วันนี้นอนดึกหน่อยเพราะต้องการทำการบ้านให้เสร็จ ก็ทำตามข้อสอบที่ครูบาให้มาโดยเคร่งครัด ไม่มีตกหล่นแม้แต่หัวข้อเดียว อิอิ
คุณเป็นใคร ( เจ้าเป็นไผ )
ชื่อ: นายแพทย์สุธี ฮั่นตระกูล
อาชีพ: นักการเมืองท้องถิ่น
ตำแหน่ง: รองนายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก
ที่อยู่: 979/7 ถนนบรมไตรโลกนารถ2
อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก
รหัสไปรษณีย์ 65000
ประวัติการศึกษา
มัธยมศึกษา โรงเรียนอัสสัมชัญ พระนคร
แพทยศาสตร์บัณฑิต คณะแพทยศาสตร์ศิริราช มหาวิทยาลัยมหิดล
วุฒิบัตรผู้เชี่ยวชาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ( ศัลยศาสตร์ทั่วไป ) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ตำแหน่งหน้าที่ในอดีต
- ศัลยแพทย์ประจำโรงพยาบาลพุทธชินราช
- ผู้อำนวยการโรงพยาบาลรวมแพทย์พิษณุโลก
- ประธานหอการค้าจังหวัดพิษณุโลก
- รองนายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก
- อยู่ในทีมงานที่ชนะยกทีมเข้าบริหารเทศบาลนครพิษณุโลกติดต่อกันเป็นสมัยที่ 4 ( เป็นปีที่ 13 แล้ว )
เข้ามาได้อย่างไร
โดน ครูสุ ( อาจารย์สุมาลี มั่นคง ) หลอกเข้ามา ครูสุสวย น่ารักและใจดีมาก ชักชวนให้เขียนบทความที่เป็นประโยชน์ใน G2K โดยอาสาจะช่วยเหลือให้ตอนเริ่มต้น ตอนหลังทราบว่าครูสุก็ไม่ค่อยออกกำลังกายเพราะบ้างาน ก็เกิดแรงบันดาลใจให้เขียนบทความเกี่ยวกับการออกกำลังกาย ด้วยความหวังว่าอาจจะทำให้ครูสุสนใจมาออกกำลังกายบ้าง และอาจมีประโยชน์กับคนอื่นๆด้วย แต่จนป่านนี้ครูสุก็ยังไม่ยอมออกกำลังกาย อิอิ
จุดยืนเจ้าอยู่ตรงไหน
เบื่ออาชีพแพทย์ เลยผันตัวเองมาเป็นผู้บริหารโรงพยาบาลเอกชนตั้งแต่อายุ 33 ปี ( กู้ธนาคารมาลงทุนร่วมกับเพื่อนๆซะเองเลย ) เก็บขยะมา 13 ปีแล้ว สนใจการลดน้ำหนักตัวและการออกกำลังกาย เพราะเคยอ้วนมาก สุขภาพเริ่มแย่มากๆ ตอนนี้ฟิตๆๆๆๆ
อายุก็ใกล้เกษียณ ลูกๆก็จบหรือใกล้จะจบการศึกษาหมดแล้ว อยากใช้เวลาที่เหลืออยู่ทำประโยชน์ให้กับสังคมในสิ่งที่ถนัดและชอบทำ เป็นคนโชคดีที่ได้ทำสิ่งที่ตัวเองชอบ ( แต่ปัญหาคือถนัดและชอบไปซะหมด อิอิ ) ที่ผ่านมายังทำไม่จุใจ
เจ้าต้องการอะไร
ต้องการทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ เป็นประโยชน์กับตัวเองและสังคม ไม่ชอบก็ไม่ทำ อิอิ ถ้าถามว่าชอบอะไร ก็ชอบไอ้ที่ทำอยู่นี่แหละครับ
เจ้าจะทำอะไร
เป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดี
ทำหน้าที่รองนายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก
เป็นวิทยากรเรื่องการจัดการ ( ถ้ามีคนเชิญ อิอิ ) เรื่องการลดน้ำหนักและการออกกำลังกาย เรื่องการจัดการขยะมูลฝอย
เขียนบล็อกใน G2K ( เพื่อนๆรู้จักในชื่อ คนชอบวิ่ง ) และไล่กอดพวกเฮฮาศาสตร์
บอกหน่อยได้ไหมทำไมถึงต้องเฮฮา .......
เป็นคนชอบเฮฮาโดยไม่มีเหตุผล การเฮฮาทำให้เกิดความสนิทสนมกัน รักกัน เปิดใจเข้าหากัน สามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันได้ง่ายขึ้น แต่เฮฮาศาสตร์ไม่เหมือนการเฮฮาในวงเหล้า วงไพ่ วงแชร์ วง....... สารพัดวง สารพัดก๊วน เพราะการเฮฮาในวงหรือก๊วนอื่น อาจจะเพื่อความสนุกสนาน หรืออาจจะพากันไปทำในสิ่งที่ไม่ค่อยเหมาะสม ( ไม่ได้ว่าวงหรือก๊วนที่ทำดีอยู่แล้วนะครับ ถ้าทำดีอยู่แล้ว ก็ถือว่าเป็นแนวร่วมเฮฮาศาสตร์ครับ อิอิ )
ถ้าใครชอบเฮฮา ชอบกอด แล้วเปิดใจ เสียสละ อยากช่วยเหลือคนอื่น ทำสิ่งที่ดีๆให้กับสังคม ก็เป็นเฮฮาศาสตร์ มันเป็นอะไรที่มากกว่าแค่ KM อิอิ
เห็นด้วยจริง ๆ ค่ะ ท่านรองฯ หมอ
เมื่อผอมแล้ว ท่านรองฯ ดูหนุ่มกว่าอายุมาก
และดูคล่องขึ้นมากเลยค่ะ
แนะนำตัว
ผู้เขียนเล่นกีฬาตั้งแต่เด็ก เป็นนักกีฬายูโดของมหาวิทยาลัย ระยะหลังก็ออกกำลังกายด้วยการวิ่ง ( เคยลงวิ่งระยะทาง 10 กม. ประมาณ 30 ครั้ง 21 กม. ประมาณ 15 ครั้ง ไตรกีฬา 2 ครั้ง แต่เป็นประเภทวิ่งให้จบการแข่งขันได้เหรียญหรือประกาศนียบัตรเป็นที่ระลึก ไม่เคยได้รางวัลอะไรกับเขาหรอก )ช่วงอายุประมาณ 46 ปีก็หันเหชีวิตจากศัลยแพทย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนมาเป็นนักการเมืองท้องถิ่น รับตำแหน่งเทศมนตรี ต่อมาก็เปลี่ยนชื่อเรียกเป็นรองนายกเทศมนตรี ท่านนายกเทศมนตรีก็มอบหมายให้ดูแลงานด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม สวัสดิการสังคมมาตลอด 12 ปี
ช่วงที่มาทำงานการเมืองท้องถิ่นก็ทำงานเพลิน งานภารกิจค่อนข้างมาก ก็เริ่มห่างเหินสนามวิ่ง จนไม่ออกกำลังกายเลยเป็นเวลา 10 ปี น้ำหนักตัวก็เพิ่มจาก 68 กิโลกัมมาเป็น 90 กิโลกรัม สุขภาพก็เริ่มแย่ลง เหนื่อยง่าย เป็นหวัดบ่อย รู้สึกไม่ค่อยคล่องตัว ( คล่องตัวก็บ้าแล้ว น้ำหนักปาไปขนาดนั้น ) ไปตรวจสุขภาพปรากฏว่าความดันโลหิตก็เริ่มจะสูง ไขมันในเลือดก็สูง
อยู่มาวันหนึ่งเมื่อ 2 ปีที่แล้วก็คิดได้ว่าถ้าปล่อยตัวอย่างนี้ต่อไปคงจะแย่แน่ ก็ไปซื้อรองเท้าแล้วเริ่มออกกำลังกายใหม่ ช่วงนี้ก็จะค้นคว้าเรื่องการลดน้ำหนักค่อนข้างมาก ทั้งอ่านหนังสือและค้นจากอินเตอร์เน็ตทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพราะสนใจและต้องการลดน้ำหนักตัวด้วย ปรากฏว่าบทความที่ดีๆเกี่ยวกับการลดน้ำหนักตัวค่อนข้างน้อย ส่วนมากก็จะโฆษณาขายยาลดน้ำหนัก ขายอาหารเสริม ขายอุปกรณ์หรือวิธีแปลกๆ
จากการศึกษาก็ปรากฏว่า การลดน้ำหนักตัวที่จะได้ผลก็ต้อง
1. ควบคุมอาหาร คือค่อยๆลดปริมาณอาหารลงทีละน้อย
2. การออกกำลังกาย
3. การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่นลดการทานขนมหวาน เดินขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟท์ ไม่ทานของจุกจิก ฯ
นอกจากนี้ต้องมีการวางแผน ว่าต้องการลดน้ำหนักตัวเท่าไรภายในระยะเวลาที่กำหนด บันทึกการปฏิบัติ เช่นการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม น้ำหนักตัวอย่างต่อเนื่อง มีการประเมินผลว่าทำได้ตามที่กำหนดไว้หรือไม่ ถ้าทำไม่ได่เกิดจากสาเหตุอะไร จะแก้ไขอย่างไร ( ทำเหมือนการวางแผนทำงานเลย ) จึงจะได้ผลดี
หลังจากใช้เวลา 2 ปี ปฏิบัติตัวอย่างเคร่งครัด ควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย ( ส่วนใหญ่จะเป็นการวิ่ง จักรยานและยกน้ำหนัก อาจมีว่ายน้ำบ้าง ) และปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ขณะนี้น้ำหนักตัวก็ลดมาเหลือ 72 กิโลกรัม ร่างกายแข็งแรงขึ้นมาก สามารถวิ่งระยะทาง 10 กิโลเมตรได้ รู้สึกสนุกและมีความสุขกับการได้ออกกำลังกาย ไม่มีความรู้สึกว่าการออกกำลังกายเป็นภาระ เป็นอะไรที่น่าเบื่อ ต้องทนหรือแข็งใจทำ แล้วก็เริ่มทำโครงการชักชวนผู้คนมาออกกำลังกายด้วยการพูดในกลุ่มเล็กๆ กลุ่มละ 30-40 คน นอกจากนี้ยังเริ่มเปิดคลินิกลดน้ำหนักตัวเป็นการทดลองเพื่อพัฒนาวิธีการ หลักสูตร รวมทั้งเอกสารทางวิชาการ แบบรายงานต่างๆที่ต้องบันทึก ใช้ชื่อคลินิกหุ่นดี ทำไปแล้ว 2 รุ่นได้ผลดีพอสมควร ส่วนใหญ่ผู้เข้าโครงการจะลดน้ำหนักได้เฉลี่ยประมาณ 3-5 กิโลกรัมภายในเวลา 6 เดือน ปัจจุบันกำลังพัฒนาเพื่อให้สามารถเข้าโครงการได้ผ่านทาง เว็บไซต์ คงต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง
วันหนึ่งก็ได้เพื่อนใหม่ น่ารักและใจดีมาก ชักชวนให้เขียนบทความที่เป็นประโยชน์ โดยอาสาจะช่วยเหลือให้ตอนเริ่มต้น ตอนหลังทราบว่าเพื่อนก็ไม่ค่อยออกกำลังกายเพราะบ้างาน ก็เกิดแรงบันดาลใจให้เขียนบทความด้วยความหวังว่าอาจจะทำให้เพื่อนสนใจมาออกกำลังกาย และอาจมีประโยชน์กับคนอื่นๆด้วย
รับทราบข้อมูลค่ะท่านประธาน ราณีจะไปทำบ้าง แต่รักแล้วรอหน่อยนะค่ะ รอราณีกลับจากกรุงเทพหน่อยนะค่ะ เหอ ๆ
คุณหมอคะ
หนูนอนไม่ค่อยจะหลับ
โอ้ย .... ไม่ใช่
หนูขอจองเขียนเรื่อง "ไล่กอดเฮฮาศาสตร์" นะคะ นะคะ นะคะ