ได้แต่บอกว่า มีปัญหาอะไรที่กังวล ก็บอกคุณหมอ ส่วนเรื่อง เจ็บป่วยตอนนี้เลือกไม่ได้แล้ว ว่าต้องทำนาให้เสร็จ คงต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลก่อน อีกไม่กี่วัน หากไม่มีอะไรผิดปกติ ก็กลับบ้านได้

วิถีชีวิตของคนเราแต่ละคนแต่ละครอบครัวแต่ละท้องถิ่น ไม่ต้องพินิจพิเคราะห์ ก็พอจะรู้ว่า แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง คนรวยก็รวยล้นเหลือ ที่จนก็จน  จนไม่รู้จะเปรียบกับอะไรดี

วันนี้ เจอคนไข้คนหนึ่ง ป่วยด้วยเรื่องทางนารีเวช มีเลือดออกทางช่องคลอดมานาน คุณหมอนัดให้ผ่าตัด แต่เนื่องจากว่าเข้าฤดูทำนา จึงต้องดำนาให้เสร็จเสียก่อน จึงจะมาตามหมอนัด

คนไข้เล่าว่า "เพราะความจน ไม่มีใครช่วยสามีทำนา จึงต้องอดทนไว้ แถมเงินทองก็ไม่มี มาโรงพยาบาลก็ไม่มีญาติ"

                     "ที่ต้องมาคราวนี้เพราะทนไม่ไหวแล้ว เลือดออกมาก แถมเหนื่อยหน้ามืดด้วย"

เราได้แค่พยักหน้า ไม่รู้จะปลอบคนไข้ว่าอะไรดี ได้แต่บอกว่า มีปัญหาอะไรที่กังวล ก็บอกคุณหมอ ส่วนเรื่อง เจ็บป่วยตอนนี้เลือกไม่ได้แล้ว ว่าต้องทำนาให้เสร็จ คงต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลก่อน อีกไม่กี่วัน หากไม่มีอะไรผิดปกติ ก็กลับบ้านได้  

คนไข้รายนี้มาถึงโรงพยาบาลด้วยอาการที่ซีดมาก คุณหมอต้องให้เลือด ดูเหมือนจะผีซ้ำด้ามพลอย พอให้เลือดไปได้ประมาณ 200 ซีซี เลือดก็ไม่ยอมหยด เพราะเลือดข้นแข็ง(clot) เลยต้องขอเลือดถุงใหม่ แต่....ทางธนาคารเลือดก็ไม่มีเลือดกรุ๊ฟโอสำหรับคนไข้ ต้องประกาศขอรับบริจาคเลือดจากญาติคนไข้และผู้มารับบริการ

คุณหมอเสี่ยงที่จะผ่าตัดให้ผู้ป่วยทั้งๆที่ ความเข้มข้นเลือด 26% คุณหมอบอกว่าคงรอไม่ได้ เพราะรอไปก็รังแต่จะเสียเลือดไปเรื่อยๆ โชคดีที่การผ่าตัดไม่มีปัญหาอะไร ผู้ป่วยก็ฟื้นตื่นดี เลือดก็มีคนบริจาคพอดี ในความโชคร้าย ก็ยังคงมีความโชคดีเสมอ

การดูแลผู้ป่วยที่ต้องให้เลือด จากประสบการณ์ที่ผ่านมาไม่เคยเจอเลือด clot  เลย แล้วรายนี้เกิดอะไรขึ้น เป็นสิ่งจำเป็นต้องค้นหาสาเหตุและปรับปรุงพัฒนากระบวนการ เพื่อไม่เกิดอุบัติการณ์ขึ้นอีก

ธนาคารเลือดเองก็คงต้องทบทวน การเตรียมความพร้อมของเลือดที่ต้องแจกจ่ายแก่ผู้ป่วยฉุกเฉิน ให้พร้อมใช้อยู่เสมอ

กรณีผู้ป่วยรายนี้จึงเป็นบทเรียนให้ทีมดูแลผู้ป่วยมีโอกาสพัฒนา การดูแลผู้ป่วยให้ได้รับความปลอดภัยมากที่สุด ลดความเสี่ยงต่างๆลงให้มากที่สุด