(ไปเต๊ะอั๊งนักศึกษา)

กลับจากพิษณุโลก ถ้าไม่ได้เขียนถึงชายคนนี้อกแตกแน่..ถ้าจะคุยเรื่องการจัดการความรู้ วิธีที่ประหลาดและได้ผลดีที่สุดก็คือเชิญคนที่มีตัวตนและหัวใจKM.มาตั้งแต่เกิดมาร่วมงาน จริงๆนะครับ ในตัวของผู้ชายคนนี้หลอมรวมอะไรไว้อย่างน่าอัศจรรย์ จึงขอขอบคุณม.นเรศวร และพระอาจารย์ไร้กรอบที่มาทำให้งานชัดเจนในประเด็นอย่างที่สุด ทำให้เราได้เรียนรู้KM.แบบไร้กรอบ มีอิสระที่จะโบยบินความคิดไปหาความรู้ได้อย่างไม่จำกัด

 

          (ทำพิธีปลุกเศกให้ภาพนี้ ทั้งๆที่ไม่มีการเตี๊ยมอะไรกันเลย)

คนพูดมาก ต้องคิดล่วงหน้ามากๆ ในระหว่างพูดเราไม่ได้รับความรู้ใหม่อะไรเข้ามา มีแต่ขายๆๆความรู้ออกไป ถ้าไม่เรียนรู้ใหม่ๆก็จะถูกต่อว่าหากินกับบุญเก่า ตรงนี้แหละ..คือตอบที่ว่า..ทำไมครูบาอาจารย์จึงควรเรียนรู้เรื่องKM. บังเอิญว่าพระอาจารย์ไร้กรอบท่านอยู่ในระดับขายไอเดีย เป็นมืออาชีพในด้านการเรียนการสอนให้ฉุกคิด..สมัยนี้เราชอบพูดกันถึงวิธีคิด ผู้นำทางความคิด อยู่ที่ไหนละ เป็นอย่างไร ถ้ายังไม่ได้เจอพระอาจารย์ไร้กรอบอย่าเพิ่งคุย ที่เจอๆมาแล้วเข้าใจว่าเจ๋งอาจจะจ๋อยก็ได้  ผมว่าในตัวท่านไม่มีอะไรธรรมดาสักอย่าง จากการที่ได้คุยด้วยหรือไปไหนด้วยกันแต่ละครั้ง ถือว่าเป็นบุญของผู้ได้พบประสบเหตุ นี่หมายถึงคนสนใจใฝ่รู้นะครับ ผมประทับใจมาก..คือความคิดสดๆที่พรั่งพรูออกมาตลอดเวลา

 

( เนื้อหาลีลาลุ่มลึก แต่ขำขันอยู่ตื้นๆ)

จะมีสักกี่คนที่เจอควายแล้วนั่งแผ่เมตตาให้ จะมีสักกี่คนที่กล้าปะทะกับความจริงของชีวิตของสังคมของโลก มีกี่คนครับ คนที่หัวเราะท้าทายทุกปัญหา กล้าเอาตัวตนบุกเข้าล้วงอวิชชามาตีแผ่อย่างถึงกึ๋น ไม่เคยมีสักครั้งเดียวที่ผมไปด้วยแล้วไม่เห็นอาจารย์คิดประหลาดๆ ท่านสนุกกับการออกแบบในทุกช่วงชีวิต นาทีต่อนาที แว๊บออกมาแบบคิดได้ไง แล้วไม่ใช่เฉพาะบางเรื่องนะ แต่ทุกเรื่องนี่สิ มันเกิดเป็นอย่างนี้ได้อย่างไร ..ท่านบุกป่าฝ่าดงไปนอนเล่นที่มหาชีวาลัยอีสาน ขอร้องให้ทำอะไรลื่นไหลไปหมด ให้สอนชาวบ้านทำเอาแทบตกเก้าอี้ไปหลายราย ไปเห็นต้นไม้วิ่งเข้าไปโอบกอด แล้วนอนแผ่บนใบไม้อย่างสุขใจ ..ชวนไปวันครบรอบ10ปีโรงเรียนรุ่งอรุณ เขาเชิญไปปาฐกถา ทำเอาวงแทบแตก

  
(ทำให้ชีวิตมีชีวาตลอดเวลา ใครอยู่ใกล้ได้เฮฮาศาสตร์ไม่รู้ตัว) 

ในการจัดประชุมสัมมนาเรื่องKM. ถ้ามีตัวตนคนKM.เข้าร่วม แค่เดินไปไหน ไปชมอะไร ไปพูดว่าอย่างไรก็อึ้งกิมกี่แล้วละครับ ทำให้รสชาติของKM.อร่อยและหวามมันมากขึ้น เอาแค่เสียงหัวเราะ..ก็อธิบายไม่ถูกแล้ว ว่าหลุดโลกออกมาได้อย่างไร? มีใครบ้างที่หัวเราะอร่อยเท่าอาจารย์วรภัทร์ ภู่เจริญ ครูบาอาจารย์ควรเอาเทปมาอัดเสียงไว้ เปิดเวลานักศึกษาง่วงนอนรับรองสะดุ้งโหยง

 

            (แม้แต่ท่ากอดก็ไม่เหมือนใคร) 

19 ปีที่แล้ว อาจารย์เป็นวิศวกรองค์การอวกาศนาซา ประเทศสหรัฐอเมริกา และที่น่าทึ่งกว่านั้น ก็คือได้รับรางวัลงานวิจัยดีที่สุดระดับโลกเกี่ยวกับเครื่องยนต์ไอพ่น และที่ไม่น่าเชื่อก็คือ ตั้งคำถามกับตัวเองว่า ทำไมต้องคิดจนสุดขอบจักรวาลถึง450ล้านปีแสง เราบ้าหรือไร้สาระเกินไปหรือเปล่า

เป็นนักอ่านตัวยง อ่านหนังสือเร็วมาก จนบรรณารักษ์ห้องสมุดสงสัยว่าอ่านจริงหรือเปล่า ขณะที่เด็กคนอื่นๆวิ่งเล่น แต่อาจารย์อ่านหนังสือที่คนอื่นไม่อ่าน ตอนเรียนมัธยมปีที่1อ่านสารานุกรม (Encyclopedia ) 30กว่าเล่ม และอ่านแบบเรียนมัธยมปีที่5ของพี่ชาย ทำให้ไม่ค่อยสนใจการเรียน กระทั่งไปเรียนต่างประเทศจนจบปริญญาเอกสาขาวิศวกรรมเครื่องกลและวัสดุศาสตร์ และทำงานองค์การอวกาศนาซานาน 7 ปี

  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ปัจจุบันเป็นพ่อของลูกสองคน นักเขียน วิทยากรอิสระ ที่ปรึกษามืออาชีพ ให้องค์กรรัฐและเอกชนหลายสิบแห่ง เจ้าของบริษัทพรีม่า แมเนจเม้นท์ จำกัด และนักปฏิบัติธรรม ..เทคนิคการสอนของ ดร.วรภัทร์จะให้ผู้เข้าฝึกหาว่าอะไรคือสติ อะไรคือความคิด และอะไรคือจิต เพราะเมื่อเห็นระบบการทำงานของทั้ง3สิ่งนี้แล้ว ต่อไปสิ่งที่ผู้เข้าฝึกต้องคอยระวังก็คืออย่าให้ความคิดทำร้ายจิต หรือพอจิตเกิดความคิด ซึ่งเป็นความคิดที่ไม่ดีก็ต้องระวัง ควรหัดตัวเองให้ต้องเอาสติไปทำงานแทนจิต</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">บางบริษัทเห็นท่านเก่งด้านทรัพยากรบุคคล ก็เรียกไปช่วย บางบริษัทเห็นเก่งด้านการตลาดก็เรียกไป หรือเรื่องการวิเคราะห์ความเสียหายระบบสินค้า ใครปิ้งอารมณ์ไหนก็จ้างไป บางบริษัทก็ให้ไปสอนธรรมะ ก็มีทั้งเหมาปี เหมาวัน เป็นครั้งคราว ถ้าจะปรึกษาให้ได้ผล ผู้บริหารต้องเข้มแข็ง แนะนำอะไรแล้วไม่ทำ ก็ไม่มีผล เข้าทำนองให้ยาแล้วไม่กิน หรือไม่สามารถบริหารลูกน้องตัวเองได้ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p align="justify">หยิบยกเรื่องนี้มาเขียน ก็เพื่อจะบอกชาวเราว่า ในช่วงที่ม.นเรศวรจัดงานเรื่องมหกรรมKM.ภูมิภาค เราได้เปิดสารบัญการจัดการเรื่องKM.แบบมีชีวิต ได้มือปฏิบัติระดับโลกมาหัวเราะให้ฟัง ส่วนใครจะซึมซับอะไรไปแค่ไหน ขึ้นอยู่กับวาสนาของแต่ละคน ถ้ามีดวงตาที่มองไม่เห็นธรรม ก็น่าสงสารและเวทนายิ่งนัก ที่ปิดกั้นโอกาสเรียนรู้ของตนเองโดยไม่รู้ตัว.. นาซ่ายังเอาตัวอาจารย์ไว้ไม่ได้ แต่ ม.นเรศวรเชิญมาได้ จึงน่านับถือ นับถือ </p>