เธอก็ได้มอบความอบอุ่นให้ผู้เขียนตลอดเวลา จนเราจากกัน

  ใครเคยใช้คำพูดนี้บ้างไหม  ถ้ารู้อย่างนี้ เราจะไม่..........

เป็นอีกครั้งที่ผู้เขียนต้องมาใช้ประโยคนี้กับตัวเอง ด้วยความรู้สึกที่อยากตำหนิตนเอง เมื่อสามวันก่อน ผู้เขียนได้เขียนบันทึก ถึงความงอแง ไม่อยากไปประชุมที่จังหวัสุพรรณบุรี เหตุผลคือเบื่อการประชุม,อบรม เบื่อการเดินทาง และที่สำคัญทำให้ตัวเองไม่ได้มาพบปะ ชาวG2K เหมือนเคย ร้อยเหตุผลที่ผู้เขียนนำมาอ้างกับตนเอง เพื่อที่จะได้บอกใครๆว่า ไม่อยากไป ไม่อยากไป .......

   แล้วเช้ามืดวันนั้น ก็เป็นอันต้องตื่นแต่ตีสีกว่า เพื่อเตรียมตัวเดินทาง โดยรถจากโรงพยาบาลอ่าวอุดมไปส่ง แต่กว่ารถจะมา ก็เกือบ เจ็ดโมงเช้า ขึ้นรถได้ไม่นาน ผู้เขียนก็มีอาการหลับๆตื่นๆ บางครั้งก็เรียกสติ คุยเป็นเพื่อนคนขับ บางครั้งก็หลับไปเลย ก็มันนอนดึก ตื่นเช้า อย่างไม่เต็มใจเสียด้วย

   มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ผู้เขียนตื่นขึ้นมา เห็นป้ายเขียนว่า บึงฉวาก พร้อมลูกศรเลี้ยวขวา ทำให้ผู้เขียน รีบทำตัวเป็นผู้ร่วมทางที่ดีทันที รีบบอกคนรถว่า บึงฉวากเลี้ยวขวานะ  เสียงคนขับ หัวเราะหึๆ แล้วตอบว่า ครับ มันไม่มีแยกไปทางไหนเลยครับ ทำให้ผู้เขียนรู้สึกตัวว่า ไม่เป็นประโยชน์เลย เพราะมัวแต่หลับ ลืมตามาก็ไม่ได้ดูทาง ดูแต่ป้าย

   การมาบึงฉวากคราวนี้ มีความสุขกว่าที่คิด แค่ได้พักบ้านทาร์ซานริมน้ำ ล่องเรือในบึง ยามเช้าได้เห็นฝูงนกหลากสีมาบินหาอาหาร บัวแดงออกดอกสลอน ก็ทำให้ใจที่คิดว่าไม่อยากมาลดไปครึ่งค่อน และกับหัวข้อประชุม ก็เป็นเรื่องทำงานเพื่อพัฒนาสถานีอนามัยให้มีความโดดเด่น ทุกๆด้าน เพื่อให้สมพระเกียรติ ก็ทำให้พอใจ พร้อมวิธีการประชุม ก็มีการดูงานนอกสถานที่ และพาเที่ยวชม บึงฉวากยามเย็นอีก

  ผู้เขียนสามารถทำใจสบาย ไม่อคติกับงานนี้ ไปได้ด้วยดี แต่ทั้งหมด ก็ไม่ใช่เหตุการณ์นี้ที่จะทำให้ผู้เขียน รู้สึกเสียดาย ถ้าไม่ได้มา เพราะยังมีอีกเหตุการณ์หนึ่งที่นำความประทับใจมาให้ เป็นสุขไม่รู้ลืม และได้เห็นน้ำใจ ชาว G2K ที่มีให้แก่ผู้เขียนในคราวนี้อย่างยิ่ง

   ค่ำของวันแรก ขณะที่เข้าห้องหลับไปได้สักพัก ก็มีโทรศัพท์ เข้ามา เบอร์ใครก็ไม่รู้จัก เมื่อทักทายสวัสดีกัน ก็ทราบว่าเธอเป็นผู้หญิง น้ำเสียงไพเราะมาก แล้วเธอก็ถามอย่างห่วงใยว่า เดินทางถึงสุพรรณเมื่อไหร่ เข้านอนแล้วหรือยัง ฯลฯ ผู้เขียนก็รู้สึกงุนงง และอาจเพราะรับโทรศัพท์ทั้งที่ ยังไม่รู้สึกตัวดี ก็เลยไม่ทราบว่า เธอบอกชื่อหรือยัง ก็เลยยอมเสียมารยาท สอบถามกลับไป พอได้ยินชื่อรู้สึก แปลกใจ และดีใจมาก เธอว่า เธอชื่อ อาจารย์หมู อ๋อ เพื่อนชาวบล็อกเราเอง ที่ใช้นามว่า MOO พูดคุยสักพัก ก่อนวางหู เธอว่าจะพาไปไหว้พระ หลังจบการประชุม "ต้องไปไหว้พระนะคะ แล้วเดี๋ยวจะขับรถไปส่งที่กรุงเทพเอง"

     ผู้เขียนบังเกิดอาการ ปลาบปลื้มใจมาก เมื่อทราบว่า คุณMoo เธอขับรถ จากอำเภอเมือง มาอำเภอเดิมบางนางบวช ตั้งแต่เช้า และเฝ้ารอจนการประชุมเลิก เกือบบ่ายโมง พบกัน เรากอดกันอย่างอบอุ่น และเธอก็ได้มอบความอบอุ่นให้ผู้เขียนตลอดเวลา จนเราจากกัน

   คุณMoo นำมาเที่ยวตลาดร้อยปี ให้ชมอาหาร ขนมโบราณๆ มากมาย แต่ที่สุด เราสองคน ก็ได้อาหารโปรดติดรถไปกิน คือ กล้วยหักมุขย่าง 2ผล กล้วยน้ำว้าย่าง 4 ลูก ชอบของกินเหมือนกัน ต่อจากนั้น ไปไหว้พระที่วัดป่าเลไลย์วรวิหาร ไปชมหอคอยเมืองสุพรรณ ไหว้ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง และสุดท้ายกินอาหารเย็นร่วมกัน

   ที่บอกว่าประทับใจมากนั้น คือคุณMoo เธอเล่าถึงการที่จะได้มาพบผู้เขียน ด้วยความพยายามอย่างยิ่ง เริ่มตั้งแต่ส่งเบอร์โทรศัพท์mail  เพื่อให้ผู้เขียนติดต่อเมื่อไปถึงสุพรรณ แต่มันหลังจากผู้เขียนปิดComP ไปแล้วในคืนสุดท้าย เมื่อเธอเห็นเงียบหายไป จึงส่ง SMS ถึงอ.ขจิต ว่าทราบเบอร์ผู้เขียนบ้างไหม ซึ่งอ.ขจิตก็ได้กรุณาให้เบอร์มา และเธอยังเล่าว่า ครูรักษ์RAK-NA ก็ยังโพสกำชับให้เธอตามหาผู้เขียนให้พบ

 ตลอดครึ่งวันผู้เขียนเหมือนได้พบญาติ ผู้เป็นกัลยาณมิตร มีน้ำใจไมตรี ให้เกียรติ พูดจาไพเราะ ดูแลอย่างดี เราคุยกันไม่รู้จักเบื่อ เดินจับมือกัน ถ่ายรูปด้วยกัน ไหว้พระขอพรให้พ่อครูบาสุทธินันท์ และชาวG2K มิตรภาพของเราเหมือนเป็นความเคยคุ้น แต่ก่อนเก่า เมื่อมาพบเจอกัน ก็ต่อความรู้สึก ครั้งสุดท้าย ที่ดีๆต่อกันได้ทันที เราแลกเปลียน กันมากมายหลายเรื่อง ทั้งบทความที่ชื่นชอบ การปฏิบัติธรรม และประสบการณ์การทำงานของเธอที่น่าประทับใจ ซึ่งผู้เขียนได้ทำการขู่เธอเรียบร้อยแล้ว ให้เล่าประสบการณ์เผยแพร่ มิฉะนั้น ผู้เขียนจะนำมาเขียน เอาความดีคืนให้เธอเอง

  เคยได้ยินคนพูดว่า พวกเราG2K เป็นโลกเสมือน ไม่ใช่ความจริง เป็นการปิดบัง ตัวตน พูดแต่ดีด้านเดียว แต่วันนี้ ผู้เขียนขอยืนยัน ว่าความรู้สึก และตัวตน ที่ยามเรามาพบกัน ไม่ได้มีความแตกต่าง เราสามารถรักกันโดย ไม่มีข้อแม้ เงื่อนไข หรือมีม่านใดไมปิดบัง เป็นที่น่าอัศจรรย์ใจอย่างยิ่ง

   ถ้าความในใจที่เราพูดออกไปแล้ว สามารถลบคำผิดได้เหมือนการเขียนหนังสือ ผู้เขียน ก็อยากจะลบคำ พูดที่กล่าวก่อนมาสุพรรณบุรีว่า ผู้เขียนไม่อยากไป  ไม่อยากไป และเขียนใหม่ว่า อยากมา อยากมา เพื่อพบเพื่อน พบความสุขใจ ที่มีผู้ตั้งใจมามอบให้ผู้เขียนอย่างเกินความคาดหมาย ส่วนคำที่เขียน ต่อท้ายไว้ว่า งอแงๆๆๆๆ นั้นไม่ต้องลบทิ้งหรอก เพราะผู้เขียน อยากจะนำมาใช้อีกครั้งเมื่อต้องออกเดินทางจากสุพรรณบุรี ด้วยความรู้สึกว่า อยากอยู่ต่อ ยังไม่อยากกลับ งอแงๆๆๆๆๆ