<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">พวกแก่หงำเหงือกรุ่นผม ยอมรับว่าที่ผ่านมาไม่ได้ทำอะไรเป็นหมากเป็นผลสักเท่าไหร่ แรงกายแรงใจก็หมดลงไปเรื่อยๆ พยายามมองหาคนที่จะมารับไม้แทน ก่อนหน้านี้ก็สิ้นหวังเพราะไม่รู้จะไปหาที่ไหน มองไปทางใดก็มีแต่คนหน้าเหี่ยวใจห้อยไม่มีกระจิตกระใจจะทำอะไร เพราะเป็นโรคทางสังคมผิดปกติทั่วหน้า</p> <div style="text-align: center">
</div>
จนกระทั่งได้มารู้จักหนุ่มเหน้าสาวเฮ็วชาวปูนซิเมนต์ไทย ก็มานึกได้ว่าคนเราต้องช่วยตัวเองให้รอดพ้นอาการน่าเป็นห่วงก่อน ถึงจะกล้าไปคิดอ่านช่วยเหลือคนอื่น หรือกล้าคิดเรื่องไกลตัวในเชิงสร้างสรรค์ ปรากฎการณ์นี้เห็นได้ชัดจากกลุ่มวิศวกรเพื่อสังคม หรือกลุ่มคุณอำนวยแห่งเครือข่ายปูนซิเมนต์ไทย เขาเหล่านี้เป็นคนรุ่นใหม่ ที่เรามีความหวังว่าจะเป็นแบบอย่างของคนคิดดี ทำดี มีมานะพยายามเรียนรู้เรื่องการงาน เรื่องสังคม เรื่องวิกฤติโลก
</span><p align="justify">คณะนี้มีประมาณ30-35คน พบปะกันอยู่เนื่องๆในรายการทัวร์ความรู้ภาคสนาม แล้วเอามาทบทวนในเชิงวิชาการ เขาเชิญอาจารย์จุฑามาศ แก้ววิจิตร จากนิด้ามาเป็นวิทยากรอบรม ได้จัดกระบวนการอย่างนี้หมุนเวียนกันไปแต่ละเดือน บทเรียนเหล่านี้จึงมีค่าเสมอสำหรับผู้ที่สนใจจะพัฒนาบุคคลกรระดับคนใหญ่ จากความคุ้นเคยในหลายสนามหลายเวที แนวความคิดเชิงหลักการค่อยๆกระแซะเข้าหากัน ส่วนกระบวนการนั้นไปออกแบบอบรมบุคลากรในบริษัทของตนตามความเหมาะสม </p><p align="justify">ช่วงที่ผมเข้ากรุงเที่ยวนี้ ทวีสินไปรับที่ดอนเมือง แล้วพาแว๊บมาพบกลุ่มหัวไวใจสู้ที่สโมสรราชพฤกษ์ ..บรรยากาศที่แต่ละกลุ่มมานำเสนอดูคึกครื้นดี เป็นกันเอง เสนอกันเอง ปรบมือให้กำลังใจกัน เป็นการเรียนที่สนุกและอบอุ่น ไม่เหมือนบางแห่งจับคนไปอัดแน่นนั่งเป็นแถวพรึด แล้วเชิญใครก็ไม่รู้มาพ่นเรื่องที่ไม่น่าสนใจใคร่รู้ บางทีก็ลากภาษาปะกิดออกมาสร้างความรำคราญให้มากขึ้น ที่แสดงว่าพูดๆนั้นไม่มีประสบการณ์ตรงของตัวเองสักกะจิ๊ดเดียว อ้างสิ่งที่คนอื่นทำ จะเอามาให้คนฟังทำ มันจะได้อะไรละครับ สุดท้ายก็กลายเป็นว่าจัดประชุมเพื่อให้ได้ประชุม โรคบ้าประชุมกำลังระบาดไปทั่วประเทศ รวมทั้งผมก็พลอยติดโรคนี้ไปกับเขาด้วย </p><p align="justify">บางทีพ่อค้าเขานัดกินข้าวพบปะกัน แต่เบื้องหลังคือการเจรจาธุรกิจ แสดงว่าการประชุมรูปแบบต่างๆ ขึ้นอยู่กับคุณภาพของผู้จัดและผู้ร่วมประชุม ไม่เหมือนพี่ไทย เห็นเขาเข้าภัตตาคารนึกว่ามากินข้าวกันเฉยๆ ไม่รู้ความจริงก็เลยเอาแบบอย่างผิดๆ ชวนกันกินเหล้าเมามายไม่ได้สับปะรดอะไร ทำเหมือนกันแต่ผลลัพธ์แตกต่างกัน </p><p align="justify">ทีมหนุ่มเหน้าชาวปูนซิเมนต์ไทย เขาชอบทำเรื่องอึ้งกิมกี่ที่คาดไม่ถึง ในงานนี้หลายคนเล่าความในใจ ที่เขาทราบว่าผมกำลังตกระกำลำบากอยู่กับเรื่องโรคภัยไข้เจ็บ ผมก็เล่าให้ฟังว่า..เชื้อโรคต่างๆมันมีอยู่ในตัวเราทุกคน เพียงแต่อาจจะแตกต่างกันไปตามชนิดและเหตุปัจจัยอื่นๆ เชื้ออะไรก็ตามที่อยู่ในร่างกายผม.. </p><p align="justify">ผมก็บอกเขาว่าเรามาอยู่ด้วยกัน เป็นเพื่อนกันนะ อยู่ดีๆอย่าขี้ดื้อลุกมาอาละวาดนะ ไปไหนผมเอาไปด้วย ไปกิน ไปเที่ยวด้วย เวลาผมเฮฮา เจ้าโรคทั้งหลายก็ได้เฮฮาด้วย ติดสอยห้อยตามกันไปอย่างนี้แหละ แต่ถ้าดื้อเมื่อไหร่ผมตาย เชื้อต่างๆก็ตายไปด้วย บอกให้เจ้าเชื้อโรคมันคิดดีๆ ไม่รู้มันจะเข้าใจได้หรือเปล่าเน๊อะ ท้ายที่สุดกลุ่มนี้เขามอบเหรียญจตุคามให้มาเสริมกำลังใจ และรวบรวมจัตุปัจจัยใส่ซองมาให้อีกปึกหนึ่ง </p><p align="justify">ตั้งใจจะไว้แกะในวันจำเป็นอย่างถึงที่สุด จะเก็บไว้เป็นที่ระลึกถึงน้ำใจของหนุ่มสาวกลุ่มนี้ ที่ไม่ได้คิดเฉยๆ แต่พยายามร้อยเรียงใจไปสู่การยกระดับจิตใจให้แกร่งยิ่งๆขึ้นไป ขอบใจลูกหลานเอ๋ย ขอให้คุณความดี งอกงามในจิตใจที่ผ่องใสของพวกเธอตลอดไป</p>
สวัสดีค่ะครูบาฯ
ครูอ้อยมาตั้งใจอ่าน .. ซึ้งใจกับความคิดของท่านนะคะ..ครูอ้อยจะคิดบ้าง..เวลาที่ครูอ้อย..ไม่สบายค่ะ..ปลอบใจตัวเองดีค่ะ
ขอบคุณค่ะ..พักกลางวัน อย่าลืมกินยา และงีบบ้างนะคะ
สวัสดีครับพ่อครูบาฯ
ผมติดตามข่าวสาร งานที่พ่อทำเป็นประจำเลยหลังเข้ากรุ๊ปGTK โดยคำแนะนำของหมอสุพัฒน์ พ่อครูทำงานหนักครับ แต่เชื่อว่าจะเป็นผู้ที่มีความสุข(ใจ)ที่สุดคนหนึ่งของเมืองไทยครับ
ขออนุญาตเป็นกำลังใจให้พ่อครูบาฯแข็งแรง สุขภาพดีนะครับ
กราบสวัสดีค่ะท่านครูบา
อ่านเรื่องราวแล้ว รู้สึกซาบซึ้ง ไปกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น การแสดงความกตัญญูกับผู้มีคุณ น่าสรรเสริญมากค่ะ
สวัสดีครับ ท่านพ่อครูบาฯ
ขอบคุณครับที่นำสิ่งดีๆ มาเล่าสู่ลูกหลานฟัง
ผมก็บอกเขาว่าเรามาอยู่ด้วยกัน เป็นเพื่อนกันนะ อยู่ดีๆอย่าขี้ดื้อลุกมาอาละวาดนะ ไปไหนผมเอาไปด้วย ไปกิน ไปเที่ยวด้วย เวลาผมเฮฮา เชื้อโรคก็ได้เฮฮาด้วย ติดสอยห้อยตามกันไปอย่างนี้แหละ แต่ถ้าดื้อเมื่อไหร่ผมตาย เชื้อโรคก็ตายไปด้วย บอกให้เจ้าเชื้อโรคมันคิดดีๆ ไม่รู้มันจะเข้าใจได้หรือเปล่าเน๊อะ*
หนูมั่นใจในมหัศจรรย์ของร่างกายเรา
ว่าทรงประสิทธิภาพ มากกว่าที่เราจะคาดคิดได้ค่ะ
อย่างไรก็ตาม..รักษาสุขภาพนะคะ
ขอบคุณ อ.ขจิตที่นำทางมาให้ได้อ่านเรื่องราวน่าสนุก ๆ
ขอฝากเนื้อฝากตัวเป็นศิษย์ ค่ะ
ตามมาส่งกำลังใจครับ
ติดตามอ่านด้วยความสุขใจ .. ในขณะที่อะไรๆรอบตัวช่างดาหน้าเข้ามาให้ต้องวุ่นวายใจไม่น้อยครับ .. ปัญหาก็เหมือนเชื้อโรค ผมก็จะขอเลียนแบบ คิดว่าจะอยู่กับเขาแบบใจเย็น และจะทำให้เขาไม่ดื้อ จนแก้ไขไม่ได้ .. และสุดท้ายไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ต้องใช้หมัดเด็ด .. "เช่นนั้นเอง" ครับ
พ่อครับ อยากให้พ่อได้อ่านบันทึกของผมครับ
http://gotoknow.org/blog/thawesin/138265
รวมภาพที่ระทึกใจ พวกเราไปนานแสนนาน......
"...ขอบใจลูกหลานเอ๋ย ขอให้คุณความดี งอกงามในจิตใจที่ผ่องใสของพวกเธอตลอดไป"
สวัสดีค่ะพ่อครู
ตามมาซึมซับสิ่งที่ดี ๆ กิจกรรมที่ควรได้รับการยกย่อง บอกตรง ๆ ว่าชื่นใจที่ได้เข้าอ่านค่ะ ขอบคุณที่ทำให้ราณีมายืนในจุดนี้ และได้รู้จักพ่อครู ขอบคุณจริง ๆ ที่ทำให้ราณีมีกำลังใจที่จะทำงานได้อีกเมื่ออ่านบันทึกนี้ ซึ่งพ่อเป็นบทพิสูจน์ที่ทำให้เกิดภาษาใจที่ดีงาม และงอกงาม พร้อมที่จะเติบโตเป็นต้นไม้ใจที่สวยงามค่ะ
ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งค่ะ
สวัสดีค่ะ
ขอชื่นชมความเข้มแข็งของจิคใจ แต่ก้ต้องรักษษสุขภาพมากๆนะคะ
ขอคารวะหัวใจที่ไม่เล็กตามขนาดร่างกาย และไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคใดๆ