สืบเนื่องจาก บันทึก http://gotoknow.org/blog/sutthinun/144761
ผมคิดว่า ก่อน ที่ เหล่า นักการศึกษา จะมา เจอกัน ประชุมกัน
ควร มี สร้าง บรรยากาศ ละลายพฤติกรรม กันก่อนนะครับ
หา กระบวนกร เจ๋งๆ มา สร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ร่วมกัน ด้วยจิตที่ใคร่ครวญ
จับนั่ง เสื่อ ล้อมวง ทำความรู้จัก ลดอัตตา และ อย่า ประชุมเลย จนกว่า "พลัง" กลุ่ม จะ สูงส่ง พลัง "อัตตา" จะลดลง
คนระดับต่างๆ ที่ มาประชุมการศึกษากับ ครูบาฯ มาจากหลากหลาย บ้าง พก อคติ บ้าง พก ความแค้น บ้างเป็นผู้ใหญ่ แต่ใจ "ไข่แดง" บ้างก็ อยู่ในกรอบการศึกษามานาน อาจจะมีบ้าง ศรีธนชัย หรือเปล่า ผมไม่รู้นะ เพราะ ดู รายชื่อแล้ว รู้จัก แค่ ครูบา ฯ กับ อจ อมรวิช เท่านั้นเอง
ต้องเริ่มที่ วงจรโนนากะ คุยกันก่อน เปิดใจกันก่อน น้อมจะฟังกันก่อน
สอน deep listening ได้ยิ่งดี ทำ Dialogue ให้ได้ ..... เล่นเกมส์ voice dialogue ด้วยก็ดี ใครเป็น หมี ใครเป็นนก ใครเป็นวัว ใครเป็นหนู
ยอมเสียเวลา สักหน่อย ... บ่มเพาะ ความรักกันก่อน "ความรักนำความรู้"
เปิด หนัง ครูสมพรสอนลิง เปิดหนัง เสียงกู่จากครูใหญ่ (ชาวเกาหลี)
เชิญ อจ วิศิษย์ วังวิญญู และ คณะ มา ทำ กระบวนการก่อน จะดีกว่านะ
เปลี่ยนโฉม การประชุมใหม่ได้แล้ว
นั่งโต๊ะ มีท่านประธาน น่าเบื่อ ได้ประธานโง่ๆ พก อคติ ลำเอียงมา เสร็จแน่ๆเลย ( ผมไม่รู้ ใครเป็นประธานนะ แค่ แนะนำ เตือน ทำนาย คาดเดา ฯลฯ)
ประธานเอาแต่ใจตนเอง เชิญใครมา ก็ ออกมา เป็น ท่านประธาน นั่นแหละ
มันต้อง ไม่ประธาน ต้อง ล้อมวง คุยกัน เป็น "บัณฑิตเปิดใจ" คุยกัน
รอบๆ ห้องประชุม ติดป้าย คำสอน อจ พุทธทาส เรื่อง การศึกษา เช่น หมาหางด้วน อย่าคิดครอบจักรวาล กรุ่งเทพไม่ใช่ประเทศไทย ไม่ต้องแย่งกันพูด ทุกคนเท่ากัน ฯลฯ
หา น้องๆ มา ร้องเพลง สร้างบรรยากาศ เปิด สมองขวาออก
เผลอๆ ตอนเบรค เอาเด็กจาก รร ต่างๆ มา "ตอบ" มา "เล่า" ความในใจ ถ่าย VDO
เช้า รำไทเก็ก ด้วยกัน ค่ำ ฟังธรรม นั่งสมาธิด้วยกัน ... ถ้าหล่อหลอมใจกันได้ โยนหัวโขน เปิดใจ พร้อมๆ กับ ผู้ใหญ่ ในกระทรวงด้วย ก็ดี
พระราชดำรัสในหลวง คำสอน ดร สุเมธ แทรกๆ เข้าไป
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>
คน กระทรวงศึกษา หาก นำเสนอไม่เก่ง ไม่แหวกแนว ก็ ลาออกเถอะครับ ไม่เป็นผู้นำ ทางความคิด อายเขา เปล่า พาชาติไปล่มจม แบบรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หลงตนเอง ฯลฯ
ประเด็นหลังนี้จะนำเข้าไปอยู่ในส่วนข้อเสนอแนะ
เอาไว้ผมทำร่างเสร็จ เราค่อยมาดูกันอีกที ดีไหมครับ
สมัยที่ผ่านมา ผมแทบจะหัวเดียวกระเทียมลีบ เสนออะไรไม่ได้เลย เพราะมันคนละสายพันธุ์แนวคิด
มาสมัยนี้มีท่านที่รู้คอกันเข้าไปบ้าง สถานการณ์อาจจะดีขึ้น
ที่สำคัญถ้าเขาถีบผมตกเก้าอี้ ผมก็จะร้องแงๆๆมาหาพวกเรา
ประชุมระดมสมอง เอาความจริงเข้าไปตอแยใหม่
อย่างนี้ถ้าจะดี
อ้อ! ข้อเสนอข้อสุดท้าย
คน กระทรวงศึกษา หาก นำเสนอไม่เก่ง ไม่แหวกแนว ก็ ลาออกเถอะครับ ไม่เป็นผู้นำ ทางความคิด อายเขา เปล่า พาชาติไปล่มจม แบบรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หลงตนเอง ฯลฯ
ข้อนี้ผมขออนุญาต ปรับแก้ให้หวานชื่นกว่านี้เองนะครับ ขืนชนตรงๆ เขาไม่เรียกกินข้าวกลางวัน หรือวงแตกก่อนละแย่เลย แต่ผมก็จะเอาขึ้นPower Point ที่เวทีนานาชาติ ครับ
ถ้า พวกเขารู้ว่าเป็นผม รู้จัก ครูบาฯ ก็คง ไม่เดินด้วยตั้งแต่แรกแน่ๆ นะ
เอาเป็นว่า คนกระทรวงนี้ ต้อง เป็นผูนำทางความคิด เป็นคนที่ กล้าเปลี่ยนแปลง นำเสนออะไรใหม่ๆ สดๆ ให้ คนเขายอมรับกันหน่อย ได้ข่าว มี จำนวนด็อกเตอร์เยอะที่สุด เทียบกับสาขาอื่นๆ ก็ น่าจะจ๊าบที่สุดนะ
รร ดีๆ ก็มีนะครับ แต่ น้อย
น่าจะเอา ไป อวดกันด้วย
รร รัฐบาล ที่ แหวกวงล้อมการศึกษา และ เป็นไปตาม รัฐธรรมนูญ ด้วยนะ
Lin Hui ขอคารวะหนึ่งจอกด้วยนำชาอุ่นๆ
คาราวะท่านเล่าซือ
Lin Hui comment ไว้ใน blog ที่ link ไว้เลยคัดลอกมาให้ไว้ที่นี่ด้วยค่ะ
เมื่อ พฤ. 15 พ.ย. 2550 @ 09:27
457664 [ลบ]
คาราวะท่านเล่าซือ
ขอบคุณครับ
ผมชอบนะ ที่ว่า ดูแล เจ้า 5% ให้ดีๆ แล้ว จะ ลาก เจ้า 95% ไปได้
แต่เหนื่อย หน่อยนะ
กระทรวงนี้มีปัญหาจริงๆ รู้จักหลายคน ล้วนแล้วแต่อัตตา หาใช้หูฟังไม่ สภาพก็ด็อกเตอร์อย่างอาจารย์ไร้กรอบนี่แหละ บริหารสุดยอดวิสัยทัศท่อ แท่งใครแท่งมันหาบ่อรวมน้ำความคิดไม่เจอ วันๆได้แต่เพ้อแล้วก็ไป...................จนสุดท้ายเห็นมีหลายคนบอกว่ายุบกระทรวงนี้ได้การศึกษาไทยเจริญๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
มีหลายกระทรวงเข้าข่ายน่ายุบครับ
แล้วคัดเลือกคนเข้ามาใหม่ สักปีละครั้งคงจะดีครับ
จ้าวพ่อจะได้สูญพันธุ์ ประเทศน่าจะได้ประโยชน์นะครับ
ในยุคหนึ่ง ท่านผู้นำ มีความพยายามหาทางพัฒนากระทรวงนี้ โดยการส่งรัฐมนตรี ที่ว่าแน่ ๆ เข้าไปแก้ไขหลายต่อหลายคน แต่ตายเรียบ จนต้องปล่อยให้กลับไปเป็นแบบเดิม คือจัดสรรตามโควต้าพรรคอยากเรียนถามท่านผู้รู้ว่า
คำว่า "ยุบ" เป็นคำ แบบ ZEN ครับ