เฮ่อ... เขียนถึงตัวเองนี่มันเขินจริงๆ

o        คุณคือใคร : บางส่วนของตัวตน 

     เป็นไอ้เด็กบ้านนอกริมแม่น้ำน้อย วิเศษชัยชาญ อ่างทอง สาขาสายเลือดใหญ่เจ้าพระยาธรรมดาคนหนึ่ง เป็นครอบครัวใหญ่ ญาติพี่น้องมากมายจนนับญาติกันไม่ถูก อาศัยพ่อเป็นลูกคนแรกของปู่ เราก็เลยเป็นพี่ๆของลูกอา น้า ทั้งหมด ใต้ถุนบ้านที่สูงกันน้ำท่วมนั้นเลี้ยงควายถึก สองตัว เจ้าของรักมันยิ่งกว่าลูกตัวเอง ดูแลจนอ้วนพี เมื่อมันเป็นสัตว์และถูกเทียมเกวียน เดินกลางทุ่งนา เห็นควายตัวเมีย มันขโยกจนเกวียนหักไม่มีชิ้นดี ปรากฏว่ามีเด็กน้อยบ้านนอกคนนี้นั่งอยู่บนเกวียนนั้นด้วย ..รอดตาย... 

     คบเพื่อนข้างบ้าน ชวนกันไปตีผึ้งโดยเอาบุหรี่แม่ขวัญมวนเท่าหัวแม่โป้ง สูบควันพ่นใส่รังผึ้ง เมื่อตัวผึ้งเมาก็ตัดรังเอาออกมาจากกอไผ่เขี่ยตัวผึ้งออก ตามวิธีสมัยนั้น ผลคนสูบบุหรี่พ่นควันเมาบุหรี่คากอไผ่นั่นเอง ..สมน้ำหน้า..  

     สมัยสงครามโลกมีญาติห่างๆจากธนบุรีหลบภัยไปพักที่บ้าน เพราะเป็นบ้านเดียวในหมู่บ้านที่มีส้วมซึม เมื่อสงครามจบญาติท่านนั้นก็สั่งพ่อว่าหากลูกโตอยากไปเรียนที่กรุงเทพฯก็ไปพักที่บ้านได้ จึงเป็นบุญล้นฟ้าได้มาเรียนที่สำเหร่ ฝั่งธนบุรี เด็กบ้านนอกเข้ากรุงเรื่องราวอีกมากมายก็เกิดขึ้น อิ อิ    

     เรียนไปร้องไห้ไป แล้วการสอบเข้ามหาวิทาลัยก็ล้มละลายเพราะข้อสอบรั่วต้องสอบใหม่ ไปติดเชียงใหม่ โลกใหม่ก็บรรเจิดเพลิดเพลินกับชีวิตนักศึกษา เพื่อนใหม่ สิ่งใหม่ๆมากมาย จนไปพบเพื่อนผู้ทำกิจกรรม  เข้าทางเลยเพลินกิจกรรมจนเกือบหมดสิทธิสอบ เข้าร่วมกับเพื่อนๆทำกิจกรรมสมัย 14 ตุลา อย่างเข้มข้น จนยกโขยงกันไปทัศนาป่าเขากันหมดสิ้น แต่เด็กบ้านนอกคนนี้ถูกตำรวจเชิญไปเข้าค่ายรับการอบรมประชาธิปไตยเสีย 3 เดือน ร่วมกับผู้นำชาวนา อาจารย์มหาวิทยาลัยหลายท่านออกมาก็เดินทางเข้าหมู่บ้านทันที แต่หัวหน้าองค์กรบอกว่าอยู่ต่อไปเขาอกสั่นขวัญหาย ไปหาที่ทำงานอื่นเถอะ พี่บำรุง บุญปัญญาจึงเสนอให้มาอีสาน ก็เลยมาปักหลักอีสานจนถึงปัจจุบัน  ..อีหลีเด้...

o        จุดยืนคุณอยู่ตรงไหน           

     เป็นปฏิปักษ์กับการเอารัดเอาเปรียบทุกอย่าง และมุ่งหน้าสู่ท้องทุ่งชนบทไทยสวนทางกับที่ใครๆเขาวิ่งหนีหายเข้าป่าคอนกรีต แต่ก็เข้าใจว่า เส้นทางชีวิตของคนเรานั้นย่อมแตกต่างกัน เมื่อคลุกคลีกับชนบทจึงเห็นว่าพลังของงานพัฒนามีช่องโหว่มากมาย อัตราการเจริญเติบโตของชนบทในแง่การรู้เท่าทันนั้น ไม่สัมพันธ์กับอัตราการเจริญโตเติบของระบบทุนนิยม ภาคธุรกิจ เลยทำให้เห็นว่า ระบบประชาธิปไตยนั้นเป็นระบบที่ดีที่สุดในปัจจุบัน แต่ก็เป็นระบบที่เอื้อต่อผู้ได้เปรียบสังคมในทางพฤตินัย ..แม่นตั๊ว...         

     การแก้ไขปัญหาชนบทเป็นเพียงหยิบหลักการหรูๆมาพูดกันให้เกิดความฝันว่าสักวันจะก้าวไปถึง แต่ยิ่งเดินยิ่งห่าง ทำให้ภารกิจนี้หนักหนาไปทุกหย่อมหญ้า แต่ก็ไม่สิ้นหวังและเพราะชาวบ้านยังต้องการเพื่อนร่วมเดินทาง           การมีส่วนเปิดโลกให้ทาสของแผ่นดินตื่นขึ้นมาได้เพียงคน ก็สุขในใจมากกว่าสุขใจ แม้จะเป็นเพียงตัวกลางระหว่างตัวตนทาสแผ่นดินกับโลกที่หมุนไป มันก็เป็นบทบาทที่คนคนหนึ่งพึงประเมินตนเองว่าเรายืนอยู่ตรงนี้ ระหว่างโลกของผู้ต้องการปรับเปลี่ยนดุลยภาพใหม่กับโลกโลกาภิวัฒน์ ..ยังไกลโพด..          

     เวลาแห่งชีวิตเลยเที่ยงวันไปแล้ว เอาประสบการณ์มายื่นให้สาธารณะพิจารณาหยิบเอาไปใช้เท่าที่จะเป็นประโยชน์ อันไหนที่ไร้สาระก็ทิ้งลงตะกร้าไปเถอะครับ ..ซั่นตั๊ว..

o              คุณกำลังจะไปไหน           

     หนึ่งพรรษาที่เดินเข้าสู่ผ้ากาสาวพัสตร์ ที่สำนักวิปัสสนาไทรงาม พระอาจารย์ธัมธโร ได้สั่งสอนมหาสติปัฎฐาน 4 ด้วยอุบายการคู้แขนอย่างลึกซึ้ง 6 ปีที่เฝ้าขลุกอยู่กับการพิจารณาเสียงและแสงภายใน ของท่านอาจารย์ผู้งดงามชาวเอาแลค จนตัดสินใจทานมังสวิรัติมานานเกือบ 10 ปี และตลอดชีวิตที่เข้าออกระหว่างเมืองกับชนบท รับรู้ดีว่า ลมหายใจที่เหลืออยู่คืองานสร้างคนก่อนที่จะเดินทางไปสู่การสิ้นสุดของชีวิตอันเป็นปกติสภาวะการดำรงอยู่ของสรรพสิ่ง ..อี่หลีเจ้า.. 

o        คุณต้องการอะไร  

      ไม่มีนักมายากลก้องโลกคนไหนจะเนรมิตสังคมที่ต้องการได้ มีแต่การเดินไปสู่แอ่งวิถีชีวิตของชนบท คุยกับเขา นั่งอยู่ในใจเขา รับฟังเขา ฯลฯ แล้วแลกเปลี่ยนกับเขา แล้วค่อยๆก่อรูปการจิตสำนึกแห่งการปลดปล่อยขึ้นมา มีเรื่องราวที่แปลกประหลาดมากมายของชีวิตที่ถูกตีแผ่ ปลดปล่อยเขาเถอะ หากการยืนอยู่ของเราคือผู้เชื่อมความจริงของสรรพสิ่งในสังคมโลกนี้ การนำความจริงไปประกาศ เมื่อเขาตื่นขึ้นมาจากหล่มลึกของยุคสมัย นั้นคือการปลดปล่อย เพียงการปลดปล่อยเขาออกมาจากพันธนาการของลัทธิมูลค่า  ..มันบ่ร่ำบ่รวยเงินทองดอก...

o        คุณจะทำอะไร  

     ทำในสิ่งที่ต้องทำ ทำในสิ่งที่ควรจะทำ ทำในสิ่งที่น่าจะทำ  หากเปิดทีวีแล้วเห็นผู้ประกาศข่าวนำข่าวต่างๆมาบอกกล่าวด้วยลีลาเฉพาะตน ชีวิตข้าก็คล้ายๆกับผู้ประกาศข่าวนั้นหรอก ต่างกันที่สาระ ต่างกันที่สถานที่ ต่างกันที่กระบวนการ ต่างกันที่เป้าหมายและกลุ่มเป้าหมาย สิ่งที่ผู้ประกาศข่าวเอาข่าวต่างๆมาเล่าบนหน้าจอ ผลก็เกิดขึ้นทันทีกับผู้ฟัง แต่ผู้ประกาศไม่ได้ตามไปเก็บผล ข้าประกาศข่าวแบบเดินเข้าไปเคาะประตูบ้าน หลายครั้งบอกให้เขาอ้าปากแล้วก็ป้อนข่าวประเสริฐเข้าปากไป แต่หลายครั้งที่ต้องเคี้ยวก่อนป้อนใส่ปาก บางครั้งก็วางไว้เฉยๆ ไม่มีวิธีการสำเร็จ มีแต่ดัดแปลง ด้วยหลักการและจิตสำนึก ...จั๊งซี่... 

o        ทำไมถึงต้องเฮฮา 

    ในชีวิตมีเรื่องเครียดมากมาย หลายเรื่องติดตัวติดใจไปทุกที่ที่กายไปปรากฏ ซึ่งเป็นทุกข์และบั่นทอนชีวิต แต่เวทีแห่งนี้ผสมผสานสาระและฮาเฮ ก็ดีนี่ ชอบทั้งๆที่ตัวตนไม่ใช่คนมีมุข แต่ชอบอยากมีเพื่อนต่างสาขา ต่างวัย ต่างเพศ ต่างสีผิว เอาไว้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน ท่ามกลางความหลากหลาย ..สิบอกให่..  

เฮ่อ... เขียนถึงตัวเองนี่มันเขินจริงๆ