เสียงหัวเราะตอนหัวค่ำ....ที่บ้านครูอ้อย  ...หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์  

เมื่อวานนี้ตอนเย็น   เราแห้วกับเรื่องบางเรื่อง  แต่เราก็ออกไปกินข้าวนอกบ้านกัน   อิ่ม สนุก และมีความสุขมาก 

พอกลับมาถึงบ้าน  ด้วยความอิ่ม  จึงนั่งคุยกันก่อน   พ่อบ้านของครูอ้อย  ทำให้ครูอ้อยหัวเราะ  และมีความสุข  อันเนื่องมาจากการตอบแสดงความคิดเห็น  ในบันทึกของน้อง...บัวชูฝัก    ที่เกี่ยวกับการรำ  

พ่อบ้านของครูอ้อยเล่าว่า  ตอนเล็ก ๆ ได้รำ  ชื่อ...รำมังคละ   แล้วเธอก็พยายามเล่า  วิธีการรำ  ท่วงทำนองของเพลง   เพราะครูอ้อยไม่คยได้ยิน  

เธอบอกว่า....เป็นรำพื้นบ้าน  ใช้ทำนอง  รำโทน  ป๊ะ-โท่น-ป๊ะ-โท่น-ป๊ะ-โท่น-โท่น   แล้วเธอก็ทำแขน  ทำมือ  อ่อนช้อย  

เล่าต่อว่า  ..ผู้ชายใส่เสื้อคอกลม  แบบลำตัด  แต่สีพื้นๆไม่มีลายดอก   นางรำ...สวมเสื้อแขนกระบอก  ส่วนท่อนล่าง  ทุกคนใส่จูงกระเบน  เป็นผ้าไหม....ไปยืมเขามา 

ครูอ้อยฟังเธออย่างตั้งใจ...อืมมมม  แสดงว่าเธอเป็นนักรำจริงๆ   เธอเล่าไป  ก็แสดงความคิดเห็นในบันทึกของน้อง..บัวชูฝัก  ด้วย 

จากนั้น  เราก็เข้าไปใน google  เพื่อค้นหา....ข้อมูลเกี่ยวกับ....รำมังคละ    และก็พบด้วย  เป็นส่วนหนึ่งของวิจัย...

ครูอ้อยเลยถามต่อว่า...รำเก่งหรือ...  จึงได้รำออกงานโรงเรียน...

เธอหันตอบอย่างรวดเร็วว่า...ก็มีตัง  

เท่านั้นล่ะค่ะ  ครูอ้อยก็ก๊าก....จะไม่ก๊ากอย่างไรล่ะคะ  ฟังมาตั้งนาน  คิดว่า...รำเก่ง   ที่แท้  ...เป็นคนมีตัง   ที่จะต้องซื้ออุปกรณ์เสื้อผ้าที่จะต้องใช้ใส่รำ   ....

ก็ครูอ้อยเป็นครู  ทำไมไม่รู้ว่า...การที่จะได้เป็นตัวแทนของโรงเรียนไปรำในงานต่างๆนั้น...หนึ่ง..ต้องมีคุณสมบัติคือ...มีเงิน

เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงๆ   นักเรียนที่พ่อแม่มีเงิน  และยอมให้ลูกเพื่อให้ลูกได้รับประสบการณ์  นักเรียนก็มีความสุข  ได้แสดง  เป็นตัวแทนของโรงเรียนในงานต่างๆ ที่โรงเรียนได้พาไป  

ยังมีนักเรียนอีกมากที่ไม่ได้ไป  เพราะครอบครัว..ยากจน  พ่อแม่ไม่มีเงินมากพอที่จะส่งเสริมลูกๆในเรื่องประสบการณ์อย่างนี้  ...จึงไม่เคยได้เป็นตัวแทนของโรงเรียน.