วันหยุดที่ผ่านมา สายลมได้เดินทางกลับไปบ้านที่หนองคายเพื่อปฏิบัติภาระกิจตามที่ได้รับปากไว้กับญาติผู้ใหญ่ที่บ้าน  และการกลับบ้านครั้งนี้ก็มีสิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้นกับตัวผมเอง

จู่ ๆ ผมก็ไปพบสิ่ง ๆ หนึ่งที่ในชีวิตนี้ไม่คิดว่าจะเจอมันอีก " ใช่ครับ " มันเป็นสมุดบันทึกแห่งความทรงจำของผมเองในเกือบสิบปีที่ผ่านมา  สมุดบันทึกพร้อมด้วยกระดาษอีกปึกเล็ก ๆ นี้ทำให้ประกายในดวงตาของผมต้องลุกวาวจนอยากจะร้องว่า   " ให้ตายเถอะโรบิ้น  เจ้าไปอยู่ไหนมา "

04112007

นับจากวันที่ย้ายบ้านจากหลังเล็ก ๆ ไปอยู่บ้านหลังที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เจ้าสมุดบันทึกเล่มนี้ก็ได้หายไปโดยไม่ทิ้งร่องรอยไว้ให้ตามหา  กระผมใช้เวลาตามหามาตลอดเกือบสิบปีในทุก ๆ ครั้งที่กลับบ้าน

แล้ววันนี้เจ้าสมุดบันทึกเล่มนี้ก็ได้ปรากฎตัวขึ้นอีกครัง  ในความรู้สึกของผมรู้สึกว่า " ริ้วรอยแห่งการเวลา ไม่สามารถทำให้ความเป็นสมุดบันทึกนี้ได้เลือนลางจางลงได้  เหมือนกับว่า ความคิดและความรู้สึกที่บรรจุอยู่ภายในนั้นไม่เคยเลือนหายไปกับกาลเวลาแต่กลับเด่นชัดเจนในความรู้สึกในทุกห้วงแห่งความคิดถึง "

หลังจากที่ได้เจอในทันที  ผมเริ่มอ่านทบทวนความทรงจำตั้งแต่หน้าปกซึ่งผมเขียนชื่อบันทึกว่า  " ดนตรีที่ไร้ทำนอง "  ใช้ชื่อนามปากกาว่า " น้ำตา ณ จันทร์ "  โอ้... อ่าน ๆ ๆ  ๆและ อ่าน จนถึงบรรทัดสุดท้ายของหน้าสุดท้าย   สายลมได้พัดพาเอาความทรงจำต่าง ๆ ที่ถูกกระแสคลื่นแห่งกาลเวลาพัดพาหายไปกลับมาอีกครั้ง ผมรู้สึกดี รู้สึกดีจริง ๆ

ถึงแม้ว่าบางหน้าจะถูกเขียนขึ้นมาจากความคับแค้น ความยากลำบาก ความอดทนทรหดอย่างสาหัสสากรรจ์  แต่ก็จะถูกลบล้างด้วยบันทึกแห่งความงดงามในท่วงทำนองของบทกวีที่ไพเราะเข้ามาแทนที่

ณ  ปัจจุบัน จุดที่ผมได้ยืนอยู่ตอนนี้ เมื่อมองกลับไปในอดีตแล้ว  ผมต้องขอก้มกราบขอบพระคุณกับหลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่าง ที่ได้ผ่านเข้ามาในชีวิตจนทำให้ผมได้เป็นคนอย่างครบขั้นตอนของความเป็นคน ไม่ว่าจะเป็นมุมที่ดำมืดและด้านที่สว่างเจิดจ้า   ชีวิตแห่งการแสวงหาความหมายของชีวิตและการเก็บเกี่ยวผลิตผลจากไร่นาแห่งความรู้สึก  บันทึกเล่มนี้ของผมเล่มนี้จึงถือได้ว่าเป็นหลักศิลาจารึกความรู้สึกของตัวผมเองอีกแท่งหนึ่งที่สำคัญเลยก็ว่าได้

04112007%28001%29

บันทึกนี้เท่าที่จำได้จะเป็นบันทึกที่ผมเขียนขึ้นเองจากความคิด  ความรู้สึก และเก็บเอาบทกวีที่ชื่นชอบมาไว้อ่านเพื่อให้กำลังใจตอนเองในยามที่ท้อแท้ สิ้นหวัง จนกระทั่งถึงห้วงแห่งความสุขและความรัก สารภาพตรง ๆ เลยว่าจำได้ไม่หมดว่าตรงไหนเราเขียนเองบ้างและตรงไหนที่เราชื่นชอบนำมาจดลงไว้ในบันทึกบ้าง

ขอบใจเจ้ามากเจ้าบันทึกเล่มน้อยที่กลับมาอยู่เคียงข้างกันอีกครั้ง  สัญญาว่า ต่อแต่นี้ไปจะไม่ปล่อยให้เจ้าต้องร่อนเร่หายไปไหนอีก  สัญญาจะดูแลเจ้าอย่างดี อย่างที่ผมดูแดดวงดาวดวงนั้น

"  หวังว่าระยะเวลาเกือบสิบปีที่เจ้าพเนจรอยู่ในที่ต่าง ๆ เจ้าจะเก็บเอาเรื่องราวที่พานพบมาเล่า มาแบ่งปันให้กันและกันฟังบ้าง ตัวเราเองก็มีเรื่องมากมายจะเล่าให้เจ้าฟังเหมือนกันกับการใช้ชีวิตตลอดเวลาที่เราห่างกัน    เออ..เกือบลืม ..เดี๋ยวเราจะแนะนำให้เจ้ารู้จักกับสมุดบันทึกรุ่นน้องของเจ้านะ   เออ ..เล่มนี้ชื่อว่า ............................  "

ของคุณจากหัวใจ

น้ำตา   ณ   จันทร์
ชายสะพายย่าม
สายลมอิสระ
นายสายลม  อักษรสุนทรีย์


........................................................