- สวัสดีครับ คุณหมอ/ท่านรองนายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก
- ขออนุญาตสังเกตการณ์(ยังไม่กล้าร่วมวงครับ)เฮฮาศาสตร์ ของคุณหมอก่อนนะครับ
- จิตใจเด็ดเดี่ยวมากครับจึงลดน้ำหนักได้ขนาดนี้ เป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมสำหรับคนอ้วนที่อยากหุ่นดีครับ ผมรู้สึกประทับใจที่คุณหมอแนะนำตัวครับ
-
แนะนำตัว
ผู้เขียนเล่นกีฬาตั้งแต่เด็ก เป็นนักกีฬายูโดของมหาวิทยาลัย ระยะหลังก็ออกกำลังกายด้วยการวิ่ง ( เคยลงวิ่งระยะทาง 10 กม. ประมาณ 30 ครั้ง 21 กม. ประมาณ 15 ครั้ง ไตรกีฬา 2 ครั้ง แต่เป็นประเภทวิ่งให้จบการแข่งขันได้เหรียญหรือประกาศนียบัตรเป็นที่ระลึก ไม่เคยได้รางวัลอะไรกับเขาหรอก )ช่วงอายุประมาณ 46 ปีก็หันเหชีวิตจากศัลยแพทย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนมาเป็นนักการเมืองท้องถิ่น รับตำแหน่งเทศมนตรี ต่อมาก็เปลี่ยนชื่อเรียกเป็นรองนายกเทศมนตรี ท่านนายกเทศมนตรีก็มอบหมายให้ดูแลงานด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม สวัสดิการสังคมมาตลอด 12 ปี
ช่วงที่มาทำงานการเมืองท้องถิ่นก็ทำงานเพลิน งานภารกิจค่อนข้างมาก ก็เริ่มห่างเหินสนามวิ่ง จนไม่ออกกำลังกายเลยเป็นเวลา 10 ปี น้ำหนักตัวก็เพิ่มจาก 68 กิโลกัมมาเป็น 90 กิโลกรัม สุขภาพก็เริ่มแย่ลง เหนื่อยง่าย เป็นหวัดบ่อย รู้สึกไม่ค่อยคล่องตัว ( คล่องตัวก็บ้าแล้ว น้ำหนักปาไปขนาดนั้น ) ไปตรวจสุขภาพปรากฏว่าความดันโลหิตก็เริ่มจะสูง ไขมันในเลือดก็สูง
อยู่มาวันหนึ่งเมื่อ 2 ปีที่แล้วก็คิดได้ว่าถ้าปล่อยตัวอย่างนี้ต่อไปคงจะแย่แน่ ก็ไปซื้อรองเท้าแล้วเริ่มออกกำลังกายใหม่ ช่วงนี้ก็จะค้นคว้าเรื่องการลดน้ำหนักค่อนข้างมาก ทั้งอ่านหนังสือและค้นจากอินเตอร์เน็ตทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพราะสนใจและต้องการลดน้ำหนักตัวด้วย ปรากฏว่าบทความที่ดีๆเกี่ยวกับการลดน้ำหนักตัวค่อนข้างน้อย ส่วนมากก็จะโฆษณาขายยาลดน้ำหนัก ขายอาหารเสริม ขายอุปกรณ์หรือวิธีแปลกๆ
จากการศึกษาก็ปรากฏว่า การลดน้ำหนักตัวที่จะได้ผลก็ต้อง
1. ควบคุมอาหาร คือค่อยๆลดปริมาณอาหารลงทีละน้อย
2. การออกกำลังกาย
3. การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่นลดการทานขนมหวาน เดินขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟท์ ไม่ทานของจุกจิก ฯ
นอกจากนี้ต้องมีการวางแผน ว่าต้องการลดน้ำหนักตัวเท่าไรภายในระยะเวลาที่กำหนด บันทึกการปฏิบัติ เช่นการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม น้ำหนักตัวอย่างต่อเนื่อง มีการประเมินผลว่าทำได้ตามที่กำหนดไว้หรือไม่ ถ้าทำไม่ได่เกิดจากสาเหตุอะไร จะแก้ไขอย่างไร ( ทำเหมือนการวางแผนทำงานเลย ) จึงจะได้ผลดี
หลังจากใช้เวลา 2 ปี ปฏิบัติตัวอย่างเคร่งครัด ควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย ( ส่วนใหญ่จะเป็นการวิ่ง จักรยานและยกน้ำหนัก อาจมีว่ายน้ำบ้าง ) และปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ขณะนี้น้ำหนักตัวก็ลดมาเหลือ 72 กิโลกรัม ร่างกายแข็งแรงขึ้นมาก สามารถวิ่งระยะทาง 10 กิโลเมตรได้ รู้สึกสนุกและมีความสุขกับการได้ออกกำลังกาย ไม่มีความรู้สึกว่าการออกกำลังกายเป็นภาระ เป็นอะไรที่น่าเบื่อ ต้องทนหรือแข็งใจทำ แล้วก็เริ่มทำโครงการชักชวนผู้คนมาออกกำลังกายด้วยการพูดในกลุ่มเล็กๆ กลุ่มละ 30-40 คน นอกจากนี้ยังเริ่มเปิดคลินิกลดน้ำหนักตัวเป็นการทดลองเพื่อพัฒนาวิธีการ หลักสูตร รวมทั้งเอกสารทางวิชาการ แบบรายงานต่างๆที่ต้องบันทึก ใช้ชื่อคลินิกหุ่นดี ทำไปแล้ว 2 รุ่นได้ผลดีพอสมควร ส่วนใหญ่ผู้เข้าโครงการจะลดน้ำหนักได้เฉลี่ยประมาณ 3-5 กิโลกรัมภายในเวลา 6 เดือน ปัจจุบันกำลังพัฒนาเพื่อให้สามารถเข้าโครงการได้ผ่านทาง เว็บไซต์ คงต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง
วันหนึ่งก็ได้เพื่อนใหม่ น่ารักและใจดีมาก ชักชวนให้เขียนบทความที่เป็นประโยชน์ โดยอาสาจะช่วยเหลือให้ตอนเริ่มต้น ตอนหลังทราบว่าเพื่อนก็ไม่ค่อยออกกำลังกายเพราะบ้างาน ก็เกิดแรงบันดาลใจให้เขียนบทความด้วยความหวังว่าอาจจะทำให้เพื่อนสนใจมาออกกำลังกาย และอาจมีประโยชน์กับคนอื่นๆด้วย