บอกจริง ๆ ว่า เมื่อสอนไปสอนมา(สอนวิชาเดิม) เราพอรู้ตัวเองแล้วว่า ความรู้มีอยู่เท่าไร (ต้นทุนของความรู้) หลายเรื่องได้จากนักศึกษารายงานหน้าชั้นเรียน เมื่อนักศึกษาเก็บข้อมูลภาคสนามมาแล้ว มานำเสนอ

สิ่งวิตกกังวลของผมคือ เกรงว่าสอนไม่ครบถ้อยกระบวนความตามแผนการสอน แต่พอได้ยินนักศึกษารายงานหน้าชั้นแล้ว ความคิดของการสอนให้ครบ จบให้ทัน ผมเริ่มเปลี่ยนไป

การสอนให้ครบ จบให้ทัน เป็นส่วนดีที่ผู้สอนต้องรับผิดชอบ และเป็นเรื่องของการบริหารจัดการความรู้ นักศึกษาเขาอาจจะไม่ต้องการให้เรายัดเยียดอะไรในสิ่งที่เขาไม่อยากรู้ก็ได้ สิ่งที่นักศึกษานำมาพูด หลายเรื่องเป็นความรู้ใหม่ที่ไม่เคยบอกนักศึกษา แต่นักศึกษาค้นพบเองระหว่างลงภาคสนาม

ที่สำคัญ นักศึกษาสามารถสะท้อนความต้องการของตนเองได้เป็นอย่างดีว่า สิ่งที่เขาได้จากการปฏิบัติภาคสนามนั้น เหมาะสมกับวิชาชีพ ความสามารถของตนในอนาคตเพียงใด

หลายอย่างครับ...ที่ความไม่พร้อมของวัสดุ อุปกรณ์ของการจัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษา ตัวอาจารย์ผู้สอน(ไม่เฉพาะที่มร.ชม.) สะท้อนมาจากนักศึกษา มีนักศึกษาหลายคนครับที่นำเสนอบอกว่า

ไปศึกษาภาคสนามแล้วได้สิ่งที่มหาวิทยาลัยไม่เคยสอนกลับมา หลายเรื่องต้องศึกษาด้วยตนเอง ทักษะการใช้เครื่องมือก็ได้เรียนจากการไปภาคสนามและจากการที่มีผู้บอกและสอนนอกห้องเรียนทั้งนั้น

ผมก็มาวิเคราะห์ว่า...เอ๊ะเราโง่..หรือมหาวิทยาลัยโง่หรือไม่พร้อม...หรือหลักสูตรไม่ดีพอ...คิดไปคิดมา ย้อนกลับไปตอนที่เราจบจากมาหลายสถาบัน หลายแห่ง ก็คิดเป็นเรื่องปกติไป...

เพราะคงไม่มีที่แห่งใดที่จะสรรหา ป้อนวิชา ป้อนประสบการณ์ให้นักศึกษาได้ทุกอย่าง

สิ่งสำคัญผมคิดว่า อยู่ที่เราจริงจังต่อการจัดการความรู้ให้กับนักศึกษาขนาดไหน หลายคนที่ผมพูดคุยและเห็นถึงความไม่เอาถ่านของนักศึกษาก็มีมาก หลายครั้งที่ได้ฟังจากนักศึกษาว่า อาจารย์ปิดรายวิชานี้ในภาคเรียนนี้ไปแล้ว

ก็ตกใจว่า..เอ๊ะนักศึกษาไม่เอาถ่านหรืออาจารย์ไม่เอาถ่านเสียเอง