ความผิดพลาดในครั้งนี้ เพราะตนเองไม่ศึกษาชุมชนให้ดี

 วันนี้เป็นวันทำบุญตักบาตรเทโว บางครั้งชาวบ้านก็เรียก ตักบาตรข้าวต้มหาง ผู้เขียนถูกจองตัว ตั้งแต่วันทำประชาคมหมู่ที่ 10 คงจำกันได้ ที่ผู้เขียนต้องขอบิณฑบาตรให้ชาวบ้านเกิดความสงบ ก็ตั้งใจตั้งแต่บัดนั้นว่า จะไปใส่บาตรร่วมกับเขาตามสัญญา แต่ด้วยภารกิจ ติดอบรมที่จันทบุรี 3 วัน และกลับมาบ้านวันที่ 26 ต.ค.50 ซึ่งเย็นมากแล้ว การเดินทางเหน็ดเหนื่อยพอสมควร จึงคิดว่าถ้าต้องมาเตรียมขาวของใส่บาตร ในวันรุ่งขึ้น คงจะไม่สะดวก จึงใช้วิธีโทรหาป้าแป้น อสม.หมู่10 ช่วยเตรียมของแห้ง ข้าวต้ม ไว้เผื่อด้วย จะนำเงินไปร่วมทีหลัง

  เช้านี้ จึงทำให้ผู้เขียน ได้รับโทรศัพท์ แจ้งว่าให้รีบมาใส่บาตรแต่เช้า ข้าวของเตรียมไว้แล้ว ต้องขอบคุณการอำนวยความสะดวกของป้าแป้น ลืมเล่าไป ผู้เขียนได้วางแผนการไว้อีกเรื่องหนึ่งคือ เมื่อชาวบ้านมาทำบุญกันมากๆ ก็จะถือโอกาส แจ้งและชักชวน อาสาสมัครธนาคารเลือดเสียเลย และได้นำป้ายผ้าเขียนประชาสัมพันธ์โครงการไปติดด้วย

  ผู้เขียนคิดตามประสาที่เคยพบเห็น เมื่อถวายภัตตาหารเรียบร้อย ระหว่างพระฉันข้าว เราก็จะได้ประชาสัมพันธ์งาน ซึ่งมีเวลาเหลือเฟือ กว่าพระท่านจะฉันเสร็จ

  ผู้เขียนตักบาตรเสร็จก็ขึ้นศาลา เตรียมงาน ระหว่างที่ชาวบ้านกำลังประเคนอาหารถวายพระ ที่นี่แปลกนะ เขาเอาโต๊ะญี่ปุ่น ใส่ล้อเลื่อน สำหรับให้ชาวบ้านวางอาหาร(มีโต๊ะเป็นสิบตัว) จากนั้นก็เลื่อนผ่านหน้าพระเณร ท่านก็จะตักอาหารใส่บาตร จนเพียงพอ แล้วโต๊ะเลื่อนได้นี้ ก็เลื่อนต่อไป จนหมดแถว เจ้าของอาหารก็จะมารับปิ่นโต โถ ชามกลับไป เป็นรูปแบบที่ดี มาก

  ในระหว่างเตรียมตัว ผู้เขียนก็ประสบปัญหาจนได้ เนื่องจากศาลาไม่มีเครื่องขยายเสียง คนเป็นร้อยจะพูดอย่างไร จึงกราบเรียนพระอาจารย์ท่านว่า เดี๋ยวจะมีช่วงหนึ่งที่เขาเงียบจะประชาสัมพันธ์ให้ แต่วันนี้ น่าจะเงียบยาก ปรึกษากับผู้ใหญ่บ้าน จึงบอกว่า จะไปเอาเครื่องเสียงในโบสถ์มา ว่าแล้วก็เกณฑ์เด็กหนุ่มไ ไปยกของ

  เมื่อเครื่องเสียงมาขณะที่จะประชาสัมพันธ์ ก็มีคนมาบอกให้หยุดก่อน พระจะสวดให้พร ผู้เขียนก็ยังนึกว่า เอาเถอะ รอประเดี๋ยวพระสวดเสร็จ ยังมีเวลาเหลือเฟือตามที่คิด พูดขณะเขากินข้าวก็ได้ ดีเสียอีก จะได้มีการซักถามกัน ผู้เขียนนึกวาดภาพไป

 เมื่อเสียงพระให้พรเสร็จแล้วท่านจึงจะลงมือฉัน ผู้เขียนก็ให้คนประชาสัมพันธ์โครงการ แต่พอผู้พูดได้ไม่ถึงห้านาที ผู้เขียนก็เห็นคนทะยอย ลงศาลา กันไปเรื่อย ๆไม่นานทั้งศาลาก็หมดญาติโยม ไม่มีใครอยู่ฟังเรื่องราวเลย ทุกคนเหมือนรีบเร่งกลับบ้าน ผู้เขียนเองก็รู้สึกผิดคาดหมาย  เพิ่งมารู้ทีหลังว่า หมู่บ้านนี้(หมู่บ้านเดียว) เขาไม่อยู่กินข้าวกัน ใส่บาตรเสร็จก็กลับ

   ผู้เขียนรับรู้ถึงความผิดพลาดในครั้งนี้ เพราะตนเองไม่ศึกษาชุมชนให้ดี คิดแต่ว่าที่ไหนก็คงปฏิบัติเหมือนกัน เป็นประสบการณ์แห่งการเรียนรู้ที่มีคุณค่าจริงๆ ทำให้เตือนตัวเองว่าคราวหน้าคราวหลังต้องเตรียมตัวให้ดี ศึกษาประเพณีท้องถิ่นให้ดี อย่าคาดเดาเอาเอง

  เมื่อสั่งสอนตัวเองเสร็จ ผู้เขียนก็เดินไปหยิบไม้กวาด แล้วก็เริ่มลงมือกวาดศาลาอย่างตั้งใจ ในเมื่อทำอะไรไม่ได้เรื่องก็เอาบุญกวาดศาลาให้ได้บุญสักอย่างก็แล้วกัน ผู้เขียนกวาดกับชาวบ้านสูงอายุอีก สี่ห้าคน ไม่นานศาลาก็สะอาด ขณะนั้นมีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาหาผู้เขียน มองยิ้มๆ คงนึกสงสารกับแผนงานที่ล้มเหลว แล้วเขาก็เอ่ยว่า หมอครับ ถ้าเป็นวันอื่นให้คนเขาสมัครได้ไหมครับ วันนี้ชาวบ้านคงรีบกัน ผู้เขียนยิ้มแป้นแล้วว่า ได้ซิคะ การรับอาสาสมัครบริจาคเลือดนี้ เราจะสรุปผลจำนวนกันราวๆกลางเดือน พ.ย. จะได้จัดวันรับบริจาคเดือนธันวา เขาพยักหน้าและว่า โครงการนี้ดีมีประโยชน์มาก ไม่ยากหรอกครับ ผมจะช่วยหาคนเอง เมื่อผู้เขียนสอบถามจึงทราบว่าเขาเป็นผู้นำชุมชนคนใหม่ และพระอาจารย์ก็ยังย้ำว่า ท่านผู้นำท่านรับปากไม่ต้องห่วง และวันที่4พ.ย.50 นี้หมอมาใหม่นะ เป็นวันกฐินชาวบ้านก็คงมามากเหมือนกัน ก่อนเที่ยงนะ

     วันนี้ผู้เขียนเกิดการเรียนรู้หลายอย่าง อย่างน้อยก็ประเพณีไม่กินข้าววัด ของที่นี่ ทำให้กลับมาตั้งต้นใหม่ว่า อยู่ที่ไหน เจ้าจงศึกษา ประเพณีวัฒนธรรมเขาให้ดี จะได้ไม่แห้วผิดประเพณีเขาอีก ยังดีนะ บุญแห่งการกวาดศาลาวัด ทำให้มีพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วย.... 

  ที่สุด ก็ยังได้บุญมาหลายอย่างและขอนำมาฝากชาวGotoknow ในเทศกาลออกพรรษา ปีนี้ที่หมู่บ้านพันเสด็จนอกที่มีประเพณีไม่เหมือนใครค่ะ สาธุ สาธุ สาธุ