ว่าแล้วก็รื้อต่อไป งานรื้อบ้าน ก็เป็นความสุขอีกอย่างหนึ่งเหมือนกัน
เมื่อวานได้รื้อเก็บหนังสือพิมพ์ย้อนหลัง รื้อไป ก็อ่านไป จากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายสัปดาห์ 26 ส.ค. 50 คอลัมภ์ของ ศ.ดร.นพ.วิทยา นาควัชระ เขียนเรื่อง เป้าหมายชีวิต
พูดว่า.. คิดแบบลึกซึ้งจริงๆแล้ว ทุกคนต้องการความสุข
- ความสุขทางกาย
- ความสุขทางใจ
- ความสุขทางจิตวิญญาณ
สิ่งที่กำกับ ความสุขทางกาย คือ ความพอ ยอม ถ่อมตัว ถ่อมใจ
ความสุขทางใจ หมั่นแสดงความรักและมิตรภาพอย่างเหมาะสมกับตนเองและผู้อื่นโดยเฉพาะคนใกล้ตัว โดย ยิ้มแย้ม ทักทาย ชมเชย ช่วยเหลือ
ความสุขทางจิตวิญญาณ จิตวิญญาณ ต้องการอาหาร คือ ความดี
........................................
อ่านแล้วน่าสนใจดี ว่าแล้วก็รื้อต่อไป งานรื้อบ้าน ก็เป็นความสุขอีกอย่างหนึ่งเหมือนกัน
สวัสดีครับ พี่หน่อย
สุข สบายดี นะครับ...ดูแลสุขภาพด้วยนะครับ
.....................
บันทึกเล็กๆของพี่มีคุณค่ามากเลยครับ อ่านเเล้วได้ข้อคิดเตือนใจ ..
เห็นพี่รื้อบ้าน ผมคงต้องรื้อบางแล้ว เพราะรื้อแล้วเจอขุมทรัพย์ที่เคยซ่อนตัวเองไว้
สนุกดีครับ
แต่ถ้าอ่านไปเรื่อยๆ ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ความสุขต่างๆนั้นแยกกันได้อย่างไร โดยเฉพาะทางใจและทางจิตวิญญาณ
ทุกวันนี้เราใช้คำว่าจิตวิญญาณกันมากเลยครับ
ไม่รู้ว่า จริงๆแล้วมันแปลว่าอะไร
ยิ่งงานวิจัยใหม่ที่ออกมา มีคำว่า จิตสังคม (แปลมาจาก psychosocial) อีก เล่นอาผมหัวปั่น
คุณหน่อยช่วยขยายความได้ไหมครับ
ขอบคุณพี่หน่อยครับ...จะเร่งสร้างความสุขทั้งหลายให้เกิดขึ้นในเร็ววัน
เมื่อเช้าพี่หน่อย โทร.คุยกับพี่ลม้ายที่ปัตตานี ที่ทำงานวิจัยกับ อ.นุกูล ฟังเรื่องราว...ก็ยังนึกถึง น้องขุน
สวัสดีครับ…….หน่อย พี่ผ่านร้านเน็ต เข้ามาดูนิดหนึ่งครับ เห็นเขียนไว้ จึงขอแจมนิดก็แล้วกัน ..ถ้าเป้าหมายชีวิตของคนเราอยู่ที่การอยู่ดีมีสุข ทั้งกาย วาจา ใจ และจิตวิญญาณ …..เป็นสิ่งที่ดีมากเลย เพราะที่ผ่านมาในชีวิตมีแต่ความทุกข์ ทางกาย วาจา ใจ และจิตวิญญาณ ใช่หรือเปล่า????? แต่ความเป็นจริง กลับไม่ใช่ เพราะว่า.มันน่าจะมีมากกว่าที่อ่าน…..ความเป็นจริง คือ กฎของไตรลักษณ์ (ทุกขัง,อนิจจัง,อนัตตา) เป็นตัวตั้ง เป้าหมายคือ การละบาป ,ทำดี และทำจิตใจให้ผ่องใสเข้าไว้ …..ถ้าคนเราไม่เข้าใจว่าทุกข์กาย คือสรรพโรค ,การที่ร่างกายไม่จิรังยั่งยืน ,ตายได้ และอ่อนแอกว่าสัตว์ใด ๆในโลกนี้ แล้วจะทำให้สุขกายได้อย่างไร? แค่มีที่อยู่อาศัยกันแดดกันลม ,มีเสื้อผ้าไว้ปกปิดร่างกาย,มีอาหารการกินที่เหมาะกับฟันที่ทานเนื้อทานผักใบไม้ และธัญญพืช ,การได้รักษาโรคด้วยคิลาน มากกว่านายแพทย์ แค่นี้ทำให้สุขกายอย่างถูกต้องตามหลักธรรมชาติที่สุดแล้วครับ..แล้วที่เกินมา คืออะไรครับ สุขกาย ,สุขใจ,สุขจิตวิญญาณ ที่ควรเป็นอย่างธรรมชาติคืออะไร? แมวไม่สบาย หาหญ้ากินเอง คนไม่สบายหาหมอครับ ผิดธรรมชาติ………..ครับ
ดีคะ พี่อธิบายเพิ่ม ให้บันทึกนี้สมบูรณ์คะ ให้มอง
เข้าท่าจังน้องหน่อย
ขอบคุณด้วยใจจริงครับ
<div style="padding-right: 4px; padding-left: 0px; padding-bottom: 4px; padding-top: 0px">
</div>
</span><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p>มันคู่กัน ไม่มีสุขก็ไม่มีทุกข์ ไม่มีทุกข์ก็ไม่เห็นความสุข……………………………………. รู้สึกสนุกอีกแล้ว…..อย่างที่พี่ว่า เป็นของคู่กัน เราก็มองให้เป็นธรรมชาติ มองเป็นธรรมดา กลางๆ งั้น เราก็มาเริ่มที่เหตุ ถ้าทำเหตุที่ดี สิ่งที่เกิดขึ้นจะทุกข์ จะสุข ก็สุดวิสัย ใช่มั้ยคะ แต่ตัวอย่างที่พี่ยกมา น่ารักจังคะ แข่งกันน้ำหนักเพิ่ม หรือคะ พี่บางทรายชนะแม่บ้าน แน่นอน