“Thank you doctor Thanapan”

วันที่ 15 ตุลาคม 2550

วันนี้เป็นวันจันทร์ วันแรกของสัปดาห์ที่ 24 วันแรกที่การนับถอยหลังกลับไปพบว่าเหลือเวลาอีกเพียง 1 เดือนเต็มคือ 30 วันเท่านั้น <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาผมกลับบ้านครับ กลับไปตามเสียงเรียกร้องของหัวใจ สัปดาห์ที่จะถึงนี้ไม่ได้กลับเพราะมีภารกิจต้องไปงานเลี้ยงของโรงพยาบาล ต้องไปครับ อ่านไม่ผิดหรอก ครูซื้อที่นั่งให้เราทุกคน ฉะนั้นต้องไป งานเลี้ยง D&D มีชื่อเต็มๆว่า dinner & dance party ปีนี้เขาเน้นให้ใส่ชุดนัดเรียนไปร่วมงาน (back to school) ผมวิตกมาตั้งแต่ 4 เดือนที่แล้วแล้วครับ เพราะไม่รู้จะไปหามาจากไหน อีกทั้งบ้านเราชุดนักเรียนก็ต้องเสื้อขาว กางเกงขาสั้นและผมเกรียน (ฮา) ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องผมเกรียน สงสัยผมเกรียนแล้วทำให้เรียนเก่ง สมัยนั้นประเทศเราคุณครูมัวแต่มาดูผมนักเรียนจนไม่ต้องทำอะไรกันแล้ว วันนี้ผมเดินไปทำงานตอนเช้าแล้วคิดเรื่องผมครับ คิดว่า ทำไมนะ เราจึงไม่ยอมให้เด็กไว้ผมตามใจเขา ระเบียบวินัยอยู่ที่ผมเท่านั้นหรือ ผมนี่เริ่มขวางคลองอีกแล้ว <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                น้องจ้ามีพัฒนาการเพิ่มขึ้นมาอีหน่อยคือ เธอร้องและฮัมเพลง “everything” ของ Buble ได้ครับ เฉพาะคำลงท้าย กับ ลา ลา ลา ฮาจริงๆลูกกระผม <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                พี่แป้งต้อนรับผมด้วยการกอดจูบเช่นเคย เธอบอกว่า วันนี้ (วันเสาร์) จะไปกินสเต็กเนื้อแกะ เธอนัดพี่แตงกวา (ลูกอ.เปิ้ล)ไว้แล้ว ว่าไงครับ เดี๋ยวนี้เธอมีนัดแล้วนะ ผมโทรไปหาพี่เปิ้ลเพื่อสอบถาม เธอบอกว่า นั่นน่ะสิ แตงกวาก็บอกว่าน้องแป้งมานัดเอาไว้ ให้ไปกินในร้านที่เป็นตู้รถไฟ ผมนี่ถึงกับฮาลั่น <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                วันเสาร์นี้แม่ผมมาจากสุราษฎร์ฯเพื่อมาตรวจเลือดดูว่าเป็นเบาหวานหรือไม่ หลังจากรับแม่จากที่รถมาหย่อนลงไว้แล้ว ก็พาท่านเข้าบ้าน และเนื่องจากช่วงนี้แม่กินเจ จึงไม่ได้ออกไปกับเรา แม่หิ้วเอากับข้าวติดมาจากที่บ้านด้วย <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                พูดถึงแม่แล้วผมค่อนข้างสบายใจ เพราะว่าเดี๋ยวนี้ท่านมีสมาคมของท่านเอง เริ่มจากบรรดาอาๆของผมที่คอยมาดูแล อาที่กล่าวถึงนี่เป็นญาติทางฝ่ายพ่อผมครับ ไม่ใช่น้องแท้ๆของพ่อ แต่เขามาดูแลแม่ผมอย่างดี ช่วยเหลือเกื้อกูลกันอย่างดี แถมยังช่วยเติมเงินในกองทุนของผมด้วย เวลามีเทศกาลงานใดๆก็จะทำกับข้าวมาเผื่อแม่ผมออกจะบ่อย บางที่ก็เผื่อแผ่มายังหาดใหญ่ด้วย เมนูจานเด็ดที่ถูกใจผมก็คือจับฉ่ายเจ สมาคมต่อมาก็เพื่อนๆกลุ่มเชื้อสายจีนไหหลำ รำไท้เก็ก เขากลมเกลียวกันมาก นี่ก็ครบ 2 ปีที่รวมตัวกันแล้ว แม่บอกว่าสมาคมจะจัดงานเลี้ยงครบรอบ 2 ปีในวันที่ 29 ตุลาคมนี้ ซึ่งเป็นวันเกิดของแม่พอดี เลยถูกจับร้องเพลงคู่ งานนี้จะอัดวิดีโอมาให้ดูอีก สงสัยว่างานนี้จะมีคนฉี่เล็ดอีกหลายคน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                เช้าของการ round วันนี้มีเรื่องสนุกอีกหน วันนี้อาร์เธอมา round ด้วย เพราะเขาบอกว่าลุปน่าลาพักร้อน 1 สัปดาห์ เขาจะมาช่วย แต่ผมบอกว่าผมมีหว่องฟุกแล้วไม่เห็นเป็นไรเลย อีกอย่างหว่องฟุกก็มีอาวุโสกว่าลุปน่าเสียอีก เขาบอกว่า เขามาดูแลอีกขั้นหนึ่งไม่ดีกว่าเหรอ งานนี้เล่นเอาหว่องฟุกเพื่อนผมเคือง ส่วนผมเฉยๆ เพราะยังไงก็ได้ แบบว่าเป็นจิ้งจกน่ะครับ เราดูคนไข้พักหนึ่งอาร์ลีนก็เดินขึ้นมาหา ผมแปลกใจเล็กน้อยว่าจะมาทำไม เพราะเธอต้องดูคนไข้ชั้น 4 นี่นา เธอมาบอกว่า ใครช่วยครูหาญผ่าตัดมดลูกและ TVT-O เมื่อพฤหัสที่ผ่านมา ผมตอบว่า ผม หว่องฟุก และลุปน่า เธอบอกว่า ไม่ได้เอาก๊อซออกจากช่องคลอด (ปกติเวลาเราผ่าตัด TVT-O นั้น คนไข้ส่วนใหญ่เราต้องเอาผ้าก๊อซจุกเข้าไปในช่องคลอดเพื่อช่วยระงับเลือดออกครับ ซึ่งจะเอาออกหลังผ่าตัด 1 วัน) พวกผมก็ตกใจตาค้าง เพราะว่าผมไม่เคยลืม (ก๊อก ก๊อก) ตั้งหลักได้พักหนึ่งผมก็ถามว่า คนไข้อยู่ชั้นไหน เธอตอบว่า ชั้น 4 เฮ้อ โล่งอก ไม่ใช่ผม อ้าว ก็เธอ round กับอาร์เธอไม่ใช่หรือ เธอถามผมว่าใครเขียนบันทึกการผ่าตัด หว่องฟุกบอกว่าเขาเขียน เขาไม่ได้เขียนว่ามีการใส่ก๊อซเข้าไป แต่เขาเขียนคำสั่งการรักษาไว้ว่าให้เอาก๊อซออกในวันรุ่งขึ้น อาร์เธอตกใจมาก ส่วนหนึ่งก็คือเขาเป็นคน round กับอาร์ลีนนั่นเอง เขาเลยเริ่มพูดกับหว่องฟุกว่า ทำไมไม่เขียนบันทึกการผ่าตัดให้เรียบร้อย เขาก็เถียงว่า ก็เขียนว่าให้เอาก๊อซออกยังไม่เข้าใจอีกเหรอ ช่วงนี้หว่องฟุกมองหน้าผมยิ้มๆ แล้วมาเล่าให้ผมฟังว่า เมื่อวันเสาร์ตอนเย็นนั้นน่ะ พยาบาลรายงาน MO เวรว่า คนไข้ปัสสาวะลำบาก พยาบาลคนนั้นยังบอกอีกด้วยว่า คนไข้น่าจะยังไม่ได้เอาก๊อซออกจากช่องคลอด MO เลยตรวจแล้วพบว่ามีอยู่จริงจึงเอาออกให้ แล้วลงบันทึกการรักษา ตรงนี้นี่เองที่ทำให้เธอและอาร์เธอเดือดเนื้อร้อนใจ จนทำให้อาร์ลีนต้องรีบขึ้นมาถามผมว่า ใครช่วยผ่าตัด ฮ่า ฮ่า ฮ่า ผมกับหว่องฟุกมองหน้ากันเหมือนเข้าใจอะไรบางอย่าง <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                หว่องฟุกบอกว่า เขามาดูคนไข้วันอาทิตย์กับอาร์ลีนนั่นแหละ และเขาก็ตรวจภายในซ้ำด้วย และเขาก็คิดว่ามันน่าจะจบไปตั้งแต่วันอาทิตย์นั่นแล้ว เพราะก๊อซในช่องคลอด 2 วันก็ไม่ใช่ปัญหา เรื่องน่าจะจบ แล้วนี่จะมาถามผมเพื่ออะไร ผมก็บอกว่า มิเป็นไร๊ร๊อก (ภาษาสิงกลิช) งานนี้ผมไม่เกี่ยว <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                วันนี้ช่วงเช้าผมต้องตรวจคนไข้ที่คลินิกกับครูลี ก็มีเรื่องระทึกใจให้เจออีกจนได้ จำคนที่เธอป่วนผมเรื่องที่เธอกลัวว่าแม่จะกินยาที่ผมให้สอดช่องคลอดได้หรือไม่ครับ คนที่จะเจอแต่ครูลีเท่านั้นน่ะ วันนี้เธอมาอีกแล้ว เจ๊ลินดาก็เข้ามาหน้าตาตื่นอีก บอกผมว่า อย่างนี้ต้องหมอธนพันธ์ เล่นเอาผมนี่สุดจะเซ็ง เพราะเธอโผล่หน้าเข้ามาก็พูดว่า ฉันนึกว่าเป็นหมอลีไม่ใช่เหรอ ผมก็ตอบเธอไปว่า ไม่ใช่ครับ หมอธนพันธ์ต่างหาก เกิดอะไรขึ้นอาม่า” “แม่ฉันพูดภาษาอังกฤษได้ เธอย้ำ ผมพูดไทยได้ ผมแหย่ จากนั้นน้องสาวของเธอก็เข้ามาด้วย แต่คนนี้สุภาพมาก เธอบอกว่าแม่ฉี่ไม่ออกเพราะว่ามดลูกมันโผล่ออกมาทั้งหมด ระหว่างนี้พี่สาวเจ้าปัญหาของเธอก็หยอดผมตลอดเลยว่า เห็นไหม บอกแล้วว่าต้องเป็นปัญหา ท้ายที่สุดผมก็ไม่พูดกับเธอ ผมอธิบายให้น้องสาวเธอฟังแทนว่าเกิดอะไรขึ้น <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                จากการตรวจรายกายพบว่า การที่มดลูกโผล่ออกมาทั้งหมดนั้น ส่งผลให้ท่อปัสสาวะถูกพับจนยายฉี่ไม่ออก เลยฉี่ทั้งคืนและปวดท้องฉี่ตลอดเวลา ผมเลยจัดการสวนปัสสาวะให้ก็พบว่ามีฉี่คั่งอยู่ประมาณ 450 ซีซี ตรวจในช่องคลอดไม่พบรอยแผลแล้วจึงใส่ห่วงเข้าไปเพื่อค้ำมดลูกเอาไว้ แล้วไปรายงานครูลี ท่านเลยเข้ามาดู แล้วจึงได้บอกแนวทางการรักษาเหมือนกับที่ผมพูดไว้เปี๊ยบ แล้วบอกลูกสาวทั้ง 2 ว่า ให้ยายไปกินข้าวเที่ยงก่อน แล้วตอนบ่ายให้เรียกผมลงมาดูท่านว่าสามารถปัสสาวะได้หรือไม่หลังใส่ห่วงค้ำช่องคลอดไปแล้ว บ่ายนี้ผมว่าง จึงบอกเธอว่า จะมาดูให้ ก่อนครูลีออกไปเธอบอกลูกสาวของยายว่า หมอธนพันธ์คือคนที่เราไว้ใจมาก และผมก็ดูแลแม่เธออย่างดีตามที่รับปากไว้ ผมลงมาดูอีก 2 ครั้งก็พบว่ายายสามารถปัสสาวะออกได้เอง จึงไม่ต้องใส่สายสวนปัสสาวะคาไว้ ตลอดเวลายังต้องมีลูกล่อลูกหลอกมากมาย เนื่องจากป้าเจ้าปัญหาคนนี้เธอพยายามสร้างสถานการณ์ใหม่ๆให้ผมต้องตอบคำถามเธอเสมอ จนท้ายที่สุด ความกะล่อนของผมก็ปราบเธอได้สำเร็จ ก่อนจากกันป้าแกบอกผมว่า “Thank you doctor Thanapan” ยิ้มให้ด้วยเชียวนะ