ความเป็นผู้นำของคน ลักษณ์ 5 (นักสังเกตการณ์)

ผู้นำลักษณ์ 5 อาจจะไม่พูดมาก แต่มักจะบอกทุกคนว่า สามารถเข้าหา ปรึกษาหารือได้ตลอดเวลา แต่ผู้คนก็มักจะแหยงๆ กับความเงียบของผู้นำลักษณ์ 5 พอสมควร

               สำหรับผู้นำลักษณ์ 5 หรือ ที่เราเรียกว่า นักสังเกตการณ์ บุคลิกภาพภายนอกโดยทั่วไปมักเป็นคนที่เงียบๆ สุภาพ ไม่ค่อยยิ้ม แต่ก็ไม่เสมอไป เพราะผู้เขียนเคยพบคนห้าที่พูดเก่งมาก ไม่เปิดโอกาสให้ใครพูดแซงได้เลย เหมือนกัน ซึ่งพอถามไปลึกๆ แล้วเธอบอกว่า ก็เพื่อป้องกันไม่ให้คนอื่นถามเรื่องส่วนตัวของเธอไง

 

             ตัวอย่างนี้เป็นสิ่งยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า อย่าตัดสินให้ลักษณ์คนจากพฤติกรรมภายนอก การระบุหรือค้นหาลักษณ์ ควรตัดสินจากแรงจูงใจภายใน อันเป็นที่มาของพฤติกรรมเท่านั้น

  ผู้นำลักษณ์ 5 อาจจะไม่พูดมาก แต่มักจะบอกทุกคนว่า สามารถเข้าหา ปรึกษาหารือได้ตลอดเวลา แต่ผู้คนก็มักจะแหยงๆ กับความเงียบของผู้นำลักษณ์ 5 พอสมควร

เท่าที่คนลักษณ์ 5 เล่าให้ฟัง จะมีการตีความ การเงียบของคน 5 จากคนต่างศูนย์ ต่างกัน เช่น feed back ของคนศูนย์ใจ จะบอกว่าตนเห็นถึงป้ายประกาศ ห้ามยุ่ง ในอาการเงียบของคนห้าชัดเจน จนไม่กล้าเข้าใกล้ โดยไม่ต้องพูด ไม้ต้องบอกกล่าว   แต่ขณะที่เสียงสะท้อนจากคนศูนย์หัวและคนศูนย์ท้อง จะอ่านภาษากายแบบนี้ของคนห้าไม่ค่อยออก ส่วนใหญ่มักจะไม่ใส่ใจว่าตอนนั้นคนลักษณ์ห้าเป็นอย่างไรด้วยซ้ำ

  อีกบุคลิกหนึ่งที่ผู้บริหารลักษณ์ห้ามีร่วมๆ กัน คือ ให้หน้าห้องเป็นคนรับแขก แยกแยะผู้ที่จะเข้าพบแทนตนเอง และมักมีประตูทางออกอีกด้านหนึ่งไว้หลบ (ถ้าทำได้)

ในการอบรมครั้งหนึ่งวิทยากรแซวผู้บริหารลักษณ์ห้าว่า ควรหาคนลักษณ์ 2 มาเป็นหน้าห้องสักคนหนึ่งเพื่อแบ่งเบาภาระการที่ต้องพบปะผู้คน ปรากฏว่ามีเสียงเฮเต็มห้องประชุม เนื่องจากในความเป็นจริง หน้าห้องก็มาอบรมด้วยและเป็นคนลักษณ์ 2 จริงๆ 

 

การพบปะ หรือมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนเป็นการสูญเสียพลังงานอย่างใหญ่หลวงสำหรับคนลักษณ์ 5   ถ้าผู้นำลักษณ์ห้าที่สังเกตตัวเองดีพอ จะพบว่าจุดนี้เป็นจุดอ่อนของตัวเองตั้งแต่วัยหนุ่มสาว หลายคนไปฝึกทักษะ พัฒนาบุคลิกภาพ จะพบว่าเป็นสิ่งที่ทำได้ เพราะแท้จริงแล้วการสูญเสียพลังงานเกิดจากความกลัวของคนห้าเองที่ปิดโลกของตัวเองไว้ และเชื่ออยู่ตลอดเวลาว่าการเปิดตัวเองออกสู่ผู้คนเป็นเรื่องที่ทำยาก ทำไม่ได้ ทำแล้วแย่ ใจสั่น ตัวสั่น ความเป็นส่วนตัวหายไป จะอยู่ไม่ได้ แต่เมื่อมีสติรู้ตัว แล้วฝึกเรื่องมนุษย์สัมพันธ์ ก็จะพบว่าทำได้ ไม่ได้เป็นเรื่องยากแต่อย่างใด แต่ด้วยโลกทัศน์ของคนลักษณ์ห้าบิดเบี้ยวไม่ตรงกับความเป็นจริงทำให้ผูกตนเองไว้กับโลกส่วนตัวอย่างเต็มที่นั่นเอง

 

คนลักษณ์ห้ามักบอกว่า แทนที่จะเอาเวลาไปพูดคุยกับผู้คน ในเรื่องลมฟ้าอากาศนั้น เป็นเรื่อง ไร้สาระ สู้เอาเวลาไปอ่านหนังสือ หรือศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมดีกว่า คนลักษณ์ห้ามักมีความรู้มาก มากว่าที่คนอื่นประเมินเสียอีก แต่ เขา/เธอ มักจะไม่ค่อยแสดงออกมากนัก หรืออีกทางหนึ่งก็ทำตัวหยิ่ง รู้มาก จนน่าหมั่นไส้ไปเลย เราจะพบได้ทั้ง 2 แบบ แต่เขา/เธอ จะไม่พูดมากในเรื่องที่ตัวเองไม่รู้ ต้องรู้จริงๆ เท่านั้นจะพูดจนคนฟังเบื่อที่จะฟังไปเลย

 
              จุดแข็งของผู้นำลักษณ์ 5  อยู่ที่ความสามารถในการตัดสินใจอย่างเป็นกลาง วิเคราะห์สถานการณ์บนฐานของข้อมูล ซึ่งทำให้มีความแม่นตรงสูง ยกเว้นข้อมูลเรื่องอารมณ์ความรู้สึก หรือเรื่องของ คน ที่เต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวาย ผู้บริหารคนห้ามักตกม้าตายบ่อยๆ   แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนลักษณ์ห้าจะทำงานด้านการบริหารงานบุคคลไม่ได้นะคะ เพราะในหัวของผู้นำลักษณ์ห้าจะเต็มไปด้วยเครื่องมือใหม่ๆ งานทางวิชาการใหม่ๆ ที่จะจัดการกับคน แต่ผู้บริหารคนห้าจะให้คนอื่นทำ ตัวเองออกนโยบายได้

  เราจะพบว่าผู้นำลักษณ์ 5 ในภาวะปกตินั้นจะไม่ค่อยมีความโดดเด่นนัก เพราะเป็นนิสัยไม่ชอบเด่นอยู่แล้ว ขอให้ได้ทำงานที่ชอบ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องข้อมูล ความรู้ การคิด วิเคราะห์ ผู้นำลักษณ์ห้าก็พอใจแล้ว ไม่ไปเล่นการเมืองเพื่อแย่งชิงความเป็นใหญ่กับใคร พออยู่ พอกิน อย่ามาแทรกแซงงานของเขา/เธอ เป็นพอ

 

ผู้นำลักษณ์ 5 บางคน อาจจะถูกมองว่าเป็นพวก ช้า เนิบนาบ ก็ได้ เพราะกว่าจะตัดสินใจแต่ละที ต้องหาข้อมูล หาหลักฐาน ข้อเท็จจริง ให้ครบทุกมุมมอง จนบางครั้งไม่ทันใจใครๆ หลายคน โดยเฉพาะคนลักษณ์ 8 ดังนั้น ผู้นำลักษณ์ห้าบางท่าน จึงมียุทธศาสตร์ของตนเองว่า ในการรับงานแต่ละงานจะกำหนดวันส่งมอบงานไว้ เพื่อกันไว้ไม่ให้ตัวเอง หลงระเริง หรือ สนุก กับข้อมูลใหม่ๆ ที่หลั่งไหลเข้ามาตลอดเวลา เป็นอุปสรรคต่อการตัดสินใจ เพราะส่วนใหญ่ก็มักจะบอกว่า ข้อมูลที่ได้ยังไม่พอ ยังไม่ครบ เสียที

 

แต่ในสถานการณ์ที่องค์กรอยู่ในภาวะวิกฤต สถานการณ์ปั่นป่วน ผู้บริหารหลายคนตื่นตูม เต้นไปเต้นมากับความเสี่ยง กับวิกฤติที่เกิดขึ้น ผู้นำลักษณ์ห้า มักจะนิ่ง และประมวลข้อมูลได้เฉียบคม สามารถใช้กับสถานการณ์ได้ โดยไม่ค่อยตื่นตูมตามคนอื่นนัก ซึ่งเป็นการดึงศักยภาพเรื่อง การไร้อารมณ์ ของคนห้า ซึ่งในภาวะปกติ เป็นเรื่องที่เป็นจุดอ่อนของผู้นำลักษณ์ห้า แต่ในสถานการณ์วิกฤติ เรื่องการไร้อารมณ์ และนิ่ง กลับช่วยกู้สถานการณ์ต่างๆ ได้ดี

 

ด้านสัมพันธภาพ ผู้นำลักษณ์ 5 มักมีกำแพงในการสื่อสาร แต่ถ้าใครเข้าไปเรียนรู้ คุ้นเคยแล้ว จะพบว่า ผู้นำลักษณ์ 5 เป็นนักฟังที่ดีเลิศ นอกจากนั้นยังช่วยคุณวิเคราะห์ปัญหา หาทางออกให้อยู่บ่อยๆ แต่จะตกม้าตายเรื่อง ความรัก ความรู้สึก เขาจะงงๆ มึนๆ และมักจะบอกว่า เรื่องนี้เอาเรื่องความรู้สึกออกอ่อน แล้วทำตามขั้นตอน หนึ่ง สอง สาม แต่คนที่มาปรึกษาปฏิบัติไม่ได้ เพราะไม่สามารถแยกความรู้สึกออกจากปัญหานั้นๆ ได้

 

ผู้นำลักษณ์ห้า มักบอกว่า ที่ทำงานปัญหาเรื่องส่วนตัวไม่ควรเอามาปะปน และให้แต่ละคนรับผิดชอบเรื่องส่วนตัวของตัวเอง ทำให้ผู้คนมองผู้นำลักษณ์ห้าว่า ไร้น้ำใจ   แต่ผู้นำลักษณ์ห้า ก็บอกตัวเองว่าตัวเองทำตามหลักการ ผิดตรงไหน ซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้นำลักษณ์ ห้า ต้องฝึกเพื่อข้ามพ้นลักษณ์ของตนเอง โดยใช้พลัง 3 ศูนย์ให้สมดุลต่อไป เช่นเดียวกันกับทุกลักษณ์ ซึ่งมีเรื่องที่ต้องเรียนรู้ที่จะข้ามพ้นเช่นเดียวกัน

 ท่านผู้อ่านที่สนใจจะศึกษาแง่มุมของนพลักษณ์สำหรับการทำงานในองค์กร ตอนนี้มีหนังสือให้ท่านศึกษาเพิ่มเติมแล้วค่ะ ขอประชาสัมพันธ์หนังสือน่าอ่านหน่อยนะคะ   ปั้นคน ให้เก่งคน เล่ม 1 และ เล่ม 2 - หนังสือประยุกต์ใช้เอ็นเนียแกรมในการทำงาน   แปลจาก Brining Out the Best in Yourself at Work : How to Use the Ennegram System for Success เขียนโดย ด๊อกเตอร์ จินเจอร์ ประธาน International Enneagram Association.
             หนังสือเล่มนี้ประกอบด้วยกรณีศึกษาจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้นของคนแต่ละสไตล์เอ็นเนียแกรม ครอบคลุมหัวข้อต่างๆ เช่น การสื่อสาร การบริหารความขัดแย้ง และ การพัฒนาความเป็นผู้นำ  สามารถหาซื้อได้ตามร้านหนังสือใหญ่ๆ ทั่วไป

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน แลกเปลี่ยน เรียนรู้ "นพลักษณ์"

คำสำคัญ (Tags)#การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์#ภาวะผู้นำ#รู้จักตนเอง#นพลักษณ์#self development#transformation leadership#transpersonal management#การข้ามพ้นตัวตน#การพัฒนาคนเอง

หมายเลขบันทึก: 126089, เขียน: 07 Sep 2007 @ 16:16 (), แก้ไข: 19 Jun 2012 @ 13:04 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, อ่าน: คลิก


ความเห็น (0)