แม้ ไม่อาจเทียบหนึ่งในล้าน

    ต้องขออภัย  ที่งดการบันทึกเรื่องราวไปหนึ่งวัน เนื่องจากติดภาระกิจมาก กลับถึงบ้านดึก และหมดแรงไปเสียก่อน แต่เช้านี้ สดชื่นดีแล้วค่ะ ขอให้บันทึกที่จะเขียนนี้ เป็นบันทึกสุดท้าย ก่อนทีเราจะอำลาหมู่บ้านจำรุงพร้อมๆกันนะคะ หมู่บ้านผู้เป็นครู แห่งการเรียนรู้ วิถีเศรษฐกิจพอเพียง ของผู้เขียน

    คราวก่อนได้จบลงตรงที่ หมู่บ้านจำรุงมีของดีจะอวด ก็น่าอวดจริงเสียด้วย นั่นคือ รายการวิทยุชุมชน ที่แปลก แหวกแนวกว่าที่อื่น ที่มีนักจัดรายการ ดีเจ มากที่สุดละมัง รายการก็เป็นที่ถูกอกถูกใจ ชาวบ้าน ที่สำคัญไม่มีรายการโฆษณาขั้นอีกต่างหาก อ้อ ก็มีนะแต่เป็นโฆษณาผลิตภัณฑ์ ของหมู่บ้านนั่นเอง ตามที่ผู้ใหญ่ท่านบรรยาย ให้ผู้เข้ารับการอบรมฟัง แต่ผู้เขียนว่าเป็นเรื่องเล่ามากกว่า คำพูดของผู้ใหญ่ชาติชาย เหลืองเจริญ ที่ว่าเหน่อๆ ใช้คำแบบชาวบ้านๆ ฟังเพลินดี วิทยุที่นี่ มีเวลากระจายเสียงที่แน่นอน วันละ 4 ชั่งโมง ชาวบ้านเขามีเวลาฟังวิทยุนะ ไม่พร่ำเพรื่อ ทำให้นึกถึงตัวเอง ขับรถทีไร ต้องกดวิทยุฟังโดยอัตโนมัติทุกที อย่างนี้ น่าจะเข้าข่ายพรำเพรื่อไหมนี่ ที่บ้านจำรุง จะมีนักจัดรายการที่เป็นอาสาสมัคร ไม่มีค่าตัว เพราะด้วยเวลาจำกัด และเป็นการได้แสดงออกอย่างหนึ่งของชาวบ้าน ผู้มีใจรัก ด้านจัดรายการ และเวลาของแต่ละรายการก้ไม่มาก จึงเห็นแต่ละคน มีความกระตือรือร้น เตรียมตัวเป็นอย่างดี เพื่อเอาใจแฟนคลับของตน ซึ่งก็หมายถึงว่า เมื่อเดินในหมู่บ้าน ก็จะได้รับการทักทาย ให้เป็นปลื้มโดยถ้วนหน้า ไม่มีผลประโยชน์อื่นนอกจากความสุขใจ ไม่ต้องทิ้งอาชีพเดิมมารับจ้างจัดรายการ ไม่ต้องจ้างใครมาเอาเรื่องที่เราอยากบอก อยากเล่า อยากคุย ไปออกอากาศให้ที คิดกันเอง ทำกันเอง ฝึกกันไป จนบ้านใกล้เรือนเคียงที่รับฟังรายการได้ ติดอกติดใจ นี่คือเวทีแห่งการเรียนรู้ เป็นธรรมชาติ ไม่ต้องไปสอบผ่านที่ไหน ผู้รับฟังจะเป็นผู้ให้คะแนน ตรวจสอบเองว่า เข้าเกณฑ์เป็นนักจัดรายการได้หรือไม่

  ใกล้จะถึงเวลากลับออกจากหมู่บ้านจำรุง หมู่ที่ 7 ต.เนินฆ้อ อ.แกลงจ.ระยอง กันเสียที เราลองมาบันทึกความทรงจำหมู่บ้านแห่งนี้ เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจากดีไหมคะ

   ......นั่นไง หมู่บ้านที่มีบรรยากาศที่สะอาดปราศจากสารพิษ ทั้งสิ่งแวดล้อม และการกินอยู่

.........และนั่น ทำไมมีคนเดินทางเข้ามาหมู่บ้านมากจัง มาเดินเที่ยว ชม ยินดี แวะกินอาหารบ้านๆ เช่นส้มตำจำรุง แล้วยังหอบผัก ผลไม้ ที่ ขี้เหร่กลับไปอีก อย่างไม่อายคนทางบ้าน

.......อ้าว! นั่นสะพายเป้ มาขอนอนกับชาวบ้านก็มีอีก แหมน่ารัก ลุกขึ้นสายกว่าเจ้าของบ้านไปหน่อย แต่ก็ทำตัวดีนะ ล้างถ้วยชามให้เขาด้วย กวาดบ้านช่อง เรียบร้อย และยังจะเข้าสวนกับเขาอีก ครั้งแรกในชีวิตละมัง

........นี่ กลิ่นอะไรนะ แปลก มีคนมุงดูอยู่อย่างสนใจ อ๋อ กำลังทำปุ๋ยหมักกัน

.........นั่น ทำไมมีการแจกปริญญา กันในหมู่บ้านตลอดเวลา อยากเป็นด็อกเตอร์จัง อะไรนะ อายุ 60 ได้เป็นทุกคน มหาวิทยาลัยบ้านนอก ที่มองเห็นความรู้ ศักยภาพของคนทุกคน แล้วก็ไม่ต้องมติหรือขออนุญาตใครว่า ถ้าอายุ 60 ปี เมื่อไหร่ ถึงเข้าสอบบ้าง ไม่สอบบ้าง ให้จบปริญญาเอกทุกคน ปริญญาเฉพาะทางด้วยนะ ใครสนใจสาขาไหนก็ไปฝากตัวป็นลูกศิษย์เอาเอง

,,,,,,,ยังไม่อยากกลับออกมาเลย ขอฟังรายการวิทยุ กับเพลงพื้นบ้านเพราะหน่อยนะ ทำไมคนจัดเสียงเหน่อจังเลย

  แต่ถึงให้อยากอยู่อย่างไร ก็คงไม่ได้อยู่ ด้วยกำลังคิดถึงหมู่บ้านของตัวเองเป็นกำลัง อยากกลับไป แต่งเติมสีสรร หน้าตา ให้สวยงามทัดเทียมบ้านจำรุงเขาบ้าง อาจจะสวยน้อยไปหน่อย แต่ก็เรียนรู้แล้วหละ ว่าควรใช้สีไหน ทาตรงไหน ก่อนหลัง ว่าแล้วผู้เขียน ก็หันมาจับมือชาวG2K ทุกคน กระตุกเบาๆว่า กลับบ้านเราเถอะ บ้านเกิดของเรา ไปช่วยกันเป็นผู้นำตามธรรมชาติ ตามแต่หน้าที่ที่ได้รับมอบหมายกันมา แล้วช่วยกันสานความคิด ลงสู่การปฏิบัติอย่างจริงจัง ด้วยการใช้แนวคิด เศรษฐกิจพอเพียง ที่พ่อของพวกเราท่านวางรูปแบบไว้ให้ ใช้ได้ทุกกาลเวลา ก่อนหันหลัง แล้วเดินกลับออกมาจากหมู่บ้าน ผู้เขียนจะได้ยินไปเองหรือเปล่า ว่าน่าจะเป็นเสียงที่ดังออกมาจากหัวใจ ของทุกท่าน ทีจับมือต่อกันมา แล้วเดินเป็นทางยาว จากเหนือจรดใต้ ทั่วทั้งประเทศ และเสียงที่ได้ยินนั่นคือ "เสียงเพลงเดินตามพ่อ"

                                

   ............. แม้ ไม่อาจเทียบหนึ่งในล้าน

ลูกขอตั้งปณิธาน สานสิ่งที่พ่อสร้างไว้

จะขอเดินตามรอยเท้าพ่อไป

เหนื่อยยากเพียงไหน ไม่ทำให้พ่อผิดหวัง....................

   ขอจบบันทึกที่เก็บมาด้วยสมองจริงๆ เพราะ วันนั้นหลังการอบรม ผู้คนมากมาย 500 กว่าคน ทำให้ผู้เขียนลุกไป ลุกมาระหว่างรับประทานอาหาร ทำให้เอกสารที่ได้รับมา หายไปทั้งกระเป๋า ตามหาไม่เจอจนทุกวันนี้ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่าน สวัสดีค่ะ รักประเทศไทยมากค่ะ