เหน็ดเหนื่อยจากการทำงานมากพอสมควร แต่ทั้งผมและเด็ก ๆ ทั้งหมด ได้รับประสบ การณ์ที่คุ้มค่า เราได้ไปอยู่ท่ามกลางความมหัศจรรย์ของเด็กไทย 92 บูธ จากทั่วประเทศ เราได้ไปพบเห็นศิลปวัฒนธรรม การแสดงของทุกภาค ได้เจอคนไทยทั้ง 4 ภาค ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันตลอด 1 วันเต็ม ๆ โดยไม่อยากให้เวลาผ่านไปเลย

 

มหัศจรรย์เด็กไทย

ที่เมืองทองธานี

(ความน่าพิศวง ประหลาดใจ)

1 พฤศจิกายน 2550  

บูธ 32 ฮอล 8

ตอนที่ 1 วันนี้ ไม่มีเครื่องดนตรี 

         วันนี้เป็นวันอาทิตย์ที่ 4 พฤศจิกายน 2550 ผมตื่นนอนขึ้นมาสายหน่อย เป็นเพราะต้องทำงาน 5 วันติดต่อกัน ได้นอนพักผ่อนน้อยมาก ตั้งแต่วันที่ 30-31 ตุลาคม 2550 ผมและเด็ก ๆ ในวงเพลงอีแซว สายเลือดสุพรรณฯ 19 คน ช่วยกันคิด วางแผนในการนำผลงานเพลงอีแซว (ด้นสด) ไปนำเสนอที่ ฮอล 8 อิมแพค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 1-3 พฤศจิกายน 2550 เป็นเวลา 3 วัน แต่ทาง สพฐ. ประสานงานให้ผมนำเอกสาร วัสดุ อุปกรณ์ไปจัดแสดงตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2550 ผมมีภารงานอื่น ๆ ซ้อนกันอยู่จึงขอไปเช้าตรู่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2550 ในค่ำวันที่ 31 ตุลาคม 2550 ผมได้นัดหมายเด็ก ๆ จำนวน 17 คน และตัวผมรวมทั้งนักการ (คนขับรถ) มาปรึกษาหารือกันและจัดให้เด็ก ๆ ในวงเพลงพักค้างคืนที่ห้องฝึกซ้อมเพลง เพื่อที่จะได้เตรียมตัวและออกเดินทางไปยังสถานที่จัดงานมหัศจรรย์เด็กไทย : มหกรรมปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐาน

          ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2550 เราออกเดินทางจากโรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 1 ในเวลา 04.00 น. เมื่อจัดนำวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นขึ้นรถเสร็จเรียบร้อยก็ออกเดินทางไปยังอิมแพค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี  แต่เนื่องจากเด็ก ๆ เขาตื่นเต้นกันบ้าง บางคนถึงกับนอนไม่หลับ พอรถออกเดินก็หลับกันไปเกือบหมด มีผมและคนขับรถที่ไม่สามารถหลับได้ต้องคอยเฝ้าระวัง ไปถึงสถานที่จัดงานเวลาประมาณ 06.15 น. ในวันแรกนี้ทางผู้ดูแลสถานที่เขาเปิดฮอลให้เข้าไปจัดได้ตั้งแต่ 06.30 น. ค่อยยังชั่วหน่อยที่บูธของผมจะได้จัดเสร็จทันก่อนที่ผู้คนจะเข้ามาชมงานในเวลา 08.00 น.

          ที่บูธ 32 เพลงอีแซวด้นสด เป็นบูธหัวมุม เปิดหน้าได้ 2 ด้าน อยู่ติดกับเวทีการแสดงพูนปัญญา ภาคกลาง เมื่อมองไปที่เวทีเขาจัดเตรียมเอาไว้ 4 เวที ครบทั้ง 4 ภาค เวทีใหญ่ขนาดกว้าง 12-14 เมตร (โดยประมาณ) มีฉากแผ่นหลังและแผ่นป้ายภาคห้อยลงมา ที่ด้านหน้าจัดเก้าอี้สำหรับคนดูเอาไว้ ประมาณ 200-250 ที่นั่ง (เรียงเอาไว้อย่างเป็นระเบียบ) ผมมอบหมายให้นักเรียนที่ไปทั้งหมดทำหน้าที่จัดตกแต่งบูธของเราโดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วน    

         ส่วนที่ 1 จัดโต๊ะแสดงผลงาน มี แผ่นตั้ง แฟ้มผลงาน แผ่นภาพ แผ่นพับและนามบัตรวง

         ส่วนที่ 2 จัดแผ่นป้านภาพพิมพ์อิงค์เจ็ด ติดที่ผาผนังทั้ง 2 ด้าน และที่โต๊ะวางเอกสาร 

         ส่วนที่ 3 ติดตั้งระบบเสียง มีตู้ลำโพงขนาด 8 นิ้ว 2 ตู้ เครื่องทำจังหวะ 2 ชุด และป้ายห้อยทิ้งชายสำหรับติดที่เครื่องดนตรี 3 แผ่น เด็ก ๆ เขาช่วยกันจัดทุกอย่างเสร็จในเวลา  1 ชั่วโมง ผมบอกกับองอาจ และ ธวัชชัย ให้ทดสอบเสียงกลองไฟฟ้าก่อน ทั้ง 2 คนช่วยกันตรวจสอบสายต่อทุกเส้น เสียบสายที่ปลั๊กไฟฟ้า เร่งเสียงที่แอมป์ เคาะจังหวะที่หน้ากลองไฟฟ้าทั้ง 2 ชุด ปรากฏว่า กลองไม่ดัง เด็ก ๆ ถามผมว่า อาจารย์ครับแล้วจะทำอย่างไรดี 

               

          การแสดงผลงานที่บูธเริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 น. ผมจัดแบ่งผู้นำเสนอออกเป็น 3 ชุด 

          ชุดที่ 1 นายเจตสรินทร์ ดอกเบญจมาศและคณะนำเสนอเรื่องเล่นเพลงพื้นบ้านได้หลายชนิด

          ชุดที่ 2 น.ส.หทัยกาญจน์ เมืองมูลและคณะ นำเสนอเรื่องเพลงอีแซวด้นสด 

          ชุดที่ 3 น.ส.รัตนา  ผัดแสนและคณะ นำเสนอเรื่องการแสดงอย่างต่อเนื่องเป็นอาชีพ 

                 เด็ก ๆ ทุกคนทำหน้าที่ได้ดี ตามที่ได้วางแผนเอาไว้ วันนี้มีผู้เข้ามาชมงานมีเป็นจำนวนมาก ที่ ฮอล 8 เต็มไปหมดแทบจะเคลื่อนตัวไม่ได้ เด็กชุดที่ทำหน้าที่ให้ความรู้ผู้กับมาชมงานจะสลับกันพูด สาธิตการแสดง แนะนำวงเพลงที่โต๊ะผลงาน  แจกแผ่นพับ (เฉพาะผู้ที่มาขอรับเท่านั้น) วันแรกแจกไป 200 แผ่น รวมทั้งนามบัตรติดต่อวงเพลงอีก 150 แผ่น แจกจนหมด ที่หน้าบูธ มีผู้มาชมการแสดงตลอดเวลามากบ้างน้อยบ้าง ที่ด้านข้างมีผู้มาศึกษาเอกสาร เปิดดูแฟ้ม อ่านแผ่นพับ และมองแผ่นป้ายในบูธ ของเรานำเสนอภาพคนดัง เจ้าของแชมป์เพลงพื้นบ้านทางโทรทัศน์ 2 คน และแชมป์เพลงลูกท่ง (รางวัลเหรียญทอง) งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 56 รวมทั้งภาพนักแสดงที่จัดพิมพ์ขนาดใหญ่ 2X3 เมตร นอกจากนั้นยังมีแผ่นความรู้อื่น ๆ ที่จัดไว้เต็มพื้นที่ บนแผ่นฝาทั้ง 2 ด้าน

        

          เวลา ประมาณ 10.00 น. มีผู้มาประสานงานการแสดงที่เวทีกลาง ผมขอลงเป็นลำดับที่ 10 (เลื่อนออกไปเป็นลำดับที่ 11) วันนี้ท่าน ผอ.อนุสรณ์ ฟูเจริญ ผอ. สพท. สพ.2  และคณะ มีท่าน ศน.ลำดวน ไกรคุณาศัยและทีมงาน ศน.หลายท่านไปเยี่ยมถึงบูธ 32 พอชุดของท่าน ผอ.เขตจากพวกเราไปแล้ว ท่าน ผอ.ลั่นทม  พุ่มจันทร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 1 และรองทองคูณ อินทร์พยุงไปเยื่ยมพวกเรา (ทำให้มีความรู้สึกอบอุ่นมาก) จนถึงเวลา 15.30 น. ผมให้เด็กทั้ง 17 คนขนของไปที่เวทีภาคกลาง เพื่อเตรียมตัวขึ้นเวทีการแสดงของภาคกลาง เป็นชุดที่ 11 โดยได้รับความอนุเคราะห์จาก ครูไพบูลย์  สายแก้วลาด (ป๋อง) จากโรงเรียนสามชุกรัตนโภคาราม ให้ขอยืมกลองทอมและบองโก ไปใช้ในการแสดง (ขอบคุณมาก ๆ ที่สุด) วันนี้เครื่องดนตรี กลองไฟฟ้าของผมเกิดเสียหายที่ตัวแปลงไฟฟ้า จึงทำให้ใช้งานไม่ได้ทั้ง 2 ชุดเลย

           

           เพลงอีแซวด้นสด ขึ้นไปแสดงบนเวทีกลางเป็นรอบแรก เมื่อเวลาประมาณ 15.40 น.วันนี้มีผู้ชมเป็นจำนวนมาก เก้าอี้ที่จัดไว้เต็มที่ยืนชมอีกรอบทั้ง 3 ด้าน (อบอุ่นมาก) เด็ก ๆ เขาก็แสดงได้ ดีตามที่ได้เตรียมขั้นตอนเอาไว้จบการแสดงเวลาประมาณ 16.15 น.(ประมาณ 30 นาที) ลงจาก เวทีก็มาทำหน้าที่ ที่บูธต่อตามปกติ วันนี้น้องเจ-แนน น้องเบียร์-ยุ้ย ทำหน้าที่สาธิตเพลงพื้นบ้านหลายอย่าง ที่บูธมีการแสดงผลงานวันละ 6 ชั่วโมง โดยทั้งแสดงและพูดแนะนำที่ไปที่มากระบวน การที่เดินทางมาถึงจุดนี้ ที่เป็นความสำเร็จของวงเพลงอีแซวด้นสด ผู้ชมก็ตามมาให้กำลัง ใจกันจนถึงเวลาที่พวกเราต้องเก็บของ เพื่อที่จะเดินทางกลับดอนเจดีย์ (ไม่ได้พักค้าง ไป-กลับทุกวัน)

          

           ออกจากบูธแสดงผลงานเมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. (คนน้อยแล้ว) นำเด็ก ๆ ทั้งหมดขึ้นรถดินทางกลับมาแวะรับประทานอาหารเย็นที่หน้าวัดป่าเลไลยก์ สำหรับที่บริเวณจัดงาน อาหารหารับประทานได้ยาก และราคาค่อนข้างสูง ผมเลยบอกกับเด็ก ๆ ว่า กินกันให้อิ่มนะ เพราะเรายังต้องไปทำงานกันอีก 2 วัน และคืนนี้เราจะต้องร่วมกันประเมินสถานการณ์ที่เรานำเสนอผลงาน ปรับแก้ไขให้วันพรุ่งนี้มีข้อบกพร้องน้อยที่สุด หรือไม่มีเลยได้ยิ่งดี รถมาถึงที่พักเวลา 19.50 น. ให้เวลานักเรียนพักผ่อน อาบน้ำ นัดประชุมกันเวลา 21.00 น. และจัดการฝึกซ้อมทบทวนบทบาทปรับปรุงแก้ไขลีลาการแสดงสับเปลี่ยนตัวแสดงและจัดคิวให้น่าสนใจยิ่งขึ้น  สำหรับกลุ่มที่จัดเอาไว้ มีการปรับเปลี่ยนกลุ่มทำงานเล็กน้อยโดยเฉพาะที่โต๊ะเอกสารให้มีคนอยู่ประจำครั้งละ 2 คนตลอดทั้งวัน และให้เข้านอนเวลา 24.00 น. ผมนัดหมายออกเดินทางในวันรุ่งขึ้น 2 พ.ย.50 เวลา 04.30 น. 

        

           เหน็ดเหนื่อยจากการทำงานมากพอสมควร แต่ทั้งผมและเด็ก ๆ ทั้งหมด ได้รับประสบ การณ์ที่คุ้มค่า เราได้ไปอยู่ท่ามกลางความมหัศจรรย์ของเด็กไทย  92 บูธ จากทั่วประเทศ เราได้ไปพบเห็นศิลปวัฒนธรรม การแสดงของทุกภาค ได้เจอคนไทยทั้ง 4 ภาค ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันตลอด 1 วันเต็ม ๆ โดยไม่อยากให้เวลาผ่านไปเลย 

(ติดตามเหตุการณ์ในวันที่ 2 ของงาน ในตอนที่ 2 มีเซอไพรซ์ ครับ)