  ดังนี้
                                          
       
อัวแออิเออา               สระหนาสิของไทย
                            
       
เออโออึเอาไอ           เอะอะไซร้อัวะไออำ
                                   
      
เอียเอออุอือออ           โอะเอือะหนอเอะจงจำ
                           
      
อูอีประสมคำ               เออะเอียะนำเอาะตามเอย
                                                              (นางสาวนภาพร  มั่งทอง)                  
เอกสารอ้างอิง 
เทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี,สมเด็จพระ .  ดั่งดวงแก้ว  รวมบทพระราชนิพนธ์     
      
ในสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี. 
พิมพ์ครั้งที่ 4 กรุงเทพ ฯ:นานมีบุ๊คส์,  2541.
สุจริต เพียรชอบ.  ภูมิปัญญาไทยในภาษา.  กรุงเทพ ฯ : สถาบันภาษาไทย กรมวิชาการ, 2542.