การนับถอยหลัง...ถือได้ว่า  เป็นวิธีหนึ่ง  สำหรับผู้ที่ถือเวลาเป็นเพื่อน   หรือถือเวลาเป็นสิ่งที่กำหนด  หรือถือเวลาเป็นตัวบ่งบอกว่า...หมดเวลาแล้ว  

เช่น  การนับถอยหลังของ ปี 2550 นั้น  เราจะเริ่มถอยหลังในเดือนธันวาคมของทุกปี  หมายถึงจะหมดเวลาของ ปี พ.ศ.2550 

ครูอ้อยเคยดูหนังฝรั่ง  ที่พระเอกเครื่องบินตกแล้วไปติดอยู่บนเกาะแห่งหนึ่ง  เขาก็ใช้การขัดเส้นที่ข้างถ้ำทำให้รู้ว่า  เขามาติดอยู่ที่เกาะนี้กี่วัน กี่เดือน กี่ปีแล้ว  ...

เวลา  นอกจากจะเป็นเครื่องรักษาแผลใจได้ดีแล้ว  เวลายังเป็นเครื่องมือกำหนดเวลา  หมดสิ้นกันที.....  ของเก่าที่ไร้ค่า 

แต่หากตรงกันข้าม  ของใช้ที่มีอยู่นั้นเป็นสิ่งที่ดี  มีคุณค่า  เราซึ่งเป็นผู้ใช้ก็ไม่อยากให้เวลาหมดไปเลย 

เมื่อ สองสัปดาห์ก่อน  ดูละครหลังข่าว  พบว่า  นางเอกกับพระเอก  จะหมดเวลาที่จะได้อยู่ด้วยกัน ต้องจากกัน.. เมื่อเวลาหมด  ก็คือ  พ่อของนางเอกหายป่วยและได้ออกจากโรงพยาบาล...ทั้งสอง  ก็เกิดความทรมานใจ  เนื่องจากเวลาจะหมดลงแล้ว  พ่อจะหายป่วยแล้ว...

เวลา  เป็นเครื่องมือที่กำหนดเวลาได้ดีทีเดียว  การทำงานก็เหมือนกัน  เราจะใช้เวลาในการศึกษาเล่าเรียน  อย่างที่ครูอ้อยกำลังเรียนอยู่นี้  ให้สิทธิเรียนได้ถึง 6 ปี  แต่หากคุณเก่ง  คุณก็เรียนให้จบหลักสูตรได้ ภายใน 2 ปีครึ่ง หรือสามปี 

ย้อนกลับมาพูดถึงเวลากันอีกดีกว่า...เพราะวันนี้    ครูอ้อยโฟคัสไปที่เวลา  ที่ครูอ้อยนับถอยหลังแล้ว  ไม่ใช่ จะหมดปี 2550 หรือ  นับถอยหลังในการเรียนหรอก...

ครูอ้อยนับเวลาถอยหลัง  ของความโชคร้าย  เมฆหมอกที่มึดมนต์จะได้คลาย  และกลับสว่างขึ้นอีกครั้ง 

ครูอ้อยนับถอยหลังไว้  เพราะเป็นหนทางที่ดีที่สุดที่จะทำในตอนนี้ได้   

ครูอ้อยคิดว่า...มีหลายๆท่านที่คิดจะนับถอยหลังแบบครูอ้อย...แต่อาจไม่กล้า  หรือ  อยากจะปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปเฉยๆ  ไม่คิดอะไร 

แต่...สำหรับครูอ้อย  นับเวลาดีกว่า...สะใจดี  

ครูอ้อยไม่อาจเอื้อม  เอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุง 

ไม่อาจเอาแสงหิ่งห้อยไปสู้แสงอาทิตย์  

ไม่อาจใช้เสียงตะโกนไปสู้เสียงไมโครโฟน 

ไม่อาจตีรันฟังแทงกับคนที่มากมาย  ด้วยความหลงผิด  ไม่คิดจะนับถอยหลัง 

ขอม....ยังเสื่อมอำนาจได้ฉันใด  ทำไมเราต้องไปส่งบรรณาการให้ทุกปี....

เสรีในทางความคิด  เสรีในการปฏิบัติ  ไม่ได้เบียดเบียนใคร  ไม่ผิดศีลธรรม...

ทำได้อยู่แล้ว...จะนับถอยหลังด้วยกันไหมคะ....

แค่ 650 วันเอง..คิกคิก