ระลึกชาติช่วงปี 2511 - 2517 ต่อนะครับ

         กิจกรรมที่ประทับใจและสอนใจผมมากคือการกินข้าวเที่ยงร่วมกันทุกวันที่โต๊ะกลางห้องโถงใหญ่   ซึ่งใช้เป็นห้องเจาะเลือด  ทำ lab  ดูกล้องและนั่งทำงานร่วมกัน

         เจ้าหน้าที่ 2 คนคือคุณชรินทร์กับชูศรีเป็นคนไปซื้อข้าวเที่ยงมาให้   โดยเธอจะมาถามเราทุกวันว่าวันนี้อยากกินอะไร   พอเที่ยงเธอก็จัดการเอาแฟ้มคนไข้ออกจากโต๊ะกลาง  ทำความสะอาด  แล้วโต๊ะทำงานร่วมกันก็กลายเป็นโต๊ะกินข้าวร่วมกัน   หมอกับพยาบาลจะมานั่งกินข้าวด้วยกัน   พยาบาลมี 3 คน คือ พี่นิตยา (ใหญ่)   พี่จิตรา ญาณสุคนธ์  กับคุณนิตยา (เล็ก)

         ระหว่างกินข้าวก็จะมีการคุยเรื่องสัพเพเหระ   โดยส่วนมากอาจารย์ผู้ใหญ่เป็นผู้ชวนคุย   แต่นั่นคือบทเรียนของผม  เป็นบทเรียนล้ำค่าหาที่ไหนอีกไม่ได้   เพราะบทเรียนเหล่านั้นเองที่ผมค่อย ๆ ซึบซับเขาไว้  เอามาประกอบกันเป็น "ธรรมนูญชีวิต" ของผม  โดยผมเองก็ไม่รู้ตัว

         แม้ผมลงไปทำงานที่หาดใหญ่แล้ว   เมื่อไรมีโอกาสขึ้นมากรุงเทพฯ ผมก็จะหาเวลาและไปที่ตึกอานันทราช   และถ้ามีโอกาสก็ขอร่วมกินข้าวเที่ยงด้วย   ทำเช่นนี้อยู่นับสิบปีจนค่อย ๆ ห่างไป

         คิดย้อนหลัง  ผมโชคดีมากที่ชีวิตวนเวียนอยู่ในกลุ่ม "ปราชญ์"  และท่านเหล่านี้มีความคิดและวัตรปฏิบัติค่อนข้าง "ทวนกระแส"   มีความเป็นตัวของตัวเอง  มีความคิดที่ลุ่มลึก  มีแก่น  ไม่ติดเปลือกหรือพิธีกรรม   สิ่งเหล่านี้เองที่กล่อมเกลาให้ผมมีชีวิตเช่นปัจจุบันนี้ได้

วิจารณ์  พานิช
 15 ก.ย.50