มอบการบ้านนี้ส่งพ่อครูบาผ่านทาง g2k นะครับ

          อันเนื่องมาจากบันทึกนี้ครับ  วันนี้ก็เลยทำการบ้านมาส่งครับ

 เจ้าเป็นไผ

           ชื่อจริงนายวีรยุทธ  สมป่าสัก ชื่อเล่นส่วนใหญ่คนก็จะเรียกชื่อจริง

          นามแฝง คือ "สิงห์ป่าสัก" ครับ  นามนี้อาจารย์หมอ JJ 2007 ทักทายผ่านบันทึก เลยเอามาตั้งเป็นฉายาเสียเลย

           บ้านเกิด  อยู่หมู่ที่ 9 ตำบลน้ำดิบ อำเภอป่าซาง  จังหวัดลำพูน

          ที่อยู่ปัจจุบัน(บ้านพักข้าราชการ) 30 ถนนปินดำริห์  ซอย 1 ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร 62000

           ที่ทำงานปัจจุบัน สำนักงานเกษตรจังหวัดกำแพงเพชร  ตำบลในเมือง  อำเภอเมือง  จังหวัดกำแพงเพชร  

           ตำแหน่งงาน นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร 6 ว (สูงกว่านี้ไม่ได้เพราะเขาไม่มีตำแหน่งให้ ไม่ใช่ว่าทำ ว. ไม่เป็น  แต่ ว. อีกตัวยอมรับว่าทำไม่เป็น คือ ว-วิ่ง ครับ..อิอิ) 

         ประวัติการศึกษา

  • ประถมศึกษา  ที่โรงเรียนบ้านป่ารกฟ้า ต.น้ำดิบ อ.ป่าซาง จ.ลำพูน
  • มัธยมศึกษาปีที่ 1 - 5  ที่โรงเรียนจักรคำคณาทร  อ.เมือง จ.ลำพูน (มัธยมศึกษาตอนปลายโปรแกรมเกษตรกรรม)
  • จบอนุปริญญา(ธุรกิจเกษตร) จากวิทยาลัยเกษตรกรรมลำพูน
  • ปริญญาตรีส่งเสริมการเกษตรและสหกรณ์บัณฑิต จาก มสธ.
  • ปริญญาตรีนิติศาสตร์บัณฑิต จาก มสธ.
  • ปริญญาโท ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขายุทธศาสตร์การพัฒนาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร
  • ปริญญาเอกเคยคิดว่าจะเรียน แต่พอมารู้จักกับ KM และ gotoknow.org เลยเปลี่ยนใจที่จะเรียนรู้ตลอดชีวิตดีกว่า

           ตอนขึ้นมัธยมศึกษาตอนปลาย เลือกเรียนสายเกษตร อาจารย์ที่ปรึกษาเคยบอกว่าเราโง่ น่าจะเลือกเรียนสายวิทย์ฯ  ผมเคยคิดมุมกลับว่าหากคนที่เขาเรียนเก่งๆ เลือกไปเรียนสายวิทย์ฯ กันหมด แล้วสายเกษตรก็จะเหลืออะไร ผมซึ่งเรียนไม่ค่อยเก่งก็เลยเลือกทางนี้ตั้งแต่นั้นมาครับ

          ตัวอย่างในอดีตได้ทำอะไรเป็นผลงานให้แก่ตนเอง และหน่วยงานไว้บ้าง 

  • ตอนเรียนจบมัธยมปลาย สอบเข้าเรียนที่สถาบันเทคโนโลยีวิทยาเขตเกษตรลำปาง (ชื่อในสมัยนั้น) ได้ที่ 1 เมื่อปี 2525 จากคนเข้าสอบ 4 พันกว่าคน แต่ก็ไม่ได้เรียน
  • ตอนเรียนที่วิทยาลัยเกษตรกรรมลำพูน เคยแข่งขันทักษะเกษตร สาขาช่างเกษตร ในการประชุมทางวิชาการฯ ได้ลำดับที่ 1 ระดับประเทศ เมื่อปี 2527
  • เมื่อปี 2545 ร่วมกับน้องๆ ทีมเว็บมาสเตอร์ นำเว็บไซต์ของสำนักงานเกษตรจังหวัดกำแพงเพชร ชนะเลิศอันดับที่ 1 ในการประกวดเว็บไซต์ทั่วประเทศของกรมส่งเสริมการเกษตร

          ที่นำมาบันทึกนี้ ไม่ได้บอกว่าเก่ง อาจจะเฮงเสียด้วยซ้ำ แต่เป็นมุมหนึ่งที่อยากจะนำมาแลกเปลี่ยน เป็นประวัติศาสตร์ของตัวผมเองครับ

จุดยืนเจ้าอยู่ตรงไหน

         เป็นความใผ่ฝันตั้งแต่เป็นนักเรียนครับว่าจะต้องทำงานเป็นนักวิชาการเกษตร  เพราะเห็นพ่อ-แม่ ลำบากเพราะทำอาชีพการเกษตร ทั้งๆ ที่ตอนนั้นก็ยังไม่เข้าใจดีนักว่านักวิชาการเกษตรมันคืออะไร

           โตขึ้นจวบจนปัจจุบัน มีจุดยืนของชีวิตและงานไว้ว่า

  • จะทำครอบครัวให้เข้มแข็งมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะเป็นรากฐานสำคัญยิ่งของสังคม
  • จะพัฒนาตนเองเพื่อทำงานให้แก่ราชการให้คุ้มกับที่หลวงได้อุปถัมภ์ค้ำจุนมาจนถึงทุกวันนี้
  • จะมีสำนึกในหน้าที่ และทำงานเพื่อการพัฒนาจนเต็มความสามารถ

         ส่วนชีวิตส่วนตัว เป็นข้าราชการตัวเล็กๆ แต่ไม่ได้คิดเล็กตามตัวครับ และฐานะก็ไม่ร่ำรวยครับ และก็ไม่คิดอยากรวยเพราะพอแล้วครับ จากเด็กเลี้ยงควายมาได้ขนาดนี้ก็ดีถมเถแล้ว ตอนนี้ก็ทำงานราชการ และทำการเกษตร(เกษตรกร)ไปพร้อมๆ กัน

เจ้ากำลังจะไปไหน

          เป็นคนทำงานราชการ ที่พอจะเข้าใจระบบงานของราชการบ้าง พบว่า งานราชการมีกรอบงานที่เข้มแข็งเกินไป  วัฒนธรรมการทำงานหล่อหลอมคนของราชการเองให้ติดกรอบ  คิดไม่ค่อยไกลจากสิ่งเดิมๆ ที่เคยปฏิบัติ ทำให้ผมเองต้องขนขวายเพื่อหาสิ่งใหม่ๆ เข้ามาสู่วิถีของการทำงาน

          เมื่อพบกับการจัดการความรู้  ซึ่งโดยภูมิหลังเราเองเป็นนักพัฒนา หรือนักยุทธศาสตร์การพัฒนาอยู่แล้ว  เห็นว่าเป็นอะไรๆ ที่ใช่เลย และตรงกับจริตของตนเอง และน่าจะตรงกับจริตของหน่วยงานตามบทบาทที่ควรจะเป็นมากที่สุด  ก็เลยสนใจ และเรียนรู้ที่จะนำการจัดการความรู้เข้ามาปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร 

           พอเวลาผ่านไป พบว่า การทำงานภายใต้ระบบนั้นบางครั้ง คนทำงานมีข้อจำกัดมากมาย ทั้งตั้งใจหรือไม่  ก็ไม่อาจทราบได้ เลยได้ข้อสรุปเบื้องต้นสำหรับตนเองว่า งานจัดการความรู้ในระบบราชการนั้น ยากที่จะสำเร็จและเป็นไปอย่างธรรมชาติได้ (เน้นที่ KM ตามธรรมชาตินะครับ)  เพราะยังมีภาพลวงตา  ทำเพียงเพื่อให้ผ่านการประเมินเพราะเป็นตัวชี้วัดกันเสียเป็นส่วนใหญ่ คิดและทำอย่างโครงการที่มีระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุด  ทั้งๆ ที่การจัดการความรู้ต้องทำกันจนกว่าโลกนี้จะสลายไป...หรือไม่มีเผ่าพันธุ์ของมนุษย์เหลืออยู่อีกแล้ว

           สุดท้ายก็เลยต้องหาเพื่อนร่วมทาง ซึ่งก็มาพานพบของจริงใน gotoknow.org และโดยเฉพาะที่ เฮฮาศาสตร์  ใครไม่จริงแท้ไม่สามารถฝ่าด่าน gotoknow.org เข้ามาได้  และหากยืนระยะอยู่ไม่ได้ ก็จะฝ่าเข้ามาถึงเฮฮาศาสตร์นี้ไม่ได้อีกเช่นกัน

 เจ้าต้องการอะไร

          สืบเนื่องจากเจ้ากำลังจะไปที่ไหน ทำให้ต้องมาคิดและวิเคราะห์กันต่อถึงความหวังที่จะสร้างการเรียนรู้และช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรตามกำลังความสามารถ  ดังนั้นผมคิดว่าการทำงานพัฒนา โดยเฉพาะคนที่มีอาชีพพัฒนาการเกษตรนั้น เราต้องไม่ทำงานโดยยึดภายใต้ระบบราชการเพียงอย่างเดียว   ดังนั้นผมจึง......

  • ต้องการพัฒนาตนเองให้รู้เท่าทัน รอบรู้ในหลายๆ ศาสตร์ และเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา
  • ต้องหาทางเชื่อมประสานหรือสร้างเครือข่ายคนทำงานในลักษณะนี้ เพื่อร่วมกันทำงานพัฒนาฯ ให้บรรลุผลสำเร็จ (ไม่ใช่ทำให้เสร็จๆ แต่ไม่สำเร็จ)
  • ต้องการทำงานแบบภาคี หรืออิงระบบกับคนนอก โดยใช้ชาวบ้านหรือชุมชนเป็นตัวตั้ง ไม่ใช่เอาเราเป็นตัวตั้ง

เจ้าจะทำอะไร  (บอกหน่อยได้ไหม)

  •  จะเชื่อมภาคีกับชุมชนเฮฮาศาสตร์ในทุกระดับเพื่อประสานพลังและแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
  • จะนำกระบวนการและวิธีการของเฮฮาศาสตร์ มาปรับใช้(ผลิตซ้ำ) กับเครือข่ายชุมชนนักส่งเสริมการเกษตรของกรมส่งเสริมการเกษตร ให้เกิดเป็นรูปธรรมให้ได้
  • จะจัดตั้ง และรวบรวมสมาชิกเฮฮาศาสตร์สาขากำแพงเพชรขึ้นให้ได้ภายในปี 2550 นี้ โดยจะเริ่มไปพร้อมๆ กับเฮฮาศาสตร์ 3 ที่ดงหลวง 
  • จะหาพื้นที่เพื่อทำงานพัฒนาโดยใช้เกษตรกรเป็นตัวตั้ง ในพื้นที่แม้จะต้องทำงานนอกเวลา นอกหน้าที่(กรอบงาน) ใช้ทุนส่วนตัวก็ยอม เพื่อให้เกิดผลของการพัฒนาอย่างแท้จริง จับต้องได้ เพียงจุดเล็กๆ ก็ยังดี

ทำไมถึงต้องเฮฮา..

         เข้ามาสู่เฮฮาศาสตร์ เนื่องมาจากอานิสงส์ของการจัดการความรู้ และพลังของบล็อก  อาจจะเป็นเพราะทุนทางสังคมของบ้านเราที่มีมิติทางด้านสังคมแห่งความรักและเอื้ออาทรอยู่สูง  ทุกคนมีพื้นฐานของความรักและสำนึกในบ้านเกิดอยู่สูง  ทำให้เมื่อคนที่คิดเหมือนๆ กัน มาพบปะและแลกเปลี่ยนความคิดและประสบการณ์กันแม้จะไม่เคยพบเจอกัน ก็ส่งผลในทางบวกแก่กันและกัน  เป็นพลังทางบวกที่ยากจะสร้างได้ในระบบ หรือตามกฎเกณฑ์ใดๆ

         เพราะพวกเราเป็นคนที่เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และปฏิสัมพันธ์กัน โดยไม่มีความเห็นแก่ตัวเป็นที่ตั้ง  ไม่มีอกุศลจิตใดๆ มาเป็นตัวนำ  ทำให้มีความจริงใจ ไว้เนื้อเชื่อใจ และเกิดความเคารพซึ่งกันและกัน ก่อให้เกิดเป็นพลังรวมหมู่ที่คนอื่นหากไม่ได้เข้ามาสัมผัส ก็ยากที่เราจะอธิบายให้เขาเข้าใจได้       ผมมีความเชื่อว่าพลังของชาวเฮฮาศาสตร์  ทั้งผู้ที่ได้เข้ามาร่วมพบปะกันแล้ว   และอีกหลายท่านที่ยังลังเล ไม่กล้า  มันจะเกิดการรวมพลังกันได้จริงหรือ

          อย่าลังเลยนะครับ เฮฮาศาสตร์เป็นของจริงๆ ครับ ชื่อเฮฮาก็เพื่อไม่ให้เคร่งเครียดแค่นั้นเองแต่รับรองมีสาระครับ  และนี่เป็นโอกาสดีของสังคมบ้านเราเลยก็ว่าได้นะครับ ที่พวกเราจะได้มารวมพลังกัน รวมพลังจากความแตกต่างหลากหลาย อันมีสังคมโดยรวมเป็นตัวตั้ง  เป็นพลังรวมหมู่ที่จะร่วมกันช่วยขับเคลื่อนสังคมไทยให้เป็นสังคมความรู้ สังคมแห่งความเอื้ออาทร ที่มีและเกิดขึ้นได้จริง และจับต้องได้  อันจะเป็นผลมาจากพวกเราทุกคนที่ได้ร่วมกันคิด  ร่วมกันลงมือปฏิบัติ ร่วมกันเรียนรู้  และรับผลของการทำงานร่วมกัน

           ใครที่ยังลังเลอยู่...... ตัดสินใจได้แล้วนะครับ

มอบการบ้านนี้ส่งพ่อครูบาผ่านทาง g2k นะครับ

วีรยุทธ  สมป่าสัก  24 ตุลาคม 2550