ช่วงนี้ในมหาวิทยาลัยนเรศวร บรรยากาศคึกคักในการเตรียมงานรับพระราชทานปริญญาบัตร ซึ่งจะมีขึ้น ในวันที่ 23 มกราคม 49 ผมต้องรีบมาทำงานเช้ากว่าปกติ เพราะถ้ามาช้าก็จะหาที่จอดรถไม่ได้ การที่จะต้องปรับตัวเองในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดูแลรักษาสุขภาพของเราให้แข็งแรง เมื่อตอนเช้าเห็นอ.สมลักษณ์ (Beeman) ยังเขียนห่วงใยสุขภาพของอาจารย์วิบูลย์ เพราะอาจารย์เขียนข้อคิดเห็นใน Blog ของอาจารย์สมลักษณ์ตอนเวลาประมาณตีหนึ่ง ผมเคยเขียน Blog ตอนไปประชุมที่สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ตอน 5 ทุ่ม ปรากฎว่าตอนเช้ามาดูที่ Blog ก็ได้รับข้อคิดเห็นจากอาจารย์เรียบร้อยแล้ว อาจารย์เข้ามาแสดงความยินดีกับความสำเร็จในสถานที่ทำงานน่าอยู่ น่าทำงานของคณะสหเวชศาสตร์ แม้แต่คณบดีของคณะสหเวชศาสตร์ ก็เช่นกัน ไม่รู้ท่านนอนเวลาไหน  คุณสริตา เล่าให้ฟังว่าเคยส่ง Mail ไปให้กับอาจารย์ตอนประมาณ 5 ทุ่ม หรือเที่ยงคืน ปรากฎว่าพอส่งไปได้ไม่นาน ได้รับการตอบจากท่านคณบดี การเขียน Blog ของท่านช่วงหลัง ๆ  ท่านใช้เวลาเขียนตอนเช้า น่าเห็นใจผู้บริหารเพราะงานของแต่ละท่านทำงานหนักจริง ๆ เมื่อวานผมเห็นท่านคณบดีใส่ชุดวอร์มไปออกกำลังกายที่ศูนย์ห้องปฏิบัติการส่งเสริมสุขภาพ ของคณะฯ เป็นภาพที่ผมแปลกใจอยู่เหมือนกัน เพราะตั้งแต่ท่านรับตำแหน่งมายังไม่เคยเห็นท่านใส่ชุดวอร์มไปออกกำลังกาย ท่านทักทายผมว่า บอยยังไม่เห็นโครงการสหเวชสร้างเสริมสุขภาพเลย

     โครงการสหเวชสร้างเสริมสุขภาพ ปีนี้ที่ผมได้เสนอโครงการเนื่องมาจากทางคณะสหเวชศาสตร์ ได้สมัครเข้าร่วมโครงการสถานที่ทำงานน่าอยู่ น่าทำงาน และมีเกณฑ์เรื่อง มีชีวิตชีวา ซึ่งจะเน้นในเรื่องของการส่งเสริมการออกกำลังกาย การตรวจสุขภาพประจำปีให้กับบุคลากรของหน่วยงาน ความจริงก่อนที่จะทำโครงการสหเวชสร้างเสริมสุขภาพ ผมได้ทำโครงการออฟฟิศแจ่มใส ซึ่งส่งเสริมให้บุคลากรในสำนักงานเลขานุการ ออกกำลังทุกวันพุธของสัปดาห์หลังเลิกงาน หลายคนรู้สึกดีที่ได้มีการผ่อนคลายหลังเลิกงาน เนื่องจากผมเห็นว่าเป็นนโยบายของทางจังหวัดและมหาวิทยาลัยก็ส่งเสริมให้บุคลากรได้มีการออกกำลังกาย วันพุธบุคลากรในสำนักงานเลขานุการก็จะใส่ชุดวอร์มมา ทางอาจารย์ในคณะฯ ก็อยากมีส่วนร่วมด้วย แต่ติดเรื่องเวลาเพราะอาจารย์มีภาระงานสอนค่อนข้างเยอะ จึงไม่ค่อยมีเวลา ที่ประชุมคณะกรรมการประจำคณะเห็นควรให้บุคลากรทั้งเจ้าหน้าที่ได้มีการออกกำลังกาย รวมถึงสนับสนุนให้บุคลากรได้รับการตรวจสุขภาพประจำปีด้วย โครงการนี้จึงได้รับการบรรจุในแผนปฏิบัติการประจำปี แต่ลำพังบุคลากรตัวเล็ก ๆ อย่างผมคงไม่อาจทำได้ เพราะจะมีการตรวจสุขภาพประจำปีด้วย คณะสหเวชศาสตร์มี 4 สาขาวิชา คือ เทคนิคการแพทย์ เทคโนโลยีหัวใจและทรวงอก รังสีเทคนิค และกายภาพบำบัด เมื่อตอนประชุมคณะกรรมการศูนย์ส่งเสริมสุขภาพ ผมได้ขอนำเรื่อง โครงการสหเวชสร้างเสริมสุขภาพ เข้าในที่ประชุมด้วย จึงได้มีมติว่า จะมีการตรวจสุขภาพประจำปีให้กับบุคลากรทั้งคณะ โดยทั้ง 4 ภาควิชายินดีจะให้บริการตรวจให้กับทุกคนในคณะ เป็นอันว่าบุคลากรทุกคนในคณะได้รับการตรวจสุขภาพประจำปีฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย (ความจริงก็เป็นเงินในโครงการ คือเงินคณะ) แต่ถือเป็นสวัสดิการให้บุคลากรในคณะ

      การดำเนินงานโครงการสหเวชสร้างเสริมสุขภาพ ผมได้หารือกับผู้ช่วยคณบดีฝ่ายสหเวชศาสตร์ชุมชน (ดร.สุรพล ตั้งวรสิทธิชัย) ให้ท่านช่วยเป็นประธานดำเนินงานให้ และให้หัวหน้าภาควิชาทั้ง 4 ภาควิชาร่วมเป็นกรรมการดำเนินงาน ส่วนผมเป็นเลขานุการ และดึงเจ้าหน้าที่ในห้องปฏิบัติการเป็นผู้ช่วยเลขานุการ เพื่อให้งานห้องปฏิบัติการมีส่วนร่วมรับผิดชอบในโครงการของสำนักงานเลขานุการด้วย เวลาทำโครงการของสำนักงานเลขานุการ งานห้องปฏิบัติการมักไม่ได้มีส่วนร่วม ปีนี้จึงให้เข้ามามีส่วนร่วม ผมยกร่างกิจกรรมออกกำลังกายดังนี้

  • ภาควิชาเทคนิคการแพทย์ ออกกำลังกายทุกวันจันทร์
  • ภาควิชาเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอก ออกกำลังกายทุกวันอังคาร
  • สำนักงานเลขานุการ ออกกำลังกายทุกวันพุธ
  • ภาควิชารังสีเทคนิค ออกกำลังกายทุกวันพฤหัสบดี
  • ภาควิชากายภาพบำบัด ออกกำลังกายทุกวันศุกร์

     เป็นการยกร่างดูแต่ไม่รู้จะได้รับความเห็นชอบจากภาควิชาหรือเปล่า ตอนนี้ให้อาจารย์สุรพล ช่วยตรวจโครงการให้ การออกกำลังกายก็จะเริ่มเวลาประมาณ 15.30 น. เรียกว่าเมื่อถึงเวลาก็วางปากกา ปิดเครื่องคอมฯ และเปลี่ยนชุดกันไปออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง ทางคณะพยาบาลฯ (คุณสุรีย์) ที่ทำงานอยู่ติดกันมาชวนผมไปร่วมกิจกรรมออกกำลังกายแบบแอโรบิคอยู่เหมือนกันที่คณะพยาบาลฯ เพราะได้รับการสนับสนุนโครงการจากงปม.ของ สสส.  ผมได้ลองทำตัวชี้วัดโครงการนี้ดูว่า ก่อนเข้าร่วมโครงการและหลังเข้าร่วมโครงการสมรรถภาพทางร่างกายของผู้เข้าร่วมโครงการเป็นอย่างไรบ้าง

     สุขภาพเป็นพื้นฐานสำคัญ ในการดำเนินชีวิต โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมสุขภาพกาย ความจริงได้เกริ่นเรื่องสุขภาพจิตใจกับคณบดี เรื่องห้องปฏิบัติธรรมไว้เหมือนกัน แต่วันนี้ผมว่าทุกคนในคณะทำงานหนัก ควรให้ความสำคัญในเรื่องการดูแลรักษาสุขภาพกันด้วยครับ โดยเฉพาะการปฏิบัติตัวตามนาฬิกาชีวิตของหมอวัลลภ เป็นประโยชน์มาก เมื่อตอนปีใหม่รองคณบดีฝ่ายวิชาการ (ผศ.ปนดา เตชทรัพย์อมร) แจกหนังสือเรื่อง นาฬิกาชีวิต ได้ประโยชน์ในการดำเนินชีวิตเป็นอย่างดี หัวหน้าภาควิชากายภาพบำบัด (อาจารย์กนกพร อุณเอกลาภ) แจกหนังสือเช่นกันโดยให้สุ่มจับ มีหลายเรื่อง ผมได้เรื่อง อุบายระงับความโกรธ ให้ประโยชน์เป็นอย่างดีเช่นกัน

       เมื่อตอนช่วงเทศกาลเข้าพรรษาได้ชักชวนบุคลากรในสำนักงานเลขานุการ ที่เป็นสุภาพบุรุษงดเหล้าเข้าพรรษา  รู้สึกว่ามีความสุขดีที่เห็นสุภาพบุรุษในสำนักงานเลขานุการที่ให้ความร่วมมือกับผมเป็นอย่างดี โดยไปตั้งสัจจะอธิษฐานที่ลานพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ยังคิดเล่น ๆ อยู่ว่า อยากชักชวนคนในมน. ตั้งชมรมคนเหล้าเข้าพรรษา (ความจริงคงมีหลายคนที่ไม่ดื่ม หรือดื่มเฉพาะช่วงเทศกาล) โดยเริ่มจากในคณะสหเวชศาสตร์ก่อน และชวนหน่วยงานอื่น ๆ เข้าร่วมอุดมการณ์

      ก่อนจบ Blog นี้ขอให้ทุกท่านดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงด้วยครับ

บอย

ชุมชนสำนักงานเลขานุการ