ถ้าถามว่า อบายมุข ๖ ข้อเหล่านั้น ข้อใดเป็นสาเหตุแห่งความเสื่อมมากที่สุด ? ... ผู้เขียนคิดว่าน่าจะเป็นข้อว่าด้วย การคบคนชั่วเป็นมิตร และ ความเกียจคร้านในการทำงาน เพราะว่า...
การคบคนชั่วเป็นมิตร จะเป็นสาเหตุชักนำให้อบายมุขอีก ๔ ข้อ กล่าวคือ การดื่มสุรา การเที่ยวกลางคือ การดูการละเล่น และการเล่นการพนัน ขยายตัวเติบโตต่อไปได้ง่ายนัก นั่นคือ คนชั่วจะนำพาไปสู่อบายมุขอีก ๔ ข้อนั่นเอง...
อีกอย่างหนึ่ง ความเกียจคร้านในการทำงาน มีความชัดเจนยิ่งนักในการทำให้โภคทรัพย์ที่ยังไม่เกิดไม่อาจเกิดขึ้นได้ และโภคทรัพย์ที่เกิดขึ้นแล้วก็ย่อมค่อยๆ สูญสิ้นไปเป็นลำดับ... ประมาณนั้น
พระพุทธเจ้ามิได้ตรัสประเด็นนี้ไว้ แต่ผู้เขียนสังเกตว่า ในคาถาประพันธ์ที่ถัดมาจากอบายมุข จะย้ำเน้นถึงอบายมุข ๒ ข้อนี้มาก ดังนั้น เราลองมาสัมผัสกับอรรถรสอรรถธรรมของคาถาเหล่านี้....
- เพื่อนในโรงสุราก็มี เพื่อกล่าวแต่ปากว่า เพื่อนๆ ก็มี ส่วนผู้ใีดเป็นสหายในเมื่อความต้องการเกิดขึ้นแล้ว ผู้นั้นจัดว่าเป็นเพื่อนแท้
- เหตุ ๖ ประการ คือ การนอนตื่นสาย ๑ การเสพภรรยาผู้อื่น ๑ ความประสงค์ผูกเวร ๑ ความเป็นผู้ทำแต่สิ่งหาประโยชน์มิได้ ๑ มิตรชั่ว ๑ ความเป็นผู้ตระหนี่เหนียวแน่นนัก ๑ เหล่านี้ ย่อมกำจัดบุรุษเสียจากประโยชน์ที่จะพึงได้พึงถึง
- คนมีิมิตรชั่ว มีเพื่อนชั่ว มีมรรยาทและการเที่ยวชั่ว ย่อมเสื่อมจากโลกทั้งสอง คือ จากโลกนี้ และจากโลกหน้า
- เหตุ ๖ ประการ คือ การพนันและหญิง ๑ สุรา ๑ ฟ้อนรำขับร้อง ๑ นอนหลับในกลางวันเป็นผู้บำเรอตนในสมัยมิใช่การ ๑ มิตรชั่ว ๑ ความกระหนี่เหนียวแน่นนัก ๑ เหล่านี้ ย่อมกำจัดบุรุษเสียจากประโยชน์สุข ที่จะพึงได้พึงถึง
- ชนเหล่าใดเล่นการพนัน ดื่มสุรา เสพหญิงภรรยาที่รักเสมอด้วยชีวิตของผู้อื่น คบแต่คนต่ำช้า และไม่คบหาคนที่มีความเจริญ ย่อมเสื่อมเพียงดังดวงจันทร์ในข้างแรม
คาถาประพันธ์ตอนนี้ ยังมีอีกประมาณกึ่งหนึ่ง ซึ่งผู้เขียนจะนำมาเล่าต่อในตอนต่อไป...
อนึ่ง คำว่า คาถา ก็คือบทร้อยกรองในความหมายภาษาไทยนั่นเอง (ผู้เขียนเคยเล่าไว้แล้ว ผู้สนใจดู คาถา )... สำหรับสิงคาลกสูตรนี้ น่าจะจัดเป็น เคยยะ เพราะเนื้อหามีการผสมผสานระหว่างบทร้องแก้วกับร้อยกรอง....