สิ่งนี้แหละที่หายไป ... กำลังใจจากเพื่อน จากคนเล็กคนน้อย คนที่ทำให้รู้สึกว่า เรามีค่าสำหรับเขา พอๆกับที่เขามีค่าสำหรับเรา

ไม่ได้เขียน blog เกือบหนึ่งเดือน  ไม่ใช่เพราะ ไม่มีเวลา  แต่เพราะ ไม่มีใจ  จริงๆแล้วเป็นคนที่ไม่ค่อยเชื่อคำอ้างของใครๆที่บอกว่า ไม่ทำเพราะไม่มีเวลา    เราคิดว่า   ถ้า "มีใจ" และให้ความสำคัญ  ยังไงๆก็ จัดเวลา ให้ได้เสมอ 

ถามว่าทำไม ไม่มีใจ   คำตอบแรกคือ เหนื่อย  คำตอบที่สอง คือ ไม่รุ้จะเขียนอะไร  ตอนนี้ขนาดนั่งเฉยๆ ว่างๆ อยู่หน้าจอ ก็ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นเขียนอะไร  ..แต่ก็จะลองเขียนไปเรื่อยๆ ... 

ประสบการณ์ชีวิตช่วง 2-3 เดือนนี้ เป็นเรื่องวิชาการล้วนๆที่ทำให้สมองตึงเครียดจนไม่มี จินตนาการ   การอ่าน(วิชาการ) การเขียน(วิชาการ) การสอน  การสอบ  การประชุม  การถกเถียง  การนำเสนองาน  การวางแผนงาน ล้วนเป็นเรื่องที่ทำลายสุนทรียภาพและความคิดสร้างสรรเชิงบวกพอสมควร    แต่ก็นึกแปลกใจตัวเอง  เพราะเมื่อก่อนมีพลังมากกับเรื่องเหล่านี้   แต่หลังออกไปท่องยุทธจักรนอกมหาวิทยาลัยอยู่หนึ่งปี   รู้สึกจะยังปรับตัวไม่ได้กับการกลับมาสู่ชีวิตอาจารย์ที่ครั้งหนึ่งเป็นอาชีพที่ รักมาก   ...ก็คงต้องวิเคราะห์ตัวเองกันต่อไป... 

พรุ่งนี้ต้องออกไปต่างจังหวัด   ..ก็ประชุมวิชาการอีก..  กำลังคิดว่า จะต้องหาโอกาสไปทำสมาธิที่ริมทะเล... 

แต่อันที่จริง  ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาก็มีเรื่องดีๆ  เช่น  ได้เจอชาวบล็อกตัวจริงเสียงจริงหลายคนทีเดียว  ....ครูบาสุทธินันท์จากบุรีรัมย์  อาจารย์แสวงจากขอนแก่น  คุณหมอคนชอบวิ่งจากพิษณุโลก อาจารย์ภีมจากนครศรีธรรมราช  และอาจารย์ขจิต  ทั้งห้าท่านกรุณาไปร่วมงานระดมสมองทำแผนที่เดินทางเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งต้องขอบคุณเป็นอย่างสูงมา ณ ที่นี้  

  

ที่ดีใจเป็นพิเศษคือได้เจอ   คุณดอกแก้วจากสุรินทร์   คุณ pilgrim จากเชียงราย  และไปเจออาจารย์นมินทร์ที่หาดใหญ่  แม้จะเจอน้องๆทั้งสามต่างเวลาต่างวาระ  แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ เราได้เจอ ได้ให้กำลังใจกันและกัน  เป็นความอบอุ่นใจที่หล่นหายไปเวลาอยู่ในวงวิชาการ ... ใช่แล้ว บางทีอาจจะเป็นสิ่งนี้กระมัง ...  

คุยโทรศัพท์กับพี่เรืองที่นครศรีฯ ได้ความว่า อาจารย์จรังศรีจากชัยภูมิลงมาช่วยสร้างบ้านดินไปได้ 60-70 % แล้ว   โทรกลับขึ้นไปคุยกับอาจารย์จรังศรี  อาจารย์บอกว่าชาวบ้านเริ่มปลูกมันใน         แปลงรวม กันแล้ว (ลงแขก)   แถมยังฝากเราซื้อขวดยาเล็กๆ ไว้ให้ชาวบ้านสมาชิกกลุ่มได้ใส่น้ำมันเหลือง (สมุนไพร) ไว้แลกเปลี่ยนไว้ขายเป็นรายได้   แล้วเราก็นัดกับอาจารย์ว่าจะไปเจอกันที่ขอนแก่นหลังปีใหม่ ....  ทั้งหมดนี้เป็นผลจากโครงการระบบแลกเปลี่ยนชุมชนโดยแท้ ...

   

ใช่แล้ว  สิ่งนี้แหละที่หายไป  ... กำลังใจจากเพื่อน  จากคนเล็กคนน้อย  คนที่ทำให้รู้สึกว่า  เรามีค่าสำหรับเขา พอๆกับที่เขามีค่าสำหรับเรา ...

เขียนถึงตรงนี้  รู้สึกแล้วว่า ใจที่จะเขียน กลับมา  แต่ก็จบบทของการเขียนพอดี....