รอชมรูปจะทะยอย update และขอจากเพื่อนๆด้วยค่ะ ใครที่ถูกกล่าวถึงนำรูปมาให้ซะดีๆ
เช้าวันที่ 27 ก.ย. 50 คุณหมอคนชอบวิ่งมารอรับราณีที่ร้านคริสตี้ ฟรองซ์ (แต่ประตูช่างเปิดแสนยาก) ตั้งแต่ 6 โมงเช้า เพื่อไปรับพ่อครูบาที่สนามบิน ทราบว่าราณีต้องการเป็นกอดแรกของพ่อครูบาที่เมืองสองแคว....
จากนั้นไปทานต้มเลือดหมูที่ร้านแถวๆหน้าโรงพยาบาล....ทางคุณหมอได้นัดจ่าทวีมารอต้อนรับพ่อครูบาเพื่อเดินชมบ้านจ่าทวี สุดแสนเสียดายที่ไม่มีโอกาสครั้งนี้
ต่อมามีการมาสบทบกันกับดร.แสวง พี่หนิง น้องออต และอ.สุ(lioness) มาทานร้านก๋วยเตี๋ยวห้อยขา ร้านเก่าแก่สุดของเมืองสองแคว ร้านนี้จะอยู่ด้านในสุดเป็นร้านเล็กๆ
ต่อจากนั้นก็ไปกราบพระพุทธชินราชและนั่งรถรางชมเมืองสองแคว (หว้ารีบขับรถมาที่ร้านก๋วยเตี๋ยวแต่ไม่เจอใครแล้ว เนื่องจากต้องอยู่ทานเลี้ยงกับที่คณะก่อนตอนเที่ยง) ประมาณบ่ายสองโมงได้รับโทรศัพท์จากพี่ขจิตเลยเปลี่ยนใจไปรอรับคุณพี่ดีกว่า เดี๋ยวจะโดนฉุด... เลยไปนั่งรอรับที่ขนส่ง ฝนก็ตกหนักมากเลย...
จากนั้นตามไปสบทบกันที่บ้านจ่าทวี เจอพี่หนิง น้องออต อ.แสวง หมอสุธีและแฟน ราณี ส่วนพ่อครูแอบหนีไปพักก่อน แต่เรารู้ว่าแอบไปเขียนบันทึกมากกว่า....ส่งพี่ขจิตให้ขึ้นรถรางกลับ
ส่วนเราและราณีก็ต้องรีบขับรถเข้าไปมน. เพื่อเข้าไปดูการเตรียมงานที่ห้องย่อย พอไปถึงชั้น 3 อาจารย์วิบูลย์รีบเข้ามาถ่ายรูปทันที น้องตูนพาไปดูห้อง มีเหตุการณ์ขลุกขลักเล็กน้อยเรื่องการติดตั้งในห้องคอมฯ เนื่องจากทางศูนย์ IT เข้าใจว่าไม่ต้องมาติดตั้งระบบให้ มาทราบเอาตอนสี่โมงเย็น เร่งทำงานกันใหญ่
นั่งรออ. beeman อยู่พักใหญ่ เห็นอาจารย์เข็นลังน้ำผึ้งเข้ามาเองเลย....ได้เตรียมงานกันนิดหน่อย โทรศัพท์ถามเอกตลอดว่าถึงไหนแล้ว พอห้าโมงเย็นก็รีบซิ่งรถจากมน. ไปรอรับเอกที่ขนส่งอีก เพราะมีเสียงอ้อนมาว่า "ผมต้องขนเสื้อ gotoknow มาเกือบสามสิบตัว เดี๋ยวคนเขาจะคิดว่าผมเป็นพ่อค้าขายเสื้อ"
ไปรอรับที่ขนส่งอีกรอบให้ราณีดักด้านหน้ารถ ส่วนเราวิ่งไปด้านหลังรถ ปรากฏว่าตาเอกเดินผ่านราณีไปเฉยเลย..สายตาดีทั้งคู่ กว่าเอกจะมาก็เกือบหกโมงเย็น อาจารย์ handy โทรมาว่าจะมารถทัวร์ของพิษณุโลกยานยนต์ตอนหนึ่งทุ่ม ตายแล้ว...นัดลงเรือหกโมงครึ่ง อุแม่เจ้า ! จะทันมั้ยเนี่ย....
พอมาถึงรถได้ยินเสียงบ่นว่ารถรกจัง แล้วหนุ่มเอกของเราก็บอกว่าอยากจะขอล้างหน้า ล้างตา คิดแล้วราณีก็จัดการพาหนุ่มเมืองปายไป....
อะ อะ !!! อย่าคิดมากพาไปขึ้นห้อง...ที่ร้านของราณีถึงตึกแถวชั้นสี่ ถือเป็นหนุ่มที่ได้รับเกียรติอย่างยิ่ง เพราะเป็นห้องของสาวโสด
ดูท่าทางหนุ่มเอกจะขัดเขินเป็นอย่างยิ่ง...กับการต้อนรับของสองสาวโสดเมืองสองแคว ราณีถามเอกว่า" จะอาบน้ำมั้ย ???" หนุ่มเอกรีบปฏิเสธเหมือนกำลังระแวงอะไรบางอย่าง บอก"ขอแค่ล้างหน้าก็พอ " "เอาแป้งมั้ยเอก" แป้งก็ไม่ทา บอกว่าไม่เคยทาแป้งเลย....แต่ทำไมหน้าถึงขาวได้ขนาดนี้นะ
จากนั้นก็เร่งรีบลงมาชั้นหนึ่ง แต่ตามประสาหนุ่มขี้สงสัยเห็นประตูห้องรีบแง้มประตูดู บอกแทบไม่ทันว่านั่นเป็นประตูไปถึงร้านของราณีตรงกับห้องอาบน้ำของแขกพอดี ดีนะที่ไม่มีแขกมา...ไม่งั้นน้องเอกเราแย่แน่เลย...
จากนั้นหว้าก็รีบขับรถไปรอรับรถทัวร์ที่ท่ารถของพิษณุโลกยานยนต์ ให้ทันหนึ่งทุ่ม ระหว่างนั่งรอ... ก็เจอนักศึกษาสาวมาสวัสดี คุณเอกกระซิบว่า "น่ารักจัง" เลยทำให้รู้สเป็คของหนุ่มเมืองปายว่า "สาวเจ้าต้องขาวๆ ร่างเล็กๆ หน้าตาน่ารัก ผมยาว" จะมาติดใจสาวเมืองสองแควแล้วกระมังน้องเรา
ระหว่างรอก็ถ่ายรูปพี่ๆเพื่อไม่ให้เสียเวลา อ.handy มาตอนหนึ่งทุ่ม ทั้งเอกและหว้าต่างแย่งกันโผเข้ากอดคนละข้าง ประมาณไม่ให้น้อยหน้ากัน ได้รับโทรศัพท์เตือนว่าเรือใกล้ออกแล้วนะ หว้าเลยรีบขับรถไปที่แพสองแคว
แล้วก็เกิดปัญหาอีก ไปทางไหนหล่ะ??? ถามคุณนายราณีก็บอกว่า อยู่ใกล้ๆเทศบาลหน่ะ แต่ก็บอกไม่ได้ว่าเลี้ยวไหน ค่อยๆมองป้ายมองทางไปกว่าจะถึงทันเวลาพอดี....ทุกคนรออยู่บนเรือเตรียมพร้อมสำหรับการล่องเรือชมลำน้ำน่านในค่ำคืนแรกที่มาเยือนเมืองสองแคว
ติดใจแล้วใช่มั้ยหล่ะ ตามได้ที่บันทึกนี้ค่ะ นึกออกเมื่อไหร่จะมาเล่าต่อนะคะ
อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่สาว..อ้าวพี่ชายยังไม่หลับหรือ..อันนี้ไม่จองคอมเมนท์น่ะค่ะอิอิอิๆๆๆ
แหมมีเทคนิคอย่างนี้เองจะไม่ให้คนอื่นเกิดบ้างหรือไงครับคุณครู ต้องเลียนแบบแล้วหล่ะ
แสดงว่า ..ต้องมาอีกรอบ แล้วเรา
คุณนึกขา
น้องหว้าขอคั่นรายการคุย M กับหนุ่ม ๆ
เดี๋ยวเอารูปมาลงให้ดูจ้า
อิอิ
อุอุ
คิคิ
กำลังรอฟังต่อครับ...................................................................................................................................................
มาตามอ่านเรื่องราวจากอีกหนึ่งมุมมอง เขียนเร็วๆ เดี่ยวท้องอืด..
แหมมาจับจองพื้นที่ให้ปลาตอดแล้วเริ่มเติมแต่งทีละนิด วิญญานการตลาดจริงๆ
สวัสดีครับ อ.ลูกหว้า
สวัสดีทุกๆท่านค่ะ ขออนุญาตไม่ตอบนะคะ ขอเล่าเลย เหตุการณ์ระหว่างล่องเรือชมแม่น้ำน่าน ปกติเรือจะออกประมาณหกโมงเย็น ที่สำคัญในวันนั้นเรือของแพสองแควถูกจองเรียบร้อยแล้ว แต่ด้วยฝีมือคุณหมอคนชอบวิ่งท่านบอกว่าไม่รู้หล่ะต้องหาเรือมาให้ได้วันนี้ ก็ไปได้เรือสำหรับล่องเรือเที่ยวเก้าวัด แถมสวยกว่าเรือของแพเสียอีก….มาทราบว่าเรือรอเราเป็นกลุ่มสุดท้ายเลย...
ถึงตอนร้องคาราโอเกะ
ท่านอ.handy กับดร.แสวงยึดไมค์ พอขอเพลงหนุ่มนาข้าวสาวนาเกลือ แล้วส่งไมค์มาให้เรา อิอิ..มองไม่เห็นเนื้อต้องอยู่ติดจอก็ยังมองไม่เห็น สุดท้ายพี่ขจิตต้องคอยบอกบทแล้วเราร้องตาม เฮ้อ !! ยากเย็นจริงๆ สู้เพลงโปรดใต้ร่มมลุลีไม่ได้ เพลงนี้ร้องคู่กับคุณพ่อ handy ได้อย่างสบายๆ
ขอเพลงทาสเทวี เพลงโปรดน้องเอก..คะยั้นคะยอจนยอมร้องท่อนนึง ความลับเลยแตกเพราะเอกมีอาการเดียวกับเราคือมองไม่เห็นเนื้อต้องไปยืนร้องจนติดจอ สาวๆแถวนั้นลงมติน้องเอกฟังอย่างเดียวดีแล้ว....ช่วงเวลาที่เหลือทีมมข.ยึดไมค์ค่ะ อ.แป๋วของเราสุดๆจริงๆเลยร้องและเต้นกับทีมงานตลอด
ขอย้อนกลับมาตอนล่องเรือเสร็จแล้ว ก็ต้องแยกย้ายกันกลับ หว้าไปส่งเอกกับพ่อ handy ที่โรงแรม k hall (ใช่หรือเปล่าน๊อ) ติดกับมน.ซึ่งอยู่นอกเมืองไปอีก เราไปถึงประมาณห้าทุ่มแล้ว เนื่องจากไปดึกมาก พอไปถึงก็งงๆว่าจะติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ที่ไหน รปภ.บอกว่าต้องไปติดต่ออีกตึกนึง เลยให้เอกเฝ้ากระเป๋าไว้ที่ชั้นสอง แล้วเราเดินมาอีกตึกนึงเพื่อเช็คเอ๊าท์ แล้วกลับมาส่งอาจารย์ จากนั้นก็ขับรถเข้าเมืองมาถนนพระองค์ดำเพื่อส่งราณีเป็นรายสุดท้าย คุณราณีก็ยังเปิดประตูไม่ได้อีกตามเคย ต้องโทรให้น้องมาเปิดให้ แล้วจึงจะกลับถึงบ้านของเราที่ถนนพระองค์ขาว คืนนั้นก็ต้องกลับมาเขียนบันทึกต่ออีกจนตีสองได้ หมดไปหนึ่งวันสำหรับวันก่อนงาน...