ที่สุด..ความซื่อตรงก็แพ้อยู่ดี(ทางการเมือง)


การประชุมกรรมการกลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์พัฒนาคุณธรรมครบวงจรชีวิตวัดป่ายาง ในวันที่ 26 กันยายน 2550  มีความคืบหน้าของการทดสอบความเชื่อมั่นของสมาชิกและชุมชนต่อกลุ่มฯ ด้วยการใช้เวทีเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านเป็นสื่อกลาง การเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้สมัคร 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายกลุ่มอำนาจเก่าในพื้นที่(ผู้ใหญ่บ้านคนเก่า ท่ามกลางการหนุนเสริมของกำนัน) และฝ่ายกลุ่มสัจจะฯวัดป่ายาง  ผลการเลือกตั้งปรากฏผลคะแนน กลุ่มอำนาจเก่า  ได้รับคะแนนเสียง 512 คะแนน  กลุ่มสัจจะฯวัดป่ายาง  ได้รับคะแนนเสียง  511 คะแนน  แม้ว่าตัวแทนจากกลุ่มสัจจะฯวัดป่ายางไม่ได้รับเลือกตั้ง  เสียโอกาสในการเข้าถึงการสนับสนุนจาก อปท. แต่ถึงอย่างไรสมาชิกในกลุ่มมีความเห็นว่าเป็นการส่งสัญญาณความเชื่อมั่นของสมาชิกต่อกลุ่มฯวัดป่ายางที่ถือว่าอยู่ในระดับปานกลางมีแนวโน้มกลายเป็นเสียงข้างมากได้ในที่สุด  เพราะทุกคะแนนที่ได้รับมาจากความตั้งใจจริงของผู้ลงคะแนนอย่างแท้จริง ไม่ได้เกิดจากการทุจริต(ซื้อเสียง) 

                

                แพ้เพียง 1 คะแนนเสียง แต่กำลังใจของสมาชิกในกลุ่มสัจจะฯวัดป่ายางยังคงหนักแน่นและยิ่งฮึกเหิมในการขับเคลื่อนกลุ่มต่อไป

หมายเลขบันทึก: 134758เขียนเมื่อ 4 ตุลาคม 2007 10:30 น. ()แก้ไขเมื่อ 7 มิถุนายน 2012 22:18 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (2)

คำว่า "ฮึกเหิม"  ทำให้กองเชียร์ข้างสนามอย่างเราพลอยรู้สึก "ฮึกเหิม" ตามไปด้วย

จะคอยติดตามตอนต่อไปค่ะ

กลุ่มสัจจะวัดป่ายางมีแนวคิดทางการเมือง และทำการเมืองภาคประชาชนมาโดยตลอด ก่อนหน้านี้เคยสนับสนุนผู้สมัครลงผญบ.และอบต. แต่เป็นการสนับสนุนภายใน และพ่ายแพ้มาก คราวนี้อ่านแล้วเข้าใจว่าเป็นการประกาศตัวทำการเมืองภาคทางการด้วยและแพ้เส้นยาแดง

แนวทางของกลุ่ม/เครือข่ายมีความคล้ายคลึงกับแนวทางของสำนักสันติอโศก ที่แตกต่างและน่าสนใจคือเป็นการดำเนินงานบนฐานชุมชนที่เป็นอยู่จริงไม่ได้สร้างชุมชนขึ้นมาใหม่ด้วยกลุ่มคนที่มีจิตใจพร้อมรับกับแนวทางสังคมนิยม

การต่อสู้ทางการเมืองในเวทีเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านคราวนี้คงเป็นแนวทาง/บทเรียนให้กลุ่มจัดกำลังให้เข้มแข็งยิ่งขึ้นต่อไป

 

 

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี