เห็นแต่ไข้ แต่ไม่เห็นคนไข้

   หลายครั้งที่ตัวเอง หลงเข้าไปอยู่กับทฤษฎีทางความรู้ จะโดยการปลูกฝัง หรือเคยชิน อะไรก็แล้วแต่ นับเป็นการพลาดอย่างแรง ที่ทำให้มองผ่านปัญหาของชีวิต สุขภาพ ของผู้ที่เราดูแลอย่างนึกไม่ถึง และมีเรื่องที่ทำให้ต้องกลับมาทบทวนวิธีการ และเพิ่มความใส่ใจ เข้าไป ในการปฏิบัติงานให้มากขึ้น

      การดูแลสุขภาพประชาชน หลายหลากมากมายในแต่ละวัน ที่นับวันจะมีเพิ่มขึ้น เพราะนโยบายใกล้บ้าน ใกล้ใจ มีแพทย์มาลงรักษา ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เบาหวาน ความดัน นั่นเอง ประชาชนจึงนิยมชมชอบที่จะหันกลับมาใช้บริการสถานีอนามัยเพิ่มขึ้น การเตรียมรับมือ จึงเป็นงานหนัก ต้องมีการเตรียมผลการตรวจเลือด ค่าสัญญาณชีพต่างๆ ให้เรียบร้อย ก่อนแพทย์จะมา เริ่มตั้งแต่เช้าตรู่ คนไข้ก็งดอาหารมาเจาะเลือดเช้าตรู่เช่นกัน ทุกอย่างจึงรีบเร่งพอสมควร นอกจากนี้ยังต้องเตรียมคำให้การปรึกษาไว้ให้เรียบร้อย เช่น น้ำตาลในเลือดสูงก็แนะนำการกินอาหาร แป้งน้ำตาลลดลง ความดันสูงก็งดของมันเค็ม อะไรทำนองนี้ จึงมองภาพนี้เหมือนตลาดนัดสุขภาพ กล่าวคือ ต่างก็เสนอสินค้าแก่กัน ให้ผ่านไปๆ ใครสนใจก็ได้ของติดมือไป ใครแค่มาเดินเที่ยวก็กลับไปตัวเปล่า ตลาดนัดเลิก ก็อ่อนล้าลืมเลือนกันไป จนกว่าจะนัดหน้า

      ด้วยเหตุที่วันที่แพทย์ลงมีความเร่งรีบการให้บริการกับคนที่ร่วมร้อย จึงทำให้ทำหน้าที่ไม่ค่อยสมบูรณ์ ขอยกตัวอย่างคุณป้าท่านหนึ่ง มาด้วยอาการน้ำตาลในเลือดไม่ลดสักที สูงตลอด 3 เดือนติดๆกัน ซ้ำสุขภาพอื่นๆก็เริ่มแย่ เมื่อเบาหวานขึ้นสูงตลอด ตาเริ่มฟาง เดินไม่ค่อยมีแรง ฯลฯ ผู้เขียนฉุกใจคิดว่า เกิดอะไรขึ้น ทั้งยา ทั้งคำแนะนำ ถ้าคนไข้กลับไปปฏิบัติ ก็ดีขึ้นเกือบทุกราย แต่ไม่ใช่คุณป้าคนนี้ จึงเข้ามาคุย ด้วยความอยากรู้ปัญหา คุณป้าน้ำตาลไม่ลดเลย สงสัยว่ากินของต้องห้ามบ่อยไปหรือเปล่า ผู้เขียนก็เริ่มตามทฤษฎี หวังว่าคำตอบคือ กินผลไม้ตามฤดูกาลมากไป หรือดื่มน้ำอัดลม แต่คำตอบที่ได้คือ กินข้าวเหนียวกับไก่ย่างทุกวัน ก็คิดเอาอีกว่า ความชอบอาหารกินซ้ำๆต่อเนื่อง ก็เป็นเหตุให้โรคกำเริบขึ้นได้อีก  คุณป้าท่านนี้โชคดี มีสามีที่เอาใจใส่กันดี จึงบอกคุณป้าว่า ให้สามีทำอาหารอื่นให้กินบ้าง อย่ากินแต่ของชอบ ข้าวเหนี่ยว ไก่ย่างนี้ มีแต่แป้ง ไขมัน ทำให้เบาหวานไม่ลด กินผัก ปลา บ้างสลับกัน นั่น!เจ้าของทฤษฎีคงดีใจ ที่ผู้เขียนพูดได้ครอบคลุม คล่องปรื๋อ คนไข้รอให้ผู้เขียนสาธยายแบบไม่ขัดคอจนจบ แล้วจึงพูดบ้าง หมอคะ ลุงเขาซื้ออาหารมาให้ป้า วันละหลายๆอย่าง เป็นกับข้าวถุง ก่อนลุงต้องออก ไปขายของทุกบ่าย ป้าก็ยากกินทุกอย่างที่ลุงซื้อมา และก็คงจะทำให้สุขภาพดีเหมือนหมอบอกนั่นแหละ แต่ป้ามันแย่ มือมันไม่มีแรงแกะยางที่มัดถุงอาหารไมออก ก็เลยกินแต่ของกินง่ายคือ ข้าวเหนียวไก่ย่าง หลังๆลุงเขาไม่เห็นกินอย่างอื่น ก็เลยเลิกซื้อ ฉันเองก็เกรงใจเขา ป่วยไข้ช่วยทำกินไม่ได้ แล้วยังจะเรื่องมากอีก คำตอบของคนไข้ทำให้ผู้เขียนอึ้ง นึกถึงทฤษฎีบทต่อไปไม่ออก ได้แต่รู้สึกตัวว่า หลงทางอย่างแรง จึงเดินไปส่งคุณป้าให้กับคุณลุง และฝากว่า คุณป้าต้องกินอาหารหลากหลาย อาการจึงจะดีขึ้น ที่คุณลุงซื้อมาให้เปมือนแต่ก่อนดีแล้ว แต่ช่วยแกะถุง และอุ่นใส่ชามทิ้งไว้ให้คุณป้ากินด้วย เพราะมือคุณป้าไม่มีแรงแกะยาง คุณลุงก็ดีเหลือหลาย ร้องอ๋อ เสียงยาว และว่าไม่รู้จริงๆ กลับมาทีไรของเหลือเพรียบ หมดแต่ข้าวเหนียว ไก่ย่าง คิดว่าชอบ เลยซื้อมาให้ประจำ จากนั้นก็รับปากแข็งขัน จะดูแลกันต่อไป

    วันนั้นผู้เขียนต้องกลับมานั่งทบทวน การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลสุขภาพ ไม่ใช่ของคนไข้นะ ของตัวผู้เขียนเอง ก่อนจะกลายเป็นคนเห็นแต่ไข้ แต่ไม่เห็นคนไข้เหมือนที่ผ่านมา  สวัสดีค่ะ