ก็เป็นสิ่งที่ผมภาคภูมิใจว่าผมได้นำแนวทางของความพอเพียงมาปฏิบัติแล้ว
          จากบันทึกชีวิตกับความพอเพียงตอนที่ 1 ตอนทบทวนตัวเอง  บันทึกนี้จะเขียนต่อว่า หลังจากที่ได้เริ่มปรับเปลี่ยนแนวคิดจากการทำการเกษตร (ทำสวน) เพื่อหวังว่าจะมีรายได้   และผมได้ปรับเปลี่ยนเป้าหมายเพื่อการสร้างป่าทั้งไม้ผล-ไม้ยืนต้น-พืชอาหาร เพื่อการพึ่งพาตนเองในอนาคต
         แม้ว่าทุกวันนี้ยังดำรงชีวิตใน 2 แบบ  คือในวันธรรมดาก็จะเข้ามาอยู่บ้านพักราชการในเมืองเพราะว่าใกล้ที่ทำงานและใกล้ที่เรียนของเด็กๆ  ส่วนนี้จะอยู่แบบคนเมือง   สำหรับวันหยุดก็จะเข้าไปอยู่ในสวนเพื่ออยู่กับธรรมชาติ  พร้อมทั้งพึ่งพาตนเองให้มากที่สุดโดยเฉพาะในด้านอาหารการกิน
          บันทึกนี้ก็เลยขอนำตัวอย่างหนึ่งของผมที่ได้อาหารพื้นบ้านด้วยการอาศัยผลผลิตจากสวนของตนเองมาบอกเล่า  เพื่อเป็นเครื่องยืนยันว่า หากเราลงมือปลูกต้นไม้และเลี้ยงดูเขา  ในวันหนึ่งข้างหน้าเขาก็จะตอบแทนเราด้วยการให้อาหาร  สิ่งใช้สอย ได้อย่างแน่นอน  ทำมาก-ปลูกมาก  ก็จะมีผลตอบแทนให้เราได้บริโภคมากเป็นเงาตามตัว  มีความสุขไปอีกแบบหนึ่งนะครับ
         ลองดูซิครับว่าช่วงหน้าฝนนี้ ที่สวนผมมีอะไรบ้าง  นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งนะครับ
  • หน้าฝนก็ต้องหน่อไม้ครับ  ช่วงหน้าฝนนี้มีกินเหลือเฝือครับ  ต้องทำเป็นหน่อไม้ดอง หรือแบ่งขาย...เห็นไหมครับเหลือกินก็ขายเป็นรายได้

 


แกงหน่อไม้เมนูอร่อยๆ

  • ผักหวานบ้าน  มีอยู่ 4-5 กอ  นำมาต้มหรือลวกกินกับน้ำพริกอร่อยอย่าบอกใครเชียว


เมนูนี้ต้มผักหวานบ้านครับ

  • ช่วงหน้าฝนนี้ฝักเพกามีให้ทานได้ตลอด(ทานไม่ทันครับ)  เพกานี้ผมไม่ได้ปลูก แต่ว่าเขาจะขึ้นเอง เพียงแต่เราเว้นไม่ไปตัดเขาทิ้งตอนตัดหญ้า เพียงย่างเข้าปีที่ 2 ก็มีฝักให้เราได้ทานแล้วครับ 


ผัดฝักเพกาครับ

         ยังมีอีกหลายเมนูครับที่เป็นผลพลอยได้จากการปลูกต้นไม้-ทำสวน  อาจจะไม่มากและหลากหลายเหมือนหลายๆ สวนที่เขาได้ทำมานานแล้ว  แต่ก็เป็นสิ่งที่ผมภาคภูมิใจว่าผมได้นำแนวทางของความพอเพียงมาปฏิบัติแล้ว  เพียงเล็กน้อยก็ยังดีในอนาคตต่อไปคงจะได้อาศัยพึ่งพาธรรมชาติที่เราสร้างขึ้นมากับมือได้มากกว่านี้

       เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตกับความพอเพียงในประเด็นของการกินอย่างง่ายๆ ที่ผมนำมาแลกเปลี่ยนครับ

วีรยุทธ  สมป่าสัก  07 ก.ย. 50