วันที่ 1 ตุลาคม 2550
วันนี้เป็นวันจันทร์ต้นเดือนตุลาคม เป็นวันแรกของสัปดาห์ที่ 22 และยังคงเหลืออีก 44 วันเท่านั้น ตารางการทำงานก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาไม่จัดตารางให้ดันดีก่อนจนกว่าเขาจะมีกำหนดของการเริ่มงานที่แน่นอน วันนี้เขามาตรวจ PET scan ที่โรงพยาบาล Mount Elizabeth ซึ่งก็ได้โทรไปหา เขาบอกว่าตรวจดูแล้วก็ไม่พบความผิดปกติใดๆ เลยโล่งใจไปอีกเปลาะหนึ่ง พรุ่งนี้เขาจะไปที่โรงพยาบาล TTSH เพื่อตรวจกับหมอระบบประสาทอีกท่านหนึ่ง ก็งงเหมือนกันว่า ที่อินโดฯไม่มีหมอเก่งๆบ้างเลยรึไง และผมก็ถือโอกาสบอกเขาไปว่า ลองถามหมอระบบประสาทดูสิว่า จำเป็นต้องทำ sleep lab หรือไม่ เพราะการชักของเขาเกิดแต่ตอนกลางคืน ก็ว่าไปเรื่อยแหละครับ เป็นหมอนรีเวชนี่นา <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> ผมไป round ตอนเกือบ 8 โมง เดือนนี้หัวหน้าผมก็คือลุปน่า ดูคนไข้ยังไม่ทันแล้วเสร็จก็ต้องรีบไปเข้าห้องผ่าตัดตามที่ครูสั่งเอาไว้ ผมผ่าตัดกับคุณหมอเรจิน่า ซึ่งเราทั้งคู่ก็ทำได้ดี มดลูกหลุดก่อนที่ครูจะเข้ามา เรจิน่าบอกว่า เป็นเรื่องแปลกที่ไม่ได้ยินเสียงครูด่าผมเลย ก็บอกเธอไปว่าหยุดด่ามานานแล้ว ส่วนนึงก็คงเพราะว่า ด่ามาผมขอโทษบ้าง ยิ้มบ้าง เถียงบ้างถ้าไม่ผิด ท้ายที่สุดก็เลยหยุดด่าไปเอง <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> เรื่องแปลกอย่างหนึ่งก็คือ ทำไมครูให้ผมเข้ามา ทั้งๆที่เช้านี้ผมควรจะอยู่ที่คลินิก อาร์ลีนน่าจะเป็นคนที่เข้ามาเนื่องจากตารางเธอคือช่วงวิจัย แค่เพียงคิดไปครูก็บอกว่า เธอยังไม่สามารถเริ่มผ่าตัดได้ก็แค่นั้น (รู้ได้ยังไงว่าเราคิดอะไรอยู่) แล้วท่านก็โทรศัพท์ไปบอกให้เธอลงไปช่วยครูลีตรวจคนไข้ก่อน งานนี้ท่าจะงอนแน่ๆ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> ผมลงไปช่วยครูลีต่อก็ราวๆ 10.30 น. ตรวจคนไข้ไปจนถึงบ่ายโมงจึงจะเสร็จ ฝากป้าซินเทียให้ซื้อราดหน้ามาให้กินหน่อย ห่อฟั่นไม่หอเจี๊ยะเลย <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> ช่วงบ่ายเป็นช่วงงานวิจัยของผม ผมกับไอชิงมานั่งช่วยกันแก้ไขข้อมูลก่อนที่จะนำไปวิเคราะห์ เพียงชั่วอึดใจหนึ่ง ก็มีโทรศัพท์เข้ามาหาอาร์ลีน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>อาร์ลีน : ฮัลโหล <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>โทรฯ : ……….. <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>อาร์ลีน : (ทำเสียงแหลม ดัง) OT 7 ? , NOW ! …..OK <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>ผม และ ไอชิง : ??? ปล. ไม่ได้พูดอะไร เพราะรู้ว่าครูหาญมีคนไข้ต้องผ่าตัดตอนบ่ายนี้ กับหมอวี <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>อาร์ลีน : I need to go to OT (operating theater) เธอบอกเรา ว่าแล้วก็วิ่งตัวกลมออกไป ปุ๊ก ปุ๊ก ปุ๊ก <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>ผม และ ไอชิง : ?!? หัวเราะ ฮ่า ฮ่า ไอชิงบอกผมว่า เดี๋ยวคนอื่นจะไม่รู้ว่าครูเรียก ฮ่า ฮ่า <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> ว่าแล้วผมก็ทำงานกับไอชิงต่อไป แต่ว่าไม่นานไปกว่า 15 นาที ครูหาญก็โทรเข้ามาหาผมอีก ท่านบอกให้ผมเข้าไปในห้องผ่าตัด วางสายแล้วก็มองหน้าไอชิง แล้วทำท่าแบบที่เห็นเมื่อครู่ แล้ววิ่งตัวผอมออกไป (ผมนี่เลวจริงๆ แต่ขอสักวันเถอะครับ เลว เลว เลว จริง จี๊งงงง ฮ่า ฮ่า) ผมเข้าไปก็เจอหมอวี ซึ่งตอนนี้กลายเป็นเพื่อนซี้ในวงเบียร์ไปซะแล้ว ก็ให้เขาผ่าตัดกับอาร์ลีนไปก่อน ผมเป็นแค่ผู้ช่วยมือ 3 ครูผมต้องลงไปตรวจคนไข้ที่คลินิกก่อน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> คนไข้คนนี้มาแปลก เขามีมลลูกหย่อนนั่นแหล่ะ เพียงแต่ว่าเขามีผนังช่องคลอดยื่นลงมาทั้งด้านหน้าและหลัง เรียกว่า incomplete longitudinal vaginal septum ซึ่งเป็นความผิดปกติแต่กำเนิด แต่ไม่มีปัญหาอื่นๆ คนไข้บางคนที่มีผนังช่องคลอดแบบนี้อาจจะมีมดลูก 2 อันก็ได้ เรียกว่าได้กำไรมาตั้งแต่เกิดนั่นแหละ เมื่อมดลูกหลุดก็เย็บซ่อมช่องคลอดด้านหน้า จากนั้นหมอวีก็ลุกขึ้นบอกให้ผมไปเย็บซ่อมช่องคลอดด้านหลังต่อ แล้วเราก็เรียกครูหาญให้เข้ามาสอนหมอวีผ่าตัด TVT-O <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> เสร็จงานแล้วก็ลงมาทำวิจัยต่อในสำนักงาน ก็แปลกใจว่าทำไมอาร์ลีนยังนั่งอยู่ ทั้งๆที่เธอควรลงไปทำงานที่คลินิก เธอบอกว่าครูให้เธอมาทำวิจัยแทน แล้วเธอก็เดินมาหาผมกับไอชิงแล้วพูดกับผมว่า ตกลงงานวิจัยที่เกี่ยวกับ TVT secur ที่ครูหาญมอบหมายให้ผมทำเมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้วนั้น ตอนนี้เป็นของเธอนะ ครูมอบหมายให้เธอทำแทนแล้ว ผมก็ไชโยสิครับ แค่ 2 เรื่องที่กำลังจะวิเคราะห์อยู่นี้ก็ปวดหัวจะตายอยู่แล้ว <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> ผมนั่งทำงานต่อไป เริ่มปวดตากับตัวเลข ไม่นานนักไอชิงก็เดินมาหาผมแล้วบอกว่า ครูหาญบอกว่าให้ผมทำวิจัย TVT secur ต่อไป เอาล่ะหวา จะเอายังไงกันแน่ อาร์ลีนก็เงยหน้าขึ้นมา ผมบอกว่า No! ให้อาร์ลีนทำ เพราะเธอเก่งกว่าผม ทำงานเร็วกว่ามาก (แบบว่าไม่อยากทำจริงๆครับ) แล้วผมก็เหยียบเท้าไอชิงเอาไว้ แล้วก็ทำงานต่อไป ไอชิงก็ยิ้มๆแล้วก็เดินไปทำงานต่อ ปัดโธ่เอ๋ย <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> 6 โมงแล้วครับ งานก็ยังไม่เสร็จ แต่ครูผมกลับขึ้นมาจากคลินิกแล้ว อาร์ลีนก็เลยเข้าไปถามเรื่องงานวิจัย ท้ายที่สุดครูก็เรียกผมเข้าไปแล้วบอกว่า ผมนั่นแหละที่ครูมอบหมายให้ทำ ผมก็แย้งแบบติดตลกว่า เดี๋ยวไอ้ 2 เรื่องที่ทำอยู่ก็ไม่เสร็จร๊อกท่าน นี่ผมเหลืออีก 44 วันแล้วหนา ท่านก็บอกว่าไม่เป็นไร เอาตัวเลขออกมาให้ได้ก่อน แล้วผมก็ใช้คำไทยๆออกไปว่า No problem boss แล้วก็หัวเราะเดินออกไป เห็นไหมล่ะ แบบนี้ใครจะด่าผมได้ลงคอ say yes และ no problem อยู่ร่ำไป ไอชิงก็แอบหัวเราะอยู่ในห้อง <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p>ก่อนกลับก็ไปดูตารางผ่าตัดของวันพรุ่งนี้ ครูผมมีคนไข้ให้ผ่าอีกแล้ว ท่านสั่งอาร์ลีนว่าพรุ่งนี้เริ่มผ่า 8.30 น. ผมก็แย้งว่าครูนัดผ่าเที่ยงแล้วจะมาผ่าตอนเช้าได้ยังไง ท่านบอกว่าเดี๋ยวจัดการเปลี่ยนซะ แล้วก็ออกไป ผมก็มองหน้าอาร์ลีนแล้วถามว่า แล้วจะจัดการกันยังไง เธอก็ตอบว่า ชั้นจะเป็นคนเข้าไปผ่าตัด ผมก็สวนว่า เออ รู้แล้ว ผมหมายถึงใครจะไปเปลี่ยนเวลาที่ห้องผ่าตัด เธอก็บอกว่าครูจัดการเองแหละ ผมก็หัวเราะแล้วเดินออกมา ผมนี่ยังไงนะ วันนี้กวนจริงๆ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">กว่าจะได้ออกจากโรงพยาบาลก็ปาเข้าไปเกือบทุ่ม นั่งรถ shuttle bus ไปลงที่ Bugis แล้วเดินออกไปยังถนน North Bridge เพื่อจะลองไปหาของกินที่ร้านใหม่ๆดูบ้าง เพราะว่ามีหลายร้านอยู่ แต่คนเยอะเหลือเกิน แทบจะไม่มีที่นั่งเลย ก็เลยเดินย้อนกลับไปยังร้านเจ๊เหมือนเดิม ปรากฏว่าเจ๊คนครัวย้ายไปอยู่อีกร้านหนึ่งข้างๆกัน เจ้าของร้านเธอบอกผมว่าเลิกจ้างแล้ว ผมก็คิดในใจว่าคงจะโกรธกันแน่ๆ แต่ไม่เป็นไร ผมสั่งผัดถั่วฝักยาวราดข้าวมากินต่อไปตามปกติ แล้วก็กลับที่พัก หมดไปอีกวัน วันที่แสนกวนของผม ขวางโลกหน่อยๆจิตใจผ่องใสดี </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>สิงคโปร์
ดีใจด้วยนะคะคุณหมอแป๊ะ...ธนพันธ์ ชูบุญ
เหลืออีก 44 วันเท่านั้นค่ะ
สวัสดีครับอาจารย์กั๊ตจัง
วุ่น แต่ก็วุ่นกับการทำงานครับ ช่วงแรกๆที่มาที่นี่ ยุ่งกับงานจนลืมคิดถึงบ้านไปช่วงหนึ่ง (แค่ช่วงกลางวันนะครับ)
ช่วงหลังนี้ ปรับตัวได้ รู้ว่าต้องทำอะไร ที่ไหน เลยสบายใจและกายขึ้น ประกอบกับเขาจัดตารางทำงานให้ได้พักบ้างก็แค่นั้น
เรื่องราวที่เล่ามาเป็นแค่แสดงถึงด้านมืดของตัวเองบ้าง สะใจดีครับ
ผมติ๊งต๊องจนคนในสำนักงานลืมเครียดครับ เลขาของครูผมบอกว่า ก่อนกลับช่วยเล่าให้ฟังหน่อยนะว่า คิดยังไงกับที่นี่บ้าง เธอหมายความว่า ทำไมผมจึงดูท่าทางสนุกอยู่ได้เกือบทุกวัน
ผมก็เตรียมที่จะบอกกับเธอว่า ก็แค่ทำตัวเลวๆบ้าง ต๊องๆบ้าง แกล้งเพื่อนบ้าง (แกล้งแบบน่ารักนะครับ ไม่ใช่ให้บาดเจ็บ) แล้วมองคนที่ทำให้เราเครียดเป็นตัวตลกไปซะ นี่ก็คือผมนั่นแหละครับ
คบไม่ด้ายยยยย
สวัสดียามดึกครับครูอ้อยที่เคารพ
เหลือน้อยลงทุกวันแล้วครับ
เฝ้ารอให้กลับบ้านแทบไม่ไหว
คนมีลูกก็อย่างนี้แหละครับ
คนที่ยังไม่มีหลาน อยากจะเป็นย่ามั้ย
พี่โอ๋ครับ
ศาสตร์มืดครับ...ฮา
คนที่สำนักงานเขาก็คงคิดเหมือนผมนั่นแหละ (จากการสังเกตุ) เพียงแต่เขาเงียบ แต่ผมก็เป็นซะอย่างนี้
ยืนยันกับพี่โอ๋เหมือนกับที่บอกอาจารย์Gutjang
ไปนะครับว่า ผมต๊อง...ฮา
สวัสดีค่ะ คุณหมอธนพันธ์
ขวางเล็ก ๆ ก็ไม่เลวร้าย เท่าไหร่..นะคะ..เหอะๆ เป็นสีสัน..
ว่าแต่น่าสงสารคุณอาร์ลีน จัง..คุณหมอดื้อยังงี้อาจารย์ไม่ปวดหัวแย่หรอคะ ...
สวัสดีครับคุณพยาบาลผู้หลงไหลคลั่งไคล้กาแฟ
เรื่องมันมีอยู่ว่า ผมทำงานของผม ทำงานตามที่ได้รับมอบหมายอย่างสมบูรณ์ ไม่เคยบ่นว่าเหนื่อยให้เพื่อนร่วมงานได้ยิน ไม่เคยดึงเพื่อนๆมาร่วมทุกข์ใจด้วย
ครูเรียกให้เข้าไปผ่าตัดปุ๊บ ผมก็ถึงที่ภายในเวลาไม่เกิน 5 นาที ผ่าไป คุยกับครูบ้าง กับพยาบาลบ้าง งานก็เสร็จ แล้วก็ไม่ได้ไปอวดใครต่อใครว่า ครูรัก ครูโปรด หรือครูเบื่อผม
ผ่านเข้ามาเดือนที่ 5 แล้ว หมอไทยพิสูจน์ตัวเองได้ดีครับ ว่าเราเป็น fellow พันธุ์ควาย อึด ด้านและทน
ผลก็คือว่า คนในสำนักงานบอกว่า ถ้า fellow รอบใหม่ส่งเข้ามาแข่งขันกัน เขาจะเลือกจากไทยก่อน
แค่นี้ผมก็ยิ้มแล้วครับ
ครูไม่เคยทราบว่าผมดื้อครับ ว่าง๊ายง่าย สั่งปุ๊บได้ปั๊บไงล่ะครับ No problem นี่คือยี่ห้อธนพันธ์
ปล. นี่ถ้าท่านปวดหัว ท่านคงไม่เรียกใช้อยู่เกือบทุกวันหรอกนะครับ
ลองไปอ่านช่วงบันทึกต้นๆสิครับ แล้วจะรู้ว่า ผมน่าสงสารแค่ไหน น้ำตาไหลอาบแก้ม หยดติ๋งๆ (อันนี้เกินความจริงอย่างหลีกไม่พ้น) เป็นโก๊ะไปก็ตั้งหลายหน
ขอบคุณครับที่มาเยี่ยม วันนี้ได้เพื่อนใหม่เพิ่มขึ้นมาอีก 2 คน
อาจารย์แป๊ะค่ะ ตามอ่านบันทึกอยู่เสมอ แต่ไม่ค่อยไม่ comment วันนี้ขอสักหน่อยนะ
อาจารย์มักเริ่มบันทึกด้วย........ เป็นวันแรกของสัปดาห์ที่..... และยังคงเหลืออีก .... วันเท่านั้น.... อ่านแล้วเหมือนกับว่า อาจารย์ไม่ค่อย happy เท่าไร หรือเปล่าค่ะ เป็นห่วงนะค่ะ อยากให้อาจารย์สนุกและมีความสุขกับการเรียน
ผมขอร่วมสรุปอีกคนหนึ่งว่า บันทึกของหมอจบที่ร้านอาหาร ฮาฮาฮา
โอย อาจารย์ปารมีที่รักของกระผมเข้าใจผิดอย่างจังเลยครับ
ที่นับถอยหลัง เพราะว่าตอนนี้มันเป็น Thanapan's brand ครับ เรียกว่าถ้าเจอประโยคนี้ที่ไหน ก็ต้องรู้ว่า ผมเป็นคนเขียน ก็เท่านั้น
ยังคงยืนยัน นั่งยัน นอนยันอยู่เสมอว่า ตอนนี้มีความสุขเต็มร้อยครับ
ทำงานสนุกอยู่ทุกวัน เหนื่อยแสนเหนื่อยก็ไม่เคยบ่นให้เพื่อนร่วมงานฟังเลยแม้แต่น้อย
เมื่อก่อนก็มีคนถามว่า ไม่มีความสุขเหรอถึงได้นับถอยหลัง ผมก็ตอบแบบที่ตอบอาจารย์นี่แหละ
จนตอนนี้อาจารย์ทราบไหมครับว่า คนขายก๋วยเตี๋ยว เพื่อนร่วมงาน คนไข้ที่สนิทบางคน เจอหน้ากันก็ยังถามเลยว่า "เหลือกี่วันแร๊ววว"
มันเป็นยี่ห้อครับ...ฮา ไปถามพี่โอ๋ อโณ
ได้เลย
พี่โอ๋ครับ
ช่วยไปแก้ตัวแทนผมหน่อยคร๊าบบบบ
ท่านพี่ขจิตที่นับถือ
อากาศร้อนครับ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะที่เวียดนามมีพายุเข้ารึเปล่า ไปดูภาพถ่ายใน blog ของคุณเม้งมา เห็นมายุมันม้วนเข้าไปตรงนั้น และเศษหางมันก็ผ่านมาแถวๆบ้านผม มันน่าจะดูดความชื้นไปมากเลยเชียวครับ
ตอนนี้ต้องนอนให้พัดลมเป่าขาอยู่ทั้งคืน ทั้งๆที่เมื่อก่อนหน้านี้ ต้องปิดพัดลม
เป็นหมอไม่ลำบากครับ แต่เป็นหมอที่ดีนี่พยายามมากนิดนึง ต้องลดกิเลสนิดนึง ยิ่งมาอยู่ในบรรยากาศทุนระอุแบบที่นี้ ต้องใจแข็งครับ
เรื่องอ.ปารมีที่เคารพของกระผมนั้น เดี๋ยวให้พี่โอ๋ไปแก้ต่างให้ครับ
สวัสดีอีกครั้งค่ะคุณหมอ
คนที่ดื้อ แบบที่อาจารย์ไม่รู้ว่าดื้อ เรียกว่า "ดื้อหลบใน" คนเมืองเปิ้นเรียกว่า "คนหลึกหลืน"เน่อเจ้า
เอิ้ก ๆๆๆ
พาลูกชายขี้ดื้อ มาเยี่ยมคุณหมอค่ะ เจาตัวนี้ดื้อเปิดเผยค่ะ ..
อาจารย์จารุวัจน์
ครับ
ชีวิตทุกวันก็สิ้นสุดบันทึกที่ร้านอาหารก็น่าจะนี่ครับ
แต่ถ้าไปจบที่โรงแรมนี่สิ จะเป็นปัญหา ฮากระจุยเลยครับท่าน
สวัสดีครับคนคลั่งไคล้กาแฟ
บ้านผมเรียกว่า ดื้อดักดานครับ น่าจะมาจาก ดื้อด้านสันดานติดเนื้อครับ
ลูกชายตัวนี้ดูยากครับ ว่ามันเป็น Golden หรือว่า ลาบลาดอร์ เอ๊ะหรือว่า ยี่ห้ออะไรกันแน่ครับ
วันก่อนไปอ่านที่บันทึกมา นึกว่าลูกชายตัวเล็กจ้อยนิดเดียว เพราะแม่กลัวเหลือเกินที่ลูกชายจะถูกรังแกโดยเจ้าถิ่น โอยย...อย่างนี้ปล่อยให้เป็นเรื่องของลูกผู้ชายเขาไปเถิด ชกต่อย แลกหมัด( 8 ขา) บ้างก็ช่างหัวมันประไร
สวัสดีครับคุณหมอแป๊ะ
สวัสดีค่ะ
คุณหมอดื้อหลบใน น่ารักดีค่ะ คนเรา จะดีตลอด 365 วันได้ไง มีดื้อเล็กๆมั่งเปลี่ยนบรรยากาศ
พี่สะมะครับ
ผมจำได้เพียงเลาๆว่า ในชีวิตนี้เคยเห็นหัวรถจักร์ไอน้ำวิ่งใช้งานจริงๆ น่าจะสักครั้งที่สถานีสุราษฎร์ธานี บ้านเกิด
แต่มันช่างเลือนรางเหลือเกินครับ
มาหลงไหลหัวรถจักรเอาจริงๆก็โตขึ้นมาหน่อย ซึ่งเป็นหัวสีส้มที่ยังใชักันอยู่ก่อนที่จะเป็นยี่ห้อ Hitachi ครับ
ขอบคุณครับคุณศศินันท์ครับ
ที่เข้าใจ และเปิดโอกาสให้ผมได้สบายใจขึ้นมาอีกนี๊ด…