ใส่ใจและถนอมดวงตาบ้าง... หาอาหารที่มีประโยชน์บำรุงแก่สายตาบ้าง... อย่านอนดึกจนเกินไป... เหนื่อยนัก ก็พักเสียบ้าง อย่าทรมานสายตานาน ๆ เพราะระวังดวงตาคุณจะเออร์เลอร์เหมือนเครื่องคอมพิวเตอร์นะจะบอกให้
ก่อนหน้านี้ ผู้เขียนได้เสนอเรื่อง...ถึงเวลา...พักสายตา และ มารู้จักวิตามิน + แร่ธาตุ สำหรับคนสายตาสั้นกันเถอะ ซึ่งเกี่ยวกับสายตาทั้งนั้น วันนี้ก็อีกเช่นกัน...ซึ่งก็ไม่พ้นเรื่องตาอีกนั่นล่ะค่ะ...
ดวงตาของคนเรานั้นสำคัญไฉน ?...ถึงต้องดูแลอย่างละเอียดอ่อน ก็ไม่เพราะดวงตาเรานี่นะหรือ ที่ทำให้เราได้มองเห็นสรรพสิ่งในโลกนี้ ก็ไม่เพราะดวงตานี่นะหรือ ที่สื่อความหมายต่าง ๆ ตั้งมากมายของคนเรา...
วันนี้ผู้เขียนขอนำเสนอเกี่ยวกับเรื่องตาอีก 2 เรื่องด้วยกัน คือ “ตาคุณแห้งหรือเปล่า” และ ”วิธีพักสายตาจากการใช้คอมพิวเตอร์” ค่ะ...
1. ตาคุณแห้งหรือเปล่า
โดยปกติน้ำตาของคนเราจะมีหน้าที่ในการให้ความชุ่มชื้นแก่กระจกตาและเยื่อบุตาขาว ช่วยปรับสภาพของกระจกตาให้มีความเรียบเพื่อให้แสงผ่านได้สะดวกทำให้การมองเห็นชัดเจน ช่วยป้องกันการติดเชื้อของกระจกตา และยังช่วยขจัดของเสียออกจากกระจกตาด้วยผ

1. ตาคุณแห้งหรือเปล่า
โดยปกติน้ำตาของคนเราจะมีหน้าที่ในการให้ความชุ่มชื้นแก่กระจกตาและเยื่อบุตาขาว ช่วยปรับสภาพของกระจกตาให้มีความเรียบเพื่อให้แสงผ่านได้สะดวกทำให้การมองเห็นชัดเจน ช่วยป้องกันการติดเชื้อของกระจกตา และยังช่วยขจัดของเสียออกจากกระจกตาด้วยผ
น้ำตาคนเรานั้นจะแบ่งออกเป็น 3 ชั้น คือ ชั้นไขมัน มีหน้าที่ป้องกันการระเหยของน้ำตา ชั้นน้ำ เป็นขั้นที่หนาที่สุดเป็นตัวที่ให้อาหารและออกซิเจนหล่อเลี้ยงแก้วตา ชั้นเยื่อเมือก มีหน้าที่ปรับสภาพของกระจกตา ทำให้น้ำตากระจายตัวได้อย่างรวดเร็วเวลากะพริบตา
สำหรับโรคตาแห้งนั้นเกิดจากร่างกายผลิตน้ำตาที่ใช้ในการหล่อลื่นกระจกตาและเยื่อบุตาขาวไม่เพียงพอ ทำให้เกิดอาการต่าง ๆ เช่น ตาแห้ง ตาแดง ระคายเคืองที่ตา แสบตา ไม่สบายตา ตาพร่ามัว ตาสู้แสงไม่ได้ ปวดตา มักจะพบในผู้หญิงที่อยู่ในวัยสูงอายุ ซึ่งสาเหตุของการเกิดโรคตาแห้งมีดังนี้
สภาพอากาศ อากาศร้อน อากาศแห้ง มีลมแรง
- สภาพแวดล้อม ผู้ที่ต้องทำงานในห้องแอร์ หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีฝุ่น
ควันมาก
- อ่านหนังสือ ดูโทรทัศน์หรือทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน
- การใส่คอนแทคเลนส์
วิธีการป้องกันรักษานั้นทำได้โดย
- หลีกเลี่ยงการขยี้ตา
- ดื่มน้ำมาก ๆ
- เวลาอ่านหนังสือหรือทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ๆ ควรหยุดพัก
และกะพริบตาบ่อย ๆ 
2. วิธีการพักสายตา จากการใช้ คอมพิวเตอร์
คนเราส่วนใหญ่จะนั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน มีบางครั้งเกิดอาการล้าสายตา หรือปวดตา ทำให้เกิดการระคายเคือง ตาอักเสบ ขึ้นมาได้
วิธีการช่วยบรรเทาการปวดตา มีดังนี้
1. หลับตา แล้วเกือกตาไปมา ซ้าย ขวา บน ล่าง และหลับให้นิ่งประมาณ 5 นาที
2. ออกไปสูดอากาศหายใจจะได้ผ่อนคลายไปในตัว
3. มองดูอะไรก็ได้ที่เป็นสีเขียว เช่น ต้นไม้ สนามหญ้า ฯลฯ หรืออะไรก็ได้ ที่มองแล้วสบายหูสบายตา วิธีนี้ส่วนมากใช้ได้ผล 70%
4. หาอุปกรณ์ เช่น แว่น ฯลฯ
เมื่อเทคโนโลยีมันก้าวมาถึงขีดที่คอมพิวเตอร์ซึ่งเคยแสนวิเศษ กำลังจะกลายเป็นอุปกรณ์ธรรมดา ๆ ที่จำเป็นต้องมีของทุกหน่วยงาน ทุกคนต้องใช้ได้ ใช้เป็น และเรากำลังหลงใหลได้ปลื้มกับความสามารถของคอมพิวเตอร์ จนลืมนึกถึงพิษภัยที่มันมากับคอมพิวเตอร์ แม้จะไม่ใช่ทางตรงทีเดียวกันก็ตาม พิษภัยนี้มีไว้สำหรับท่านที่นั่งใช้อยู่หน้าจอเป็นประจำเท่านั้น โดยเฉพาะท่านที่ต้องนั่งอยู่หน้าจอเกิน 6 ชั่วโมงต่อวัน จากการนั่งทำงานเป็นประจำ ผลกระทบต่อสุขภาพเบื้องต้นที่แน่ ๆ ก็คือ ปวดหลัง ปวดไหล่ ต้นคอ และข้อมือ เกิดอาการเครียดที่ตา เพราะขณะมองจอนั้นผู้ใช้มักไม่กะพริบตา เป็นผลให้ตาขาดน้ำหล่อเลี้ยงเกิดอาการระคายเคืองได้ และอาการที่ตามมาคือตาพร่าและมองไม่เห็นชั่วคราว นอกจากนี้ ยังอาจมีอาการไมเกรนพ่วงมาด้วย
ปัญหาทางตาเป็นปัญหาที่น่าห่วงมาก เพราะเมื่อตาเกิดความเครียดกล้ามเนื้อตา จะบีบรัดเลนส์ตาจนเกิดความเมื่อยล้า หมอจึงแนะนำว่า ถ้าต้องใช้สายตาอยู่กับจอนาน ๆ ควรพักสายตาทุกสิบนาที ด้วยการเปลี่ยนไปมองวัตถุที่อยู่ไกลออกไปสัก 20 ฟุต มองสัก 2-3 นาทีแล้วค่อยมองจอต่อ จักษุแพทย์ได้แนะให้ผู้ใช้คอมพิวเตอร์นาน ๆ ต้องพักสายตาให้มองไกลทุก 10 นาที และท่านที่มีปัญหาสายตาสวมแว่นอยู่แล้วนั้น ถ้าต้องมารับหน้าที่อยู่หน้าจอนาน ๆ ควรมีแว่นตาเฉพาะสำหรับงานหน้าจอนี้ด้วยอีกอันหนึ่ง ซึ่งแตกต่างไปจากแว่นตาที่ใช้ยามปกติ ส่วนจะแตกต่างอย่างไร คงต้องปรึกษาจักษุแพทย์ และในขณะเดียวกันท่านเหล่านี้ควรได้รับการตรวจวัดสายตาเป็นประจำ เพื่อให้ได้ขนาดเลนส์ที่เหมาะสม
นอกจากนี้ เพื่อเป็นการถนอมสายตาที่ยังไม่มีปัญหา ท่านไม่ควรสวมเสื้อผ้าที่มีสีสว่างขณะนั่งหน้าจอ เพราะสีของเสื้อจะไปทำให้เกิดแสงสะท้อนบนจอภาพได้ และแสงสะท้อนนี้แหละที่จะทำให้กล้ามเนื้อตาอ่อนล้ากว่าปกติ และยังมีอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ตาเมื่อยล้าได้คือ ถ้าแสงจากจอสว่างน้อยกว่าแสงโดยรอบ...
วันนี้คุณดูแลดวงตาคุณแล้วหรือยัง ?
ใส่ใจและถนอมดวงตาบ้าง... หาอาหารที่มีประโยชน์บำรุงแก่สายตาบ้าง... อย่านอนดึกจนเกินไป... เหนื่อยนัก ก็พักเสียบ้าง อย่าทรมานสายตานาน ๆ เพราะระวังดวงตาคุณจะเออร์เลอร์เหมือนเครื่องคอมพิวเตอร์นะค่ะ จะบอกให้.../
ที่มาจาก : นิตยสารชีวจิตฉบับที่ 136 “เกร็ดสุขภาพ”
http://www.cheewajit.com/health.asp?hid=453
: http://www.saranair.com/article.php?sid=16282

คนเราส่วนใหญ่จะนั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน มีบางครั้งเกิดอาการล้าสายตา หรือปวดตา ทำให้เกิดการระคายเคือง ตาอักเสบ ขึ้นมาได้
วิธีการช่วยบรรเทาการปวดตา มีดังนี้
1. หลับตา แล้วเกือกตาไปมา ซ้าย ขวา บน ล่าง และหลับให้นิ่งประมาณ 5 นาที
2. ออกไปสูดอากาศหายใจจะได้ผ่อนคลายไปในตัว
3. มองดูอะไรก็ได้ที่เป็นสีเขียว เช่น ต้นไม้ สนามหญ้า ฯลฯ หรืออะไรก็ได้ ที่มองแล้วสบายหูสบายตา วิธีนี้ส่วนมากใช้ได้ผล 70%
4. หาอุปกรณ์ เช่น แว่น ฯลฯ
เมื่อเทคโนโลยีมันก้าวมาถึงขีดที่คอมพิวเตอร์ซึ่งเคยแสนวิเศษ กำลังจะกลายเป็นอุปกรณ์ธรรมดา ๆ ที่จำเป็นต้องมีของทุกหน่วยงาน ทุกคนต้องใช้ได้ ใช้เป็น และเรากำลังหลงใหลได้ปลื้มกับความสามารถของคอมพิวเตอร์ จนลืมนึกถึงพิษภัยที่มันมากับคอมพิวเตอร์ แม้จะไม่ใช่ทางตรงทีเดียวกันก็ตาม พิษภัยนี้มีไว้สำหรับท่านที่นั่งใช้อยู่หน้าจอเป็นประจำเท่านั้น โดยเฉพาะท่านที่ต้องนั่งอยู่หน้าจอเกิน 6 ชั่วโมงต่อวัน จากการนั่งทำงานเป็นประจำ ผลกระทบต่อสุขภาพเบื้องต้นที่แน่ ๆ ก็คือ ปวดหลัง ปวดไหล่ ต้นคอ และข้อมือ เกิดอาการเครียดที่ตา เพราะขณะมองจอนั้นผู้ใช้มักไม่กะพริบตา เป็นผลให้ตาขาดน้ำหล่อเลี้ยงเกิดอาการระคายเคืองได้ และอาการที่ตามมาคือตาพร่าและมองไม่เห็นชั่วคราว นอกจากนี้ ยังอาจมีอาการไมเกรนพ่วงมาด้วย
ปัญหาทางตาเป็นปัญหาที่น่าห่วงมาก เพราะเมื่อตาเกิดความเครียดกล้ามเนื้อตา จะบีบรัดเลนส์ตาจนเกิดความเมื่อยล้า หมอจึงแนะนำว่า ถ้าต้องใช้สายตาอยู่กับจอนาน ๆ ควรพักสายตาทุกสิบนาที ด้วยการเปลี่ยนไปมองวัตถุที่อยู่ไกลออกไปสัก 20 ฟุต มองสัก 2-3 นาทีแล้วค่อยมองจอต่อ จักษุแพทย์ได้แนะให้ผู้ใช้คอมพิวเตอร์นาน ๆ ต้องพักสายตาให้มองไกลทุก 10 นาที และท่านที่มีปัญหาสายตาสวมแว่นอยู่แล้วนั้น ถ้าต้องมารับหน้าที่อยู่หน้าจอนาน ๆ ควรมีแว่นตาเฉพาะสำหรับงานหน้าจอนี้ด้วยอีกอันหนึ่ง ซึ่งแตกต่างไปจากแว่นตาที่ใช้ยามปกติ ส่วนจะแตกต่างอย่างไร คงต้องปรึกษาจักษุแพทย์ และในขณะเดียวกันท่านเหล่านี้ควรได้รับการตรวจวัดสายตาเป็นประจำ เพื่อให้ได้ขนาดเลนส์ที่เหมาะสม
นอกจากนี้ เพื่อเป็นการถนอมสายตาที่ยังไม่มีปัญหา ท่านไม่ควรสวมเสื้อผ้าที่มีสีสว่างขณะนั่งหน้าจอ เพราะสีของเสื้อจะไปทำให้เกิดแสงสะท้อนบนจอภาพได้ และแสงสะท้อนนี้แหละที่จะทำให้กล้ามเนื้อตาอ่อนล้ากว่าปกติ และยังมีอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ตาเมื่อยล้าได้คือ ถ้าแสงจากจอสว่างน้อยกว่าแสงโดยรอบ...
วันนี้คุณดูแลดวงตาคุณแล้วหรือยัง ?
ใส่ใจและถนอมดวงตาบ้าง... หาอาหารที่มีประโยชน์บำรุงแก่สายตาบ้าง... อย่านอนดึกจนเกินไป... เหนื่อยนัก ก็พักเสียบ้าง อย่าทรมานสายตานาน ๆ เพราะระวังดวงตาคุณจะเออร์เลอร์เหมือนเครื่องคอมพิวเตอร์นะค่ะ จะบอกให้.../
ที่มาจาก : นิตยสารชีวจิตฉบับที่ 136 “เกร็ดสุขภาพ”
http://www.cheewajit.com/health.asp?hid=453
: http://www.saranair.com/article.php?sid=16282

สวัสดีสาวใต้
สวัสดีคัวเล็ก พ่ชายลองสรุปสาระที่น้องเขียนลองพิจารณาดูนะ ถ้าอ่านดูแล้วให้ลบทิ้ง...พี่ย่อให้ดูเล่นไม้ย่อมากนักยังมีลีลาน้องอยู่....
ก่อนหน้านี้ ผู้เขียนได้เสนอเรื่อง...ถึงเวลา...พักสายตา และ มารู้จักวิตามิน + แร่ธาตุ สำหรับคนสายตาสั้นกันเถอะ ซึ่งเกี่ยวกับสายตาทั้งนั้น วันนี้ก็อีกเช่นกัน...ซึ่งก็ไม่พ้นเรื่องตาอีกนั่นล่ะค่ะ...
ดวงตาของคนเรานั้นสำคัญต้องดูแลอย่างละเอียดอ่อนเพราะดวงตา ที่ทำให้เราได้มองเห็นสรรพสิ่งในโลกและสื่อความหมายต่าง ๆ ตั้งมากมายด้วยสายตา...
วันนี้ “ตาคุณแห้งหรือเปล่า” และคุณรู้ ”วิธีพักสายตาจากการใช้คอมพิวเตอร์ ไหม...
1. ตาคุณแห้งหรือเปล่า
โดยปกติน้ำตาจะความชุ่มชื้นแก่กระจกตาและเยื่อบุตาขาว ช่วยปรับสภาพของกระจกตาให้มีความเรียบ เพื่อให้แสงผ่านได้สะดวกทำให้การมองเห็นชัดเจน ช่วยป้องกันการติดเชื้อของกระจกตา และยังช่วยขจัดของเสียออกจากกระจกตาด้วย
น้ำตาคนเรานั้นจะแบ่งออกเป็น3 ชั้น คือ
ชั้นไขมันมีหน้าที่ป้องกันการระเหยของน้ำตา
ชั้นน้ำ ให้อาหารและออกซิเจนหล่อเลี้ยงแก้วตา
ชั้นเยื่อเมือก ปรับสภาพของกระจกตา ทำให้น้ำตากระจายตัวได้อย่างรวดเร็วเวลากะพริบตา
สำหรับโรคตาแห้งนั้นเกิดจากร่างกายผลิตน้ำตาที่ใช้ในการหล่อลื่นกระจกตาและเยื่อบุตาขาวไม่เพียงพอ ทำให้เกิดอาการต่าง ๆ เช่น ตาแห้ง ตาแดง ระคายเคืองที่ตา แสบตา ไม่สบายตา ตาพร่ามัว ตาสู้แสงไม่ได้ ปวดตา มักจะพบในผู้หญิงที่อยู่ในวัยสูงอายุ
สาเหตุของการเกิดโรคตาแห้งมีดังนี้
สภาพอากาศ อากาศร้อน อากาศแห้ง มีลมแรง
- สภาพแวดล้อมทำงานในห้องแอร์ หรือสภาพแวดล้อมที่มีฝุ่น
ควันมาก
- อ่านหนังสือ ดูโทรทัศน์ ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์นาน
- การใส่คอนแทคเลนส์
วิธีการป้องกันรักษานั้นทำได้โดย
- หลีกเลี่ยงการขยี้ตา
- ดื่มน้ำมาก ๆ
- เวลาอ่านหนังสือหรือทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นาน ๆ ควรหยุดพัก และกะพริบตาบ่อย ๆ
2. วิธีการพักสายตา จากการใช้ คอมพิวเตอร์
คนเราเมาอทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน มีบางครั้งเกิดอาการล้าสายตา หรือปวดตา ทำให้เกิดการระคายเคือง ตาอักเสบ ขึ้นมาได้ วิธีการช่วยบรรเทาการปวดตา มีดังนี้
1. หลับตา แล้วเกือกตาไปมา ซ้าย ขวา บน ล่าง และหลับให้นิ่งประมาณ 5 นาที
2. ออกไปสูดอากาศหายใจ จะได้ผ่อนคลายไปในตัว
3. มองดูอะไรก็ได้ที่เป็นสีเขียว เช่น ต้นไม้ สนามหญ้า ฯลฯ หรืออะไรก็ได้ ที่มองแล้วสบายหูสบายตา วิธีนี้ส่วนมากใช้ได้ผล 70%
4. หาอุปกรณ์ เช่น แว่น ฯลฯ
เมื่อคอมพิวเตอร์กลายเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องมีของทุกหน่วยงาน ทุกคนต้องใช้ได้ และเรากำลังหลงใหลกับความสามารถของคอมพิวเตอร์ จนลืมนึกถึงพิษภัยที่มันมากับคอมพิวเตอร์ แม้จะไม่ใช่ทางตรงทีเดียวก็ตาม พิษภัยนี้มีสำหรับท่านที่นั่งใช้อยู่หน้าจอเกิน 6 ชั่วโมงต่อวัน ผลกระทบต่อสุขภาพเบื้องต้นที่แน่ ๆ ก็คือ ปวดหลัง ปวดไหล่ ต้นคอ และข้อมือ เกิดอาการเครียดที่ตา เพราะขณะมองจอนั้นผู้ใช้มักไม่กะพริบตา เป็นผลให้ตาขาดน้ำหล่อเลี้ยงเกิดอาการระคายเคืองได้ และอาการที่ตามมาคือตาพร่าและมองไม่เห็นชั่วคราว นอกจากนี้ ยังอาจมีอาการไมเกรนพ่วงมาด้วย
ปัญหาทางตาเป็นปัญหาที่น่าห่วงมาก เพราะเมื่อตาเกิดความเครียดกล้ามเนื้อตา จะบีบรัดเลนส์ตาจนเกิดความเมื่อยล้า ถ้าต้องใช้สายตาอยู่กับจอคอมฯนาน ๆ ควรพักสายตาทุกสิบนาที ด้วยการเปลี่ยนไปมองวัตถุที่อยู่ไกลออกไปสัก 20 ฟุต มองสัก 2-3 นาทีแล้วค่อยมองจอต่อ และท่านที่มีปัญหาสายตาสวมแว่นอยู่แล้วนั้น ถ้าต้องมารับหน้าที่อยู่หน้าจอนาน ๆ ควรมีแว่นตาเฉพาะสำหรับงานหน้าจอนี้ด้วยอีกอันหนึ่ง ซึ่งแตกต่างไปจากแว่นตาที่ใช้ยามปกติ ส่วนจะแตกต่างอย่างไร คงต้องปรึกษาจักษุแพทย์ และในขณะเดียวกันท่านเหล่านี้ควรได้รับการตรวจวัดสายตาเป็นประจำ เพื่อให้ได้ขนาดเลนส์ที่เหมาะสม
นอกจากนี้ เพื่อเป็นการถนอมสายตาที่ยังไม่มีปัญหา ท่านไม่ควรสวมเสื้อผ้าที่มีสีสว่างขณะนั่งหน้าจอ เพราะสีของเสื้อจะไปทำให้เกิดแสงสะท้อนบนจอภาพได้ และแสงสะท้อนนี้แหละที่จะทำให้กล้ามเนื้อตาอ่อนล้ากว่าปกติ และยังมีอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ตาเมื่อยล้าได้คือ ถ้าแสงจากจอสว่างน้อยกว่าแสงโดยรอบ...
วันนี้คุณดูแลดวงตาคุณแล้วหรือยัง ?
ใส่ใจและถนอมดวงตาบ้าง... หาอาหารที่มีประโยชน์บำรุงแก่สายตาบ้าง... อย่านอนดึกจนเกินไป... เหนื่อยนัก...ก็พักเสียบ้าง อย่าทรมานสายตานาน ๆ เพราะระวังดวงตาคุณจะเออร์เลอร์เหมือนเครื่องคอมพิวเตอร์นะค่ะ จะบอกให้.../
สวัสดีค่ะ อ้อยควั้น
อ่านสำนวนของเจ้าของบันทึก และ สำนวน ติเพื่อก่อ แล้วจ้า....
ขอบคุณมากๆ......เป็นข้อแนะนำที่สมควรนำไปปฏิบัติอย่างยิ่ง...
ว่าแล้วต้องรีบพักสายตาเสียหน่อย....
สวัสดีค่ะคุณอ้อยควั้น
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำดีๆ พี่เป็นคนสายตาสั้นมากๆ ต้องใส่คอนแทคเลนซ์ เวลาเดินห้างตาจะแห้ง เพราะเดินโต้แอร์ ค่ะ
แต่พอเข้าบล็อกนี้ ก้เท่ากับพัดสายตาไปด้วย มองควาสวยงาม ตั้งแต่บล็อก จนถึงภาพเจ้าของค่ะสวยจัง
สวัสดีคุณอ้อยควั้น
ลองทำดูแล้ว หลับตาแล้วกรอกตาไปมา ๕ นาที ลืมตาขึ้นอีกที ไอย๋าตาหวางเลยนิ
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับผม
สวัสดีครับ
สวัสดีครับ น้องอ้อยควั่น
สวัสดีครับ
ช่วงนี้มีอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าครับ เห็นเขียนเรื่อง "ดวงตา" ติดต่อกัน
เลยอดนำสำนวนมาฝากไม่ได้
การทำอะไรสักอย่างโดยปราศจากการรับฟังความคิดของผู้อื่น เสมือนการมองอะไรด้วยดวงตาเพียงด้านเดียว
เกี่ยวกันหรือเปล่าครับ... แต่ยังไงก็มีคำว่าดวงตาบ้างแหละ..
ขอบคุณครับ
* หวัดดีครับ
*** ดวงตาคนเรามีความสำคัญมากครับ ในการพักสายตา อาจจะเปลี่ยนจากจุดที่มองอยู่ไปเป็นจุดอื่นๆ ก็ได้นะครับ เพื่อเป็นการผ่อนคลายอาการเคร็งของดวงตาครับ