ไม่มีประโยคเด่นในเรื่องราวของตนเอง

ถามตัวเองก่อนทำการบ้านว่า เราเป็นสมาชิกเฮฮาศาสตร์เต็มตัวแล้วหรือนี่ ถึงจะได้ไปส่งการบ้านการเมืองกับเขา แต่เอเมื่อเช้ากดหน้าจอที่บันทึกของเราไปๆมาๆ ไปกดตรงสารบัญของบันทึกเราถึงได้รู้ว่าบางเรื่องราวที่ผ่านพบแล้วนำมาเล่าสู่นั้นมีผู้แวะมาเยี่ยมมาอ่านเกินร้อยครั้งหลายบันทึกอยู่นี่นา ตกลงว่าเอาก็เอาเฮฮาก็เฮฮาฯ จะพยายามให้เฮฮาฯแล้วกัน

แต่มันก็ยากอยู่นากับการเขียนคันฉ่องส่องตัวเองนี่ เพราะเป็นคนไม่รู้จักตนเอง ไม่มีที่มาที่ไป อย่างเป็นแบบเป็นแผนครับ เพราะชอบทำหลายกิจกรรมในเวลาเดียวกัน เรียกว่าหากได้เป็นรัฐมนตรี คงอยู่ได้สักสามวันเดี๋ยวฝ่ายค้านก็คุ้ยมาเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ครับ 

เจ้าเป๋นไผ

ชื่อ นายเปลี่ยน มณียะภูมิลำเนา บ้านแพะพัฒนา หมู่8 ตำบลสันมหาพน อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่

วัย

 เกิดหลังป้าแดงสองปี (ยืนยัน แม้ใบหน้าจะอาวุโสกว่า)แต่ด้วยสุขภาพภาวะแล้วยอมรับว่า คงจะ เริ่มช่วงใบร่วงฤดู   คือพี่ผู้ผ่านกลางวัย” (จาก ท่านจันทร์ ทรงถ่ายทอดจาก)“that time of year thou mayst in me behold” (Sonnet 73 by Shakespeare)

การหล่อหลอมตัวตน

อ้าวเผลอไปเขียนคอมเม้นต์ เรื่องชีวิตวัยเด็กไว้ในบันทึกป้าแดงเลี้ยงลูกเสียแล้ว เดี๋ยวไปลอกกลับมาก่อน เป็นเด็กชายชาวนา ที่ไม่ค่อยได้ทำนาครับ ถูกเลี้ยงดูแบบไข่ในหิน หรือแบบลูกแก้ว(ตามมาตรฐานของบ้านนอกสมัยนั้น) เป็นลูกคนเดียว เลยมักมองโลกแบบที่ให้ตนเองเป็นจุดศูนย์กลาง

การศึกษา

·       โรงเรียนมัธยมแม่แตง (เกือบ)จบม.ปลาย

·       คณะพยาบาลศาสตร์ มช. (ประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาล)

·       โรงเรียนผู้ใหญ่(ภาคค่ำ)วัฒโนทัยพายัพ ม.ปลาย

·       คณะเกษตรศาสตร์ มช. (ป.ตรี) ศิษย์เอกของภาควิชาปฐพีศาสตร์ฯ (เพราะทั้งรุ่นมีนักศึกษาคนเดียว ความรู้แน่น)

·       คณะเกษตรศาสตร์ มช. (ป.โท) ศิษย์โทของภาควิชาปฐพีศาสตร์ฯ (เพราะทั้งรุ่นมีนักศึกษาสองคน)

·       เรียนรู้จากการปฏิบัติงานร่วมกับท่านอาจารย์ใหญ่หลายท่าน เช่น

ดร. สมาน พาณิชพงค์      ปรมาจารย์ผู้ประสิทธิ์วิชาด้านดิน

ดร. สนิท  สมัครการ        ปรมาจารย์ผู้ประสิทธิ์วิชาด้านสังคม-มานุษยวิทยาท่าน

อาจารย์บางทราย ไพศาล ปรมาจารย์ผู้ประสิทธิ์วิชาPRA และการพัฒนาชุมชน 

·       เรียนรู้จากการอ่าน อ่านทุกอย่างที่ขวางหน้า ตั้งแต่ นวนิยายประโลมโลก วิชาการ งานวิจัย พงศาวดาร วรรณคดี มหากาพย์ท้าวฮุ่งท้าวเจือง(ฉบับภาษาลาว) 

·       เรียนรู้จากการทำงานในชุมชน จากฮีตครองประเพณีท้องถิ่น  

หน้าที่การงาน

·       รับราชการหน้าที่ผู้ช่วยพยาบาลเวรดึก รพ.สวนดอก สิบปี

·       นักวิจัย และช่วยสอนด้านดิน ห้าปี

·       เป็นลูกจ้างบริษัทที่ปรึกษา (บ.ทีมฯ) มากกว่าสิบห้าปี(อยู่ทนเขาไม่ไล่ออกสักที) ทำหน้าที่ตั้งแต่เป็นนักวิชาการผู้ช่วย จนเดี๋ยวนี้เขาเอาชื่อไปขาย(ประมูลงาน)และมอบหมายให้ทำงานในตำแหน่ง (ผชช.)ด้านดิน/การใช้ที่ดิน/การเกษตร/การวางแผนอพยพและชดเชยทรัพย์สิน/การวางแผนฟื้นฟูสภาพเหมืองแร่/การวางแผนฟื้นฟูวิถีชีวิต/การแก้ไขความยากจนในชนบท/การประเมินชุมชนแบบมีส่วนร่วม(PRA) อย่างนี้มีสิทธิ์ใส่เสื้ออารายก็ตูไหมนี่

เข้ามาได้อย่างไร

จากการแนะนำของพี่ใหญ่ท่านบางทรายที่รู้จักG2Kผ่านน้องกาเหว่าคนสวยในช่วงที่กำลังเบื่อบล็อกเก่าที่คนชอบด่ากัน และเริ่มแบ่งฝ่ายทางการเมืองมาที่นี่พบว่าแต่ละท่านพูดจาภาษาดอกไม้กัน ด้วยเรื่องราวหลากหลายจึงเกิดอาการติดG2Kขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

เจ้าต้องการอะไร

ได้เปิดโลกกว้างด้วยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้

ได้อ่านเรื่องราวมากมายหลากหลายด้าน จากคนต่างที่มา ต่างอาชีพ

ได้ร่วมเล่าสู่เรื่องราวที่ผ่านพบให้คนอื่นรับรู้

ได้แลกเปลี่ยนปฏิสัมพันธ์ในหัวข้อที่สนใจ

แนวทางอนาคตเจ้าเป็นอย่างไร

·      หยุดพักงานประจำ ขอเป็นพนักงานรายโครงการ ค่าตอบแทนลดไปเลยสักเจ็ดสิบส่วนร้อยก็ไม่ว่า

·       จะได้มีเวลาทำงานที่อยากทำ เช่น อยู่เป็นพี่เลี้ยงให้พี่น้องเครือข่ายไทบรูดงหลวง

·       ช่วยมหามิตร(เจ้าเอก ณ อินแปง)ดูแลเครือข่าย อินแปง

·       ช่วยสอนคนให้เป็นมนุษย์พันธุ์พอเพียง  กลับบ้านเกิดไปทำโครงการเล็กๆ 

·       และรักษ์สุขภาพตัวเองไม่ให้เจ็บป่วยให้คนอื่นเป็นกังวลใจ(แล้วทำไมไม่ทำ ไม่เริ่มเสียที .....ถามตนเอง)

ถ้ามีโอกาส คงอยากมีส่วนในร่วมในกิจกรรมเฮฮาศาสตร์

จุดยืนเจ้าอยู่ไหน

กำหนดวางตัวเองเป็นเพียงผู้ผ่านทาง

การกำหนดทิศทางการเปลี่ยนแปลงของชุมชนใดๆ ล้วนมีพลวัตรของเขาเอง และมีปัจจัยของสิ่งเร้าจากภายในชุมชนเป็นตัวกำหนด เรียกว่า วิถีนิเวศวัฒนธรรม

เราผู้ผ่านทางทำได้เพียงเป็นคนเปิดประเด็น จุดประกาย เปิดโลกทัศน์

บอกหน่อยได้ไหม ทำไมถึงต้องเฮฮา

เพราะสังคมทุกวันนี้ขาดแคลนเวทีเฮฮาแบบมีสาระเช่นนี้

เวทีที่เฮฮาก็ไม่มีสาระ

เวทีที่มีสาระก็เคร่งเครียดขัดแย้งถกเถียง

ที่สำคัญนั้นเพราะเหตุผลส่วนตัวที่เป็นคนหวานมากไปหน่อย ตำราทุกเล่มบอกไว้ว่าต้องเฮฮาไว้มากๆ จะได้รักษาระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้สูงเกิน