กอดเขาที ให้เขาอบอุ่นใจ ให้เขารู้สึกปลอดภัย

นั่งบันทึก วันที่   1 พย. 50 กลับจากประชุม  ก็มานั่ง หม่ำอาหารเย็นหน้า TV ปกติ ผู้เขียนกับ ทีวี เราไม่ได้มีนัดกันมากมาย เหมือนสัญชาติญาณ เข้าบ้านปุ๊บ ก็เปิดปั๊บ จากนั้น ก็ทำอะไรไปเรื่อยเปื่อย …ใจไม่ค่อยได้จดจ่อ ทีวีมีสถานะเป็นเพื่อน ..วัน ๆ ถ้าไม่ได้เปิด ทีวี บ้านคงเงียบกริบ ..เหมือนไม่มีสิ่งมีชีวิต .. <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>   วันนี้  ใจถูกดึงไปจดจ่อกับรายการชื่อแปลก ว่าจุดเปลี่ยน  อยู่มาตั้งนาน ไม่เคยสังเกต ว่ามีรายการดีๆ  แบบนี้ด้วย ..วันนี้เป็นเรื่อง ของ กอด ค่ะ  ไม่ได้ผิดหรอกค่ะ ว่าด้วยเรื่อง กอด นั้นสำคัญไฉน เป็นที่น่าสังเกต ว่าช่อง นี้ ค่ายนี้ มีอะไรแปลกใหม่ ดีๆ เยอะจัง อยากให้หลาย ๆ คนได้ดูค่ะ ..การดำเนินรายการดำเนินไปอย่างน่ารัก  เค้าออกไปสัมภาษณ์ คุณพ่อ คุณแม่ และ เด็ก ๆ ทั้งหลายว่ากอดกันบ่อยแค่ไหน  หรือคิดว่า กอดนั้นสำคัญไฉน  เสียงตอบก็จะออกมาคล้าย ๆ กัน ตรงส่วนใหญ่คิดว่าการกอดนั้น เป็นสิ่งที่ดี  และแน่นอนเด็ก ๆทุกคนโหยหาการกอด มีการเก็บข้อมูลในเด็ก ๆ ระดับประถมต้น  150 คน  ผลการเก็บข้อมูลพบว่า  47 %  ได้ถูกกอดอย่างสม่ำเสมอจากพ่อแม่ 50%  ถูกกอดนาน ๆ ครั้ง ไม่บ่อย และ มีถึง 3% ที่ไม่ถูกกอดเลย  แต่เมื่อถามถึงความคาดหวัง ..เด็ก ๆ ทุกคนอยากถูกกอด  เมื่อถูกกอดแล้ว ทุกคนจะรู้สึกว่าอบอุ่น ถูกปกป้อง และรู้สึกเป็นที่รัก    เด็ก ที่ตอบว่าพ่อแม่ไม่กอด หรือ กอดไม่บ่อย ให้เหตุผลคล้าย ๆ กันว่าพ่อแม่ ทำงานหนัก ไม่มีเวลา <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                เป็นที่น่าสังเกตว่า ครอบครัวไทยของเรา  มีไม่น้อย ที่พยายามจะบอกว่ารักนะ แต่ไม่แสดงออก .. ไม่คุ้นชินกับการแสดงความรักด้วยความใกล้ชิด หรือ กอด .. ผู้เขียนเองก็เติบโตมาอย่างขาดแคลนการกอด เพราะเสียคุณแม่ไปตั้งแต่ ยังไม่โตเท่าไหร่   แต่ที่คุณธรรม จริยธรรม ยังเพี้ยนไปไม่มาก น่าจะเกิดจาก ได้รับการกอด อย่างอิ่มเอม มาช่วง 3  ปีแรกของอายุ และ ยังได้กอดอย่างสม่ำเสมอ ในช่วง 3-7 ปี ..  ช่วงที่คุณแม่ยังมีชีวิตอยู่ ก็ห่างเหินกับพ่อ ค่ะ พ่อไม่เคยได้แสดงความรักโดยการกอด เมื่อสิ้นคุณแม่ไป การแสดงความรักโดยการกอดก็ไม่มีอีกต่อไป … <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">   </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">             พอได้มานั่งดู คำพูดที่ไร้เดียงสาของเด็ก ๆ ว่าเขาต้องการ กอด  กอดเขาที ให้เขาอบอุ่นใจ ให้เขารู้สึกปลอดภัย ก็ให้ตื้นตัน ใจ อดน้ำตาซึมไม่ได้ ..  ไม่นับคุณแม่ของเด็กหรอกค่ะ ที่ต้องร้องให้ กับความใสซื่อของเด็กและการแสดงความรัก ที่พ่อแม่ได้มองข้ามไป   เพียงเพราะคิดว่าลูกโตแล้ว ..หรือว่าลูกอาจไม่ต้องการ …พอดูมาถึงตอนนี้ก็อดย้อนคิดไปไม่ได้ … พฤติกรรมที่เป็นปัญหาของวัยรุ่นในปัจจุบัน ..ทั้งวัยรุ่นก้าวร้าว..เกกมะเหรก เกเร.. ไม่มีความอ่อนโยนในสันดาน ส่วนหนึ่งน่าจะเกิดจากตรงนี้แหล่ะ .. ขาดความรัก ..การเลี้ยงดูที่ไม่ใส่ใจ ของพ่อแม่ ..  นึกมาถึงตอนนี้นึกอยากให้คุณพ่อ คุณแม่หลาย ๆ คน ที่มีลูก ได้ดูเรื่องนี้ค่ะ ..ช่วยกลับไปกอดลูกที่บ้าน ..จะได้ช่วยกันเป็นส่วนหนึ่ง ในการสร้าง  เด็กและเยาวชน ที่มีจิตใจอ่อนโยน และกลายผู้ใหญ่ที่มีจิตสำนึกในวันหน้า</p><p> ก็พอดีไปอ่านเจอ บทความน่ารัก ฝากค่ะ ๆ เรื่องกอด  เลยเอามาฝากชาว Blogger ค่ะ </p><p>*กอด*.. . .. .ทำได้ง่ายเพียงอยากจะกอด
แต่อาจจะยากเย็นแสนเข็ญ... ..หากคนถูกกอดไม่เต็มใจ


เมื่อพิจารณาด้านสรีระวิทยา
*
กอด*. .. .ทำให้อุณหภูมิของร่างกายสูงขึ้น
เพราะมีการถ่ายเทอุณหภูมิระหว่างคนกอดและคนถูกกอด


เมื่อพิจารณาทางด้านจิตใจ ความรู้สึก
*
กอด*.. . ..ก็ทำให้ข้างในอบอุ่น เอ่อท้น และเต็มตื้นไปด้วยความความรู้สึก.. ..
.
ที่ถูกถ่ายเทจากคนกอด สู่คนถูกกอด


*
กอด*.. . ...จะทำให้คนผิด สารภาพผิด

*
กอด*. .. . . ..จะทำให้คนที่อ่อนแอที่สุดกลับมาเข้มแข็งได้มากที่สุด


และ *กอด*. .. . ..ยังคงเป็นสัมผัสเฉพาะกิจ
เมื่อถูกสวมกอด.คำพูดใดๆก็ไม่จำเป็นทั้งสิ้น
เพราะโลกทั้งโลกจะเงียบงันอบอุ่น ตื้นตัน
ล้วนแต่สัมผัสได้ เพราะ *กอด*              </p><p>กอด กันเถอะ นะคะ  .. ก่อนที่จะไม่มีใครให้กอด..ใคร ที่ไม่มีใครให้กอดอนุญาต ให้ยืมหอยโข่งค่ะ …งิงิงิงิ …. </p><p><div style="text-align: center">Dscf0898</div></p><p></p><p>ที่มาของบทความน่ารัก ๆ : http://www.saranair.com/article.php?sid=3347</p>