ข้าพระพุทธเจ้าปราบภัยร้ายในหมู่บ้านได้สงบแล้ว พระเจ้าค่ะ

   บันทึกวันนี้ ขอให้เป็นเสมือนตัวแทนของการปฏิบัติงาน ของเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขทุกท่าน และพลังประชาชน ที่ก่อเกิดให้งานสำเร็จ ด้วยการมีใจดวงเดียวกัน "ทำเพื่อพ่อ"

    ครั้งหนึ่ง ในชีวิตการทำงานด้านสาธารณสุข ที่รู้สึกเหนื่อยล้ามากที่สุด ก็คือปีที่มีการระบาดของโรคไข้เลือดออกอย่างรุนแรง และชลบุรี ติดอันดับหนึ่งของประเทศ ส่วนพื้นที่ที่ผู้เขียนรับผิดชอบ มีจำนวนบ้านร่วมหมื่นหลัง แต่ละวัน จะมีแต่เสียงรายงานการเกิดโรค จากประชาชน และโรงพยาบาลผู้รับรักษาคนไข้ ทั้งนี้ เพื่อให้เราได้เข้าไปควบคุมโรค ก่อนจะบาดหนักไปกว่านี้ ไข้เลือดออก มียุงลายเป็นพาหะ ยุงจะกัดและดูดเลือดจากคนเป็นโรค เข้าไว้ในกระเพาะเป็นอาหาร และเมื่อ ยุงหิวครั้งต่อไป ก็จะออกดูดเลือดใหม่ แต่เมื่อปากเจาะผิวหนังมนุษย์ ก็จะปล่อยเลือดเก่าทีค้างในกระเพาะ เข้าสู่เหยื่อก่อน เชื้อจึงเข้าไปสู่ผู้ป่วยรายต่อไป เช่นนี้เรื่อยๆ ยุงมีวงจรน่าพิศวง ไข่ยุงจะมีอายุอยู่ตามพื้นหรือที่ใดก็แล้วแต่ ได้เป็นปี วันดีคืนดี มีน้ำมาขังท่วมไข่นั้น 7 วันก็จะฟักออกเป็นยุง มีอายุ เฉลี่ย 45 วัน แต่ละวันจะกินอาหารเกิน 3 มื้อ ก็นึกดูว่า ถ้าเกิดโรคระบาด ยุงแต่ละตัวจะนำโรคไปได้มหาศาลขนาดไหน

    ไข้เลือดออก เป็นแล้วมีสิทธิ์ตาย เพราะไม่มียารักษา นอกจากรักษาตามอาการ เมื่อมีไข้สูงลอย(กินยาไม่ลด) ครบ 3 วัน คนไข้จะมีเลือดออก ทั่วสรรพางค์กาย ทั้งภายนอก(ผิวหนังเป็นจุดเล็กๆ) และภายใน อาจมีเลือดตกใน อาเจียนเป็นเลือด ออกตับ ฯลฯ ตอนนี้แหละถ้าร่างกายอ่อนแอ หรือมีโรคเลือด เช่นเลือดแข็งตัวยากเป็นต้น ก็จะเป็นเหตุผสมผเส ให้คนไข้เสียชีวิต ในเวลาอันรวดเร็ว

   เหตุการณ์ในปีนั้นจึงเปรียบเสมือนการเกิดสงครามมืด ประชาชนหวาดระแวง กลัว ไม่เป็นสุข ยิ่งมีข้างบ้านเสียชีวิตก็จะเพิ่มอาการนั้นมากขึ้น เจ้าหน้าที่สาธารณสุขทุกระดับทำงานหนักมาก โดยเฉพาะที่สถานีอนามัยที่ผู้เขียนปฏิบัติงานอยู่ มีเจ้าหน้าที่เพียง 3 คน ต้องเปิดให้บริการ และออกควบคุมโรค ผู้เขียนจึงเป็นผู้ออกควบคุมโรคเองทุกวัน ทั้งสอบสวนโรคว่าคนไข้ไปที่ไหนมาจึงป่วย ก็ต้องกลายเป็นควบคุมทั้งที่ไปติดโรคมาและที่พักปัจจุบัน การควบคุมถึงขั้นวิกฤตนี้ ต้องมีทั้งพ่นหมอกควัน ใส่ทรายอะเบท และทำลายแหล่งเพาะพันยุง ยางรถยนต์ที่ถอดทิ้งไว้มีน้ำขัง ยุงชอบอยู่มาก เช้าขึ้นมา จะเห็นหมอกควันที่ใช้ไล่ยุง ลอยอยู่เหนือหลังคาบ้าน ตรงนั้น ตรงนี้  ทั่วทั้งพื้นที่ อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.)ช่วยได้มาก ที่ออกปฏิบัติงานร่วมกันอย่างแข็งขัน แต่ด้วยพื้นที่ที่มากเกินกำลัง(ทำแบบปูพรม) นับวันผู้ร่วมงานก็ลดน้อยลงทุกทีๆๆ เมื่อหันกลับมามองจึงเหลือเพียงผู้เขียนและอสม.คู่ใจเพียง 3 -4 คน หลายครั้งที่ต้องสะพายเครื่องพ่นเอง เพราะสงสาร อสม.เหล่านั้น ข่าวการระบาดของโรค ก็ยังมารบกวนได้ทุกวัน ในขณะที่ผู้ปฏิบัติงานกำลังจะสิ้นแรง ผู้เขียนจึงต้องหยุดคิดทบทวน กำลังที่เหลือนี้ไม่มีวันจะสู้กับภัยร้ายนี้ ได้ทันเวลาแน่ ต้องหากำลังเพิ่ม แล้ววันหนึ่ง ก็ได้รับฟังกระแสพระราชดำรัส ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พ่อหลวงของผู้เขียน ท่านทรงห่วงใยเรื่องไข้เลือดออก และขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันกำจัดภัยร้ายนี้ เท่านั้นเองความคิดหนึ่งก็บังเกิดในสมองของผู้เขียน จึงได้ ประกาศเชิญชวนให้ อสม.และผู้ที่มีใจอยากทำสาธารณประโยชน์ มาร่วมเป็นออกปฏิบัติงาน ควบคุมโรคไข้เลือดออกในพื้นที่ โดยทีมนี้ จะใช้ชื่อว่า "หน่วยจับตายยุงลาย" เป็นทีมที่ตั้งขึ้น เพื่อสนองพระราชดำริในหลวงให้ช่วยกันกำจัดภัยไข้เลือดออก ปรากฏว่ามีผู้เข้าร่วมประมาณ 60 คน รวมถึงคนเก่าที่ทอดทิ้งเราไปด้วย และได้ ขอทุนจากผู้มีอันจะกินในหมู่บ้าน มาทำเสื้อทีม ใส่ปฏิบัติงาน และจัดให้มีผู้ใหญ่มาแจกเสื้อ มีการตั้งปณิธานร่วมกัน ยังจำเพลงที่เปิดในวันนั้นได้ ชื่อ"เดินตามพ่อ" ซึ่งผู้เขียนมาทราบทีหลังว่า ผู้ร่วมงานฟังกันแล้วรู้สึกตื้นตัน มีกำลังใจอย่างยิ่ง

   นับจากวันนั้น เราก็ออกทำงานกันอย่างฮีกเหิม มีการแบ่งสาย เพราะคนมากขึ้น มีขาวบ้านออกมาเอาอาหารมาเลี้ยง เพราะเห็นพวกเราออกทีวี ทั้ง ITV และทีวี ท้องถิ่น มาทำข่าว และถ้าเห็นทีมจับตายยุงลายที่ไหน ก็จะยินดีต้อนรับ

    22 วันกว่าสงครามที่ต้องต่อสู้กับภัยร้ายได้สิ้นสุดลง ไม่มีวันหยุด กลับถึงบ้านไม่เคยก่อน4 ทุ่ม เช้าต้องตื่นแต่เช้า จำได้ว่า เมื่อเสร็จสิ้นภาระกิจ เมื่อใช้มีอลูบผมตัวเอง จึงสัมผัสได้ถึงความแข็งกระด้าง น่าจะเพราะถูกสารจากการพ่นหมอกควัน เพิ่งจะรู้ว่าข้อเท้าเริ่มระบบบวมแดง ลมหายใจร้อนผ่าว แล้วข้าพเจ้า ก็มีอันล้มป่วยเสียหลายวัน จำได้ว่าขณะได้พักผ่อนเพราะป่วยนั้น มีแต่ภาพความสำเร็จภาพการทำงานที่สนุกสนาน ภาพชาวบ้านเอาอาหาร น้ำมาต้อนรับทีมงาน ทั้งหลายเหล่านี้ รวมถึงสิ่งหนึ่งที่ภาคภูมิใจนักหนาสำหรับผู้เขียนคือ ได้สนองพระราชดำริแห่งพ่อหลวงได้ตามทีตั้งใจปรารถนาไว้ ข้าพระพุทธเจ้าปราบภัยร้ายในหมู่บ้านได้สงบแล้ว พระเจ้าค่ะ

    ใกล้ถึงวันมหิดล วันที่มีความสำคัญของชาวสาธาณรสุข ก็ขอมอบ ความสุขนี้เพื่อเป็นกำลังใจแก่ เจ้าหน้าทีสถานีอนามัย โรงพยาบาล และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ได้เข้ามาอ่านกระทู้นี้ทุกท่าน ขอจงมีแต่ความสุขสบายในการปฏิบัติงานทุกท่าน ทุกวันเทอญ  สวัสดีค่ะ