ตอน : บทบาทของสถาบันอุดมศึกษา
เมื่อก่อนเห็นพวกขับรถ2แถวส่งแอ๋วเรียนราม ท่านสะมะนึกะชอบ เอาแบบอย่างส่งครูอ้อยไปเรียนปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงบ้าง เผื่อจะได้ชื่อว่าขับรถส่งแถวส่งอ้อยเรียนรามกับเขามั่ง ส่วนตัวเองเกรงว่าจะไม่สมน้ำสมเนื้อกับหวานใจ ได้มาสมัครเรียนที่มหาวิทยาลัยGotoknow
บังเอิญมีการบ้านเกี่ยวข้องกับภาพรวมของสถาบันอุดมศึกษาเข้ามา จึงขออนุญาตรวบรวมความเห็นเกี่ยวกับมุมมองที่คนไทยสะท้อนถึงสถาบันอุดมศึกษา ท่านเห็นควรว่าน่าจะมีจุดฉุกคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร หรือมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับประเด็นต่างๆอย่างไร ยกตัวอย่างเช่น
- บทบาทของสถาบันอุดมศึกษา ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาสังคม หรือมีส่วนร่วมกับชุมชนในการสร้างสังคมฐานความรู้
- บทบาทของสถาบันอุดมศึกษา ในส่วนที่เลือกทำการวิจัยในหัวข้อที่สังคมชนบทต้องการ รวมทั้งการมีส่วนทำการวิจัยร่วมกับชุมชน หรืองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฯลฯ
- กรณีการเชื่อมโยงความรู้สายวิชาการ กับสายวิชาชีพในชุมชน เพื่อก่อให้เกิดกิจกรรม กิจกรรม เสริมฐานทางเศรษฐกิจในครัวเรือน และเศรษฐกิจโดยรวม
- บทบาทที่เกี่ยวข้องกับโครงการเศรษฐกิจพอเพียง แต่ละสถาบันให้ความสำคัญและมีกิจกรรมเชิงประจักษ์อย่างไร
- แนวคิดเรื่องการผลิตบัณฑิตเพื่อสนองตลาดแรงงาน จะสามารถเสริมแนวการผลิตเพื่อสนองตอบชุมชนส่วนท้องถิ่น ที่แตกต่างจากที่คิดและทำอยู่ในปัจจุบันอย่างไร หรือไม่
- ในสภาวะที่สังคมเสื่อมถอยในหลายด้าน ท่านคิดว่าสถาบันอุดมศึกษาควรจะมีส่วนรับผิดชอบเรื่องนี้มากน้อยเพียงใด
- จุดดีของสถาบันอุดมศึกษาในบ้านเรา
- นโยบายดีๆ กรณีศึกษาหรือตัวอย่างดีๆที่สถาบันอุดมศึกษาแต่ละแห่งดำเนินการ
คิดแบบเร่งด่วนได้ประมาณนี้ ทุกท่านเสนอปรับปรุงโจทย์ได้ ให้ความเห็นชี้แนะ หรือเพิ่มหัวข้อได้ ฝากเป็นการบ้าน ถ้าว่างและสนใจกรุณาช่วยปะติดปะต่อเรื่องราวให้ดูดีมีความถูกต้อง ก็จะเป็นความกรุณาปราณีที่เยี่ยมมาก เรียนเชิญนะครับท่านเล่าฮูแสวง ท่านไร้กรอบ ท่านเอกชัย ท่านคอนดรักเตอร์ ท่านสิทธิรักษ์ ท่านเม้งเยอรมัน อ.ขจิต เอกจตุพร อ.แพนด้า เม็กดำ1 ครูวุฒิ ครูอ้อย ท่านครูบาอาจารย์ทั่วแผ่นดิน และท่านญาติมิตรชาวBlog
กระผมขอรับการอุปการะความคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยครับ
: ข้อเตือนใจคืนนี้ อย่าบริหารเฉพาะกระดาษ อย่าลืมบริหารใจด้วย
ยินดีพ่อครูบา แต่ว่ายูเป็นไผยังเอาตัวไม่รอดเลย
เรื่องนั้นคิดเห็นตรงกันจะเสนอขอเวลาแป๊บเดียว
ช้าๆ ได้พร้า เล่มงาม ครับ
คนดอย โทรมาตาม เร็วๆ ไปตอบ บันทึกครูบา
อ่านแล้ว ก็ดีใจ เราสุนทรียสนทนากันใน g2k เป็น กระทู้ๆแบบนี้ ผมถนัด เพราะ เข้าเว็ป pantip บ่อยๆ
ข้อแจม กับ ท่านพ่อครูบาฯ ทีละข้อนะ
มันตอบย่กนะ บางมหา ฯ ทุ่มเทน้อย บางมหาฯ อาจารย์ ที่มี "จิตสำนึก" ก็จะทำ
พวกอาโจร ( มีอาชีพอาจารย์ แต่ ทำตัวเป็นโจร ปล้นสะดมเวลาราชการ เงินทองผู้ปกครอง และนักศึกษา โจรกินหัวคิวก่อสร้าง ฯลฯ ) จะไม่สนใจ
ถ้า มหา ฯ ไม่แสดงบทบาทชัดๆ ตัดการ คนชั่วในการเมือง ในสังคม วงจรอุบาทว์ ในบ้านนี้เมืองนี้ ก็ไม่รู้จะพึ่งใครแล้ว
สถาบันการศึกษา ต้องเป็น "ผู้นำ" แต่ เศร้าครับ นำกันเองยังไม่ได้เลย แค่ในภาควิชา ก็ ตัวใครตัวมัน
อาจารย์ไม่มี มีแต่ "อัตตา" พูดมาก ข่มกันมาก ต่างคนต่างอยู่ พูดกันดีๆไม่เป็น มีแต่ "นก" กับ "หมี" .... ไม่มี "วัว" ไม่มี "หนู" (อ่าน เรื่อง ทิศทั้งสี่)
มหา ฯ ทำตัวแปลกแยก กับ ชุนชน ทำตนเป็น ศักดินา ยกตนเอง เป็นคนชั้นสูงกว่า ฉลาดกว่า ฯลฯ
ใช้ภาษา ที่ทำให้ ตนเอง ดูดีมีชาติตระกูล
หลอก มาดูงานชาวบ้าน แล้ว ยกเมฆ Hi-jack เอามาเป็นงานของตน
ผู้บริหาร เดินตามหลังนักการเมือง ต้อยๆๆๆ ก็ น่าอาย สุดๆแล้วครับ
ผู้บริหาร มหา ฯ ห่างเหินธรรม ห่างเหินวัด พูดจาแบบ ตกเป็นทาส กิเลส น่าอายนะครับ
ระบบเลือก ผู้บริหาร ของ มหา ฯ โดยแบบโหวต มันตลกดีนะ ..... ไม่มีแบบอื่นดีกว่านี้หรือไง
อาจารย์ ยังเป็น "คนมือสอง" อยู่เลย เข้าไปวิจัย หรือ ไป ทำสังคมเขากระเจิง กันแน่
พวกแนะนำว่า อาจารย์ดีๆมีเยอะ แต่ เราไม่เคยเอา หลักการตลาด นิเทศศาสตร์ ไป เชียร์ ไปให้กำลัใจเขาเลย
ขนาดบางเว็ป .... ที่น่าจะเป็นที่ พึ่งพิง ของ อาจารย์นักสู้ นักวิจัย ชุมชนทั้งหลาย ได้เจอกัน แบบธรรมชาติ เนียนๆ .... เขาสร้างขึ้นมา แล้ว เขา ก็ "จาก" ไป .....ทำให้นึกถึงคำที่ว่า "สันดานราชการ สร้างแล้วเผ่น ไม่เน้นบำรุงรักษา".... อกหัก อีกแล้ว แต่ เอาเถอะ เขาอาจจะเป็น กระบวนกร ให้เรา ทำ g2k กันเอง แบบ action learning ก็ได้ นิ .... อุปสรรค คือ การเรียนรู้ .... พวกเราก็อย่าติด "สันดานรอเสพ ติดสุข พึ่งพาคนอื่น"เลย
เขียนแรง ก็โกรธ
เขียนเบา ก็ เฉย
ไม่เขียน ก็ .......
เขียนสุภาพ ก็ ไม่ เฉลียวใจ
เขียนไม่สุภาพ ก็ ไม่ยอมอ่าน
เขียนเอาใจ ก็ชอบ แต่ เฉย
เขียนไม่เอาใจ ก็โกรธ
สวัสดีครับ ขอคิดเห็นต่อบันทึกนี้ ต่อจาก ท่าน อ.คนไร้กรอบ
ผมเคยแหย่ๆ ประเด็น การศึกษา มาแล้วเมื่อไม่นานมานี้ บังเอิญว่าไปพาดพิง เหยียบตาปลา ที่กำลังอักเสบหนองเขรอะ ผมเลยโดนฟีดเเบคอ่วมเหมือนกัน
เข้าใจว่า ผมได้เรียนรู้ อะไร "ควร" และอะไร "ไม่ควร" ในบ้านเมืองนี้ และอีกอย่างทุนผมยังไม่มากพอที่จะวิจารณ์อะไรที่ตรงไปตรงมา แม้จะคิดดีก็ตาม
ป่วยหากรู้ว่าป่วย หรือกำลังป่วย ก็ส่งเสริมสุขภาพ หรือหายามากินแก้ไขอาการป่วยไม่ให้ลุกลาม แต่บรรดาที่ไม่รู้ตัวเองป่วยนี่สิครับ เอ...หรือ รู้ว่าป่วยแต่อับอาย ไม่ยอมรับความจริง แบบนี้ ซี้แหงแก๋ ลูกเดียว
ประเด็นการศึกษา เป็นเรื่องที่คุยกันมานาน ปัญหาคลาสสิคแบบนี้ต้องโล๊ะทิ้งไปก่อนมั้งครับ แล้วค่อยๆสร้างกันใหม่ ที่มีอยู่ก็ดื้อยากันหมด รักษาไม่ได้
ในความเป็นจริง สถาบันอุดมศึกษามีจุดแข็งมากมาย แต่จุดแข็งเหล่านั้นกลับไม่ได้นำมาพัฒนาสังคมตามที่คาดหวังในปรัชญา เพราะมันไม่ก่อให้เกิดกำไรเชิงธุรกิจ หรืออาจเป็น NPL ในความคิดนักธุรกิจการศึกษา
ชุมชน ท้องถิ่น ก็ต้องพึ่งตนเอง พอเพียงๆๆ
ผมฝันอยากให้สร้างนักจัดการความรู้ท้องถิ่นเพิ่มมากขึ้น นี่คือทางรอด...
คิดว่าต้องเดินทางสายกลาง ดึงบทบาทที่เป็นจุดเเข็งของสถาบันการศึกษามาหนุนเสริมชุมชน ช่วยกันคิด ช่วยกันแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อน
สถาบันการศึกษา อาจต้องกล้าในการเปลี่ยนแปลงกระบวนการอยู่รอดของตนเอง ให้สอดคล้องกับกระบวนการอยู่รอดของคนในท้องถิ่น เพราะหากอยู่รอดแบบเดี่ยวๆ ก็เกิดกรณี "ตายหมู่" ได้ง่าย
ผมเห็นความสำคัญของ ประชาพิจัย หรือ ชาวบ้านที่ถูกสร้างให้เป็นนักพัฒนาโดยดึงปัญญา ศักยภาพ ตนเอง ชุมชนมาใช้ขับเคลื่อนงานพัฒนา
อยากให้สถาบัน จับ "หัวใจ" ที่สำคัญตรงนี้ และขับเคลื่อนพัฒนาไปด้วยกัน
พบกันครึ่งทางนะครับ
ให้ความสำคัญกับศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ และตระหนักในสิทธิของบุคคลและชุมชน
เริ่มต้นใหม่...วิกฤติก็คือ "โอกาส"
ภาระ ก็คือ "พลัง" ครับ
เขียนแรง ก็โกรธ
เขียนเบา ก็ เฉย
ไม่เขียน ก็ .......
เขียนสุภาพ ก็ ไม่ เฉลียวใจ
เขียนไม่สุภาพ ก็ ไม่ยอมอ่าน
เขียนเอาใจ ก็ชอบ แต่ เฉย
เขียนไม่เอาใจ ก็โกรธ
2 ) บทบาทของสถาบันอุดมศึกษา ในส่วนที่เลือกทำการวิจัยในหัวข้อที่สังคมชนบทต้องการ รวมทั้งการมีส่วนทำการวิจัยร่วมกับชุมชน หรืองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฯลฯ
แค่ไปเรียน นอก ....อจ ก็เอาตนเอง เป็นหลัก .. ยังไม่ยอมไปเรียนตามที่สังคมต้องการเลย นับประสาอะไรกับงานวิจัย ... จะเอาที่ตนเองชอบ มองตนเองเป็น "โลก" ทั้งใบ
อจ กลุ่มใด ยิ่งใหญ่ คุมเงิน เหล่า อจ ลิ่วล้อ ขาเส้น ก็จะได้เงินไปวิจัย .... อจ มหา ฯ อื่น อย่าหวังมาแจม
สันดาน อจ หลายคน รับงาน รับเงิน เอาไว้ก่อน ทำวิจัยไม่ค่อยจะเสร็จ หลอกให้ เด็กปอโททำ มั่วๆ ถ่วงเงินเด็ก จ่ายช้า บ้าวิชาการ รุมอัดเด็ก ฯลฯ ใครไปตามงาน ก็ด่าส่งเลย
ก่อนจะแก้ เรื่อง มหา ฯ เราเอา สันดาน อจ มาตีแผ่ ให้เห็นกันก่อน "แสบ" ขนาดไหน
นักศึกษา ไม่กล้า หือ เพราะ อยู่ในโซน ไม่ปลอดภัย
ผู้ปกครอง ก็ไม่เคย โผล่มาดู พวก อจ ทำอะไรกันเลย ... ร้านบาร์ หอพัก สิ่งชั่วร้าย รอบๆ มหา ฯ ไปดูเถอะ พรรคพวก อจ สะเยอะ
อจ = อาโจร พวก อาจารย์ดีๆ ไม่เกี่ยวนะครับ อย่าร้อนตัวไป
เรียนจบแล้ว ก็ มุ่งแต่ จะทำงานที่ตนจบมาเท่านั้น... ไม่ลืมหู ลืมตา ลงไป ขลุกกับ ชุมชน .... นี่แหละ มีแต่ปริญญา แต่ ไม่ได้ วงจรเรียนรู้มาเลย เป็น พวกได้ ความรู้มือสอง เป็นแค่ "คนมือสอง"
เวลาประชุมกัน อจ นี่ ร้ายๆ กันทั้งนั้น ..... ทั้งวางมาด มีอัตตา ใครแตะไม่ได้ ฯลฯ เป็นแบบนี้ มาหลายชาติแล้ว ...ยัง ไม่รู้ตัวอีก
ผมนึกถึง รร เพลินพัฒนา รร รุ่งอรุณ เขาเอา "ปัญหา" ในชุมชน เป็น "หัวปลา" แล้ว ฉีก ออกไปว่า จะเรียนวิชาอะไร เป็น แนว Problem based learning แต่ ระดับอุดม ฯ ไม่มีเลย มี นิดเดียว
ไม่สอนให้ เรียนรู้เลย เอาแต่ สอนให้รับรู้
อจ คือ เผด็จการในห้อง ... แค่ นี้ ประเทศไทย ก็ล่มได้แล้วครับ ... คนระดับที่ใครๆ ยกย่องว่า เป็นนักการศึกษา แต่ "สิกขา" ไม่เป็น ( ไตรสิกขา )
ในภาควิชา ในคณะ ... ไม่เคยคุยกันดีๆ เกี่ยง งอน เลื่อยขา แอบนินทา หนีอบรม หลบงาน อู้ เอาตัวรอด ใช้งาน อาจารย์ใหม่ หลอกนักศึกษาทำงานส่วนตัว ฯลฯ สันดานจริงๆเลยเนี่ย .... ยากจะแก้ไข
อจ = ผู้ด้อยโอกาสทางการสิกขา
เรียนแบบไม่ปริญญาได้ไหมเนี่ย
ดู KTC สิครับ รับนักศึกษามาฝึกงาน แล้ว ดู "จิตอาสา" เอา คนดีมาก่อน
พวกบริษัท งกๆ เค็มๆ หลงกล อจ เอาแต่เด็ก เรียนเก่ง แต่ ขาด "จิตอาสา" ... สังคมก็ย่อยยับ
ดู มหา ฯ สมัยใหม่ แยกวงออกมาดีกว่า เป็น มหา ฯ แนว รุ่งอรุณ ดรุณสิกขาลัย เพลินพัฒนา ฯลฯ มหาฯ ทางเลือก
ดู มหา ฯ นาโรปะ ที่ USA ก็ได้ (Naropa)
ชอบหลอก คนในวงการต่างๆ ไป ร่วม ปฏิรูปการศึกษา ฯลฯ แต่ ก็ไม่เคยทำตามเขาสักที ... ให้ได้ ขึ้นชื่อ ว่า เชิญ คนนอก ไปร่วมคิด ... ผมว่าโดนหลอกไปร่วมวง มากกว่า .. .ให้ โล่ห์ มาด้วยนะ ... อิ อิ
อยากมี มหา ฯ ทางเลือกเยอะๆ ครับ
ในโลกอนาคต อจ ทำตัว แค่ "มือสอง" แบบนี้ สังคม IT จะ ไม่สนใจ มหา ฯ อีกต่อไป "หัวเน่า" ล่ะ คราวนี้ ... คนเขาให้เกียรติ แต่ ไม่ทำตัวให้สมเกียรติ ทำตัวเป็นคางคก ขึ้นวอ
ผมเคยไป บรรยาย ให้ พวก ปอโท วิชาการบริหารการศึกษาฟัง ใน มหาฯ ที่ยกตนเอง ว่า "ชั้นนำ" ... ปรากฏว่า ไปกล้าเชิญ ผมอีกเลย ฮ่าๆๆๆ
เขารับไม่ได้ แถมด่า ผมว่า ปากเสีย ไปกินรังแตนจากไหนมา แค้นครูอาจารย์มากนักหรือ พูดดีๆ ไม่เป็นหรือไง ฯลฯ
ผม ก็ บ่นๆ ให้ครูบาฯ ทราบ เท่านั้นเอง
พวกเขา คงไม่เข้า มาอ่าน ไม่เปิดใจ (Closed minds , closed heart)
มาอ่าน ก็ ไม่น้อมไป พิจารณา ไม่ Hansei (สำนึกผิด)
ถึงพิจารณา ก็ไม่กล้าทำ .... ไม่ Open will
นานๆ เราจะเห็น ด็อกเตอร์ ตัวดำๆ คนกรุงเทพ ฯ แยกไม่ออกว่าเป็น อาจารย์ หรือ ชาวนา พาดผ้าขาวม้า ....ไปดู ควาย กินหญ้าในนาข้าว
ไม่ค่อยเห็น ... อจ วิศวะ ไป ทำงาน ซ่อมเครื่องจักร กับ พนักงานหน้าเครื่อง ... ถ้าจะไป ก็ต้องมี ผลประโยชน์มาล่อกระมัง
ผม ไม่ได้ไปดูครบทุก มหา ฯ ไม่ได้คุยครบทุกชุมชน ไม่ได้คุยกับ อาจารย์ทุกท่าน
ผมคิดว่า .... มหา ฯ หลายแห่ง พัฒนา ขึ้นมามากแล้ว ผมแซวไปงั้นๆ โดนใคร ก็ ขออภัย ....ถ้า ไม่ใช่ก็แล้วไป
3) กรณีการเชื่อมโยงความรู้สายวิชาการ กับสายวิชาชีพในชุมชน เพื่อก่อให้เกิดกิจกรรม กิจกรรม เสริมฐานทางเศรษฐกิจในครัวเรือน และเศรษฐกิจโดยรวม
เรามีคน นำร่อง บุกทาง ให้ดูแล้ว
เช่น
แต่ เราไม่ ยกย่อง ป่าวประกาศ สร้างค่านิยม
กระทรวงหลายกระทรวง ผมเข้าไปเป็นที่ปรึกษา ไปตรวจงาน ฯลฯ เริ่มใช้ หลัก นิเทศน์ การตลาด เราลง ทีวี วิทยุ ... ยกย่อง สร้างทัศคติ
ที โฆษณา โง่ๆ หลอกให้กินเหล้า ซื้อมือถือ ถอยรถใหม่ ฯลฯ ยัง หลอกคนได้
ทำไม กระทรวงศึกษา ไม่ สร้าง "ค่านิยม" ผ่านการโฆษณามากๆ ล้างสมอง เถ้าแก่ งกๆ เค็มๆ นายจ้าง ครู อาจารย์มือสอง ฯลฯ
เชียร์ มหา ฯ ทางเลือก
คุยมานานแล้ว ขยับได้ นิดเดียว !!!
ฟังอาจารย์ไร้กรอบแล้วมือตีนอ่อนเหมือนไม่มีแรง แต่อยากเอาอีก ฮิฮิ มันทีเดียว ฮิฮิ
งานนี้โน๊ตบุคส์ ร้อนฉ่า
อ่านแล้ว หิวน้ำ ขอยาดมด่วน