ธรรมะรับอรุณ : สักว่า

ดูกร  พาหิยะ  ในกาลใดแล

เมื่อท่านเห็นจักเป็นสักว่าเห็น

เมื่อฟังจักเป็นสักว่าฟัง

เมื่อทราบจักเป็นสักว่าทราบ

เมื่อรู้แจ้งจักเป็นสักว่ารู้แจ้ง

ในกาลนั้น  ท่านย่อมไม่มี

ในกาลใด  ท่านไม่มี 

ในกาลนั้น  ท่านย่อมไม่มีในโลกนี้

ย่อมไม่มีในโลกหน้า

ย่อมไม่มีในระหว่างโลกทั้งสอง

นี้แลเป็นที่สุดแห่งทุกข์

พาหิยสูตร  พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๕/๔๙

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ทำเพื่อธรรม

คำสำคัญ (Tags)#ธรรมะรับอรุณ

หมายเลขบันทึก: 124176, เขียน: 02 Sep 2007 @ 03:12, แก้ไข, 11 Feb 2012 @ 20:10, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 19, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (19)

ช่วงนี้ ผมกำลังอ่านหนังสือ ไอน์สไตน์ถาม พระพุทธเจ้าตอบ ของคนเขียนที่บอกว่าตนเองเป็นแม่บ้านชื่อ ศุภวรรณ กรีน

เนื้อหาเป็นเรื่องเดียวกับ พาหิยสูตรที่น้องธรรมาวุธ บันทึกเลย

จุดคงที่นิรันดร์ คือ นิพพาน 

สงสัยอีกนิดหนึ่ง น้องไม่หลับไม่นอนบ้างเลยหรือไร หรือมีอาการเดียวกับพระอาจารย์ชัยวุธ

ดูทีหลัง ธรรมาวุธ สหาย

เมื่อท่านเห็น ท่านจักไม่เห็น

เมื่อท่านฟัง ท่านจักไม่ได้ยิน

เมื่อท่านรู้แจ้ง ท่านจักไม่หลงทาง

ในกาลไหน ท่านก้าวข้ามสิ่งเหล่านั้นไปได้

ท่านย่อมอยู่ในท่ามกลางโลกทั้งสาม

ย่อมเป็นสุขยิ่งแล้ว

นี้คือความไม่มีที่สุดแห่งทุกข์ทั้งปวง

Sasinand
เขียนเมื่อ 02 Sep 2007 @ 08:46

สวัสดีค่ะ

คนเรา ถ้าไม่ยึดติดอะไรนัก ก็จะมีความสุขมาก

รู้ทั้งรู้ ก็ยังทำไม่ค่อยจะได้ค่ะ

สิทธิรักษ์
เขียนเมื่อ 02 Sep 2007 @ 10:53

สวัสดีท่าน ธรรมาวุธ  Pธรรมาวุธ   

ทักทายท่านผู้รอบรู้  ผู้ชี้แจ้ง 

มาขออนุญาติท่าน นำความบางตอนไปรวม

มาขอบคุณอย่างยิ่ง

http://gotoknow.org/blog/mrschuai/117622#

  • ตามมาทบทวนธรรม เพิ่มความเพียร และเตือนสติ..บนหนทางที่ยาวไกล และยากยิ่ง...สำหรับมนุษย์ผู้ที่ต้องพบปะกับสิ่งเร้าด้วยมายาแห่งกิเลสอันมากมาย...อย่างเรา
  • ขอบคุณนะคะ..
ธรรมาวุธ
เขียนเมื่อ 02 Sep 2007 @ 22:21
P

สวัสดีครับคุณหมอ

  • ผมเคยอ่านหนังสือของคุณศุภวรรณ ประมาณสามสี่เล่มครับ
  • และเคยอ่านประวัติที่สอดแทรกมาในหนังสือของท่านด้วย  คุณศุภวรรณเป็นผู้หญิงที่แกร่งพอตัวเหมือนกัน  เรียนจบใหม่ๆ ไปอยู่ถ้ำ(ที่ห่างจากวัดพอสมควร) คนเดียวถึงสามเดือนเชียวครับ  และเธอก็ปฏิบัติธรรมมาตลอดจนมีสามีและมีลูก
  • หนังสือที่ผมได้อ่านก็คือ  อวดอุตริมนุสธรรมที่มีในตน, คู่มือชีวิต ทั้งสองภาค  ส่วน ใบไม้กำมือเดียว ผมมีเป็น pdf ยังไม่ได้อ่าน  และ เล่มที่คุณหมอกำลังอ่านผมก็ยังไม่ได้อ่านเช่นกันครับ  ว่างๆ คุณหมอมาเล่าให้ฟังบ้างซิครับ
  • ส่วนถ้าจะแวะตามความเคลื่อนไหวของเธอ  ก็ที่นี่เลยครับ  คิดว่าในหนังสือน่าจะบอกไว้
  • หนังสือของคุณศุภวรรณ ผมว่าน่าอุดหนุนทีเดียว  เธอจะเล่าประสบการณ์โดยตรง  และกว่าหนังสือของเธอจะได้พิมพ์ขนาดนี้ก็ต้องพยายามกันเลือดตาแทบกระเด็นทีเดียวครับ  ว่าสำนักพิมพ์จะยอมพิมพ์ให้  ก็ต้องช่วยกันอุดหนุนกันหน่อย
  • ส่วนที่คุณหมอสงสัยนั้น  ไม่ต้องสงสัยครับผมได้นอนแน่  อาจนอนมากกว่าคุณหมอเสียอีกครับ  เพียงแต่ผม(ตอนนี้ยัง) เลือกเวลานอนเองได้  อันนี้เป็นนิสัยเสียส่วนตัวครับ
  • ไม่รู้ว่าเหมือนพระอาจารย์ชัยวุธหรือเปล่า  สงสัยต้องไปอ่านดูเสียแล้ว  ได้ข่าวว่าคุณหมอไปบังคับ เอ๊ย นิมนต์ให้หลวงพี่เล่าให้ฟังใช่ไหมครับ?

ขอบพระคุณที่สละเวลามีค่ามาเยี่ยมเยียนกันครับ

ธรรมะสวัสดีครับ

ธรรมาวุธ
เขียนเมื่อ 02 Sep 2007 @ 22:27
P

สวัสดีและยินดีต้อนรับครับคุณณัฏฐ์

  • ขอขอบคุณกับกลอนที่ลึกซึ้งยิ่งนักครับ
  • ผมปัญญาน้อยอ่านแล้วเข้าใจบ้าง  ไม่เข้าใจบ้าง  แต่พอจะเดาทางออกครับ
  • ผมเคยอ่านมาว่า นิกายเซนนั้นไม่เน้นพิธีการมากนัก  เน้นการตรัสรู้แบบฉับพลัน  และให้ทำลายความเป็นของคู่  เพราะถ้าเราทำลายความเป็นของคู่ได้แล้วนั่นแหละคือ นิพพาน
  • ผมเข้าใจเอาเองประมาณนี้  แต่เชื่อว่าคงไม่ถูกนัก
  • ก็จะรอให้คุณณัฏฐ์มาชี้แจงอีกคราครับ

ธรรมะสวัสดีครับ

ธรรมาวุธ
เขียนเมื่อ 02 Sep 2007 @ 22:34
P

สวัสดีครับคุณพี่ศศินันท์

  • ครับ ท่านว่าโลกนี้ไม่มีอะไรให้ยึดติด  เพราะมันไม่มีตัวมีตนให้ยึด  ยึดเมื่อไหร่ก็ทุกข์เมื่อนั้นครับ
  • รู้ทั้งรู้ยังทำไม่ได้  ยังดีเสียกว่า  รู้แล้วไม่ทำ หรือ ไม่รู้เลยอะไร ครับ
  • การละความยึดมั่นถือมั่นนี่มันยากครับ  เพราะเราโตมากับมัน  นอน กิน อยู่ กับมัน  เมื่ออยู่กับมันตลอดก็คงไม่อยากจากมันไป
  • ถ้าอย่างคุณพี่ยังทำไม่ได้  อย่างผมคงไม่เหลืออะไรแล้วครับ อิอิ
  • ขอบคุณที่มาเยี่ยมครับ

สวัสดีครับ

ธรรมาวุธ
เขียนเมื่อ 02 Sep 2007 @ 22:38
P

สวัสดีครับคุณหมีแพนด้า

  • ด้วยความเคารพนะครับ  ผมไม่กล้าเป็น ผู้รอบรู้  ผู้ชี้แจง หรอกครับ
  • ขอแค่เป็น ผู้เอาความรู้ และ การชี้แจงของคนอื่นมาให้อ่านกันก็พอครับ
  • ยินดีครับที่จะเอาบางตอนไปรวบรวมไว้ที่บันทึกพี่เม้ง  จะเอาเท่าไหร่ก็ได้ครับ  สำหรับคุณหมีผมให้หมดไส้หมดพุงอยู่แล้ว อิอิ
  • เอ แต่ว่าอัพแต่บันทึกของเพื่อน รู้สึกว่าของตัวเองร้างมานานแล้วน้า  ไม่ลองเขียนเพิ่มอีกสักหน่อยหรือครับ?
  • ขอบคุณที่มาเยี่ยมครับ

สวัสดีครับ

ธรรมาวุธ
เขียนเมื่อ 02 Sep 2007 @ 22:40
P

สวัสดีครับคุณแหวว

  • ได้ยินมาว่าอาการป่วยทุเลาขึ้นแล้ว  ยินดีด้วยนะครับ
  • ได้กำลังใจมากมายจากมวลมิตรขนาดนี้  ไม่หายเร็วก็ให้มันรู้ไปนะครับ
  • สงสัยอย่าง  ถ้าเราป่วยมั่งจะมีกำลังใจอย่างนี้บ้างไหมหนอ อิอิ

ธรรมะสวัสดีครับ

กมลวัลย์
เขียนเมื่อ 02 Sep 2007 @ 22:47

ชอบประโยคนี้มากเลยค่ะ

 ในกาลนั้น  ท่านย่อมไม่มี

ธรรมาวุธ
เขียนเมื่อ 02 Sep 2007 @ 23:44
P

สวัสดีอีกครั้งครับอาจารย์กมลวัลย์

  • รู้สึกอุ่นใจจริงๆ ครับที่มีกัลยาณมิตรมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันหลายท่าน  ยิ่งได้คนที่ทำงานกับคนหลายคน  เป็นหัวหน้างาน  เป็นครูบาอาจารย์ก็ยิ่งน่าอนุโมทนาสาธุ ดังๆ  เพราะลูกศิษย์ลูกหาจะได้รับอานิสงส์ไปด้วยครับ
  • แรกได้อ่านพระสูตรสั้นๆ นี้ก็จับใจผมมาก  มากจนเก็บไว้คนเดียวไม่ไหวเลยเอามาให้อ่านกัน
  • ในกาลนั้นย่อมไม่มี  นี่กระมังครับที่หมายถึง ไม่มีตัวตน  ไม่มีให้ยึดมั่นถือมั่น
  • เมื่อไม่มีตัวตน  ไม่ยึดมั่นถือมั่น  โลกนี่ก็เป็นของว่าง  เบาสบาย  หมดภพหมดชาติ หมดเหตุปัจจัยปรุงแต่งให้เกิด  ทุกอย่างก็จบครับ

ธรรมะสวัสดีครับ

สวัสดีค่ะ

  กำลังถูกฝึกให้สักแต่ว่าอยู่พอดี  คล้ายๆช่างมันหรือเปล่าคะ

  • มาตามคำชวนแล้วขอรับ
  • การกำจัดของคู่ หรือของข้างเดียว มิได้เป็นหนทางแห่งนิพานัง มิได้เป็นไปเพื่อนิพานัง แม้จะตรัสรู้อย่างฉันพลัน แต่สองเท้าก็ยังยืนอยู่บนพื้นดิน
  • เมื่อไม่มีอะไรแม้สักอย่างเดียว แล้วมันจะมีของคู่ได้หรือครับ เซนไม่ได้เป็นเทศบาลครับที่จะไปไล่กำจัดโน่นนี่
  • ไม่มีอะไรหรอกครับ ไม่ต้องคิดมาก
  • แทนการชี้แจงไปเยี่ยมเยียนกันจะดีกว่านะ

/// ต่อหน้าประตูแปดหมื่นสี่พันบาน มีเพียงรูเล็กๆที่จะให้เราลอดออกไป///

ธรรมาวุธ
เขียนเมื่อ 03 Sep 2007 @ 11:05
P

สวัสดีครับคุณณัฏฐ์

  • 5555  ขอหัวเราะก่อนนะครับ
  • ขอบคุณที่ชี้แจงให้ความโง่ทุเลาเบาบางลงอีกนิด
  • ผมเคยอ่านเรื่องเซนมานิดๆ  ก็เลยว่าไปตามนิดๆ นั่นแหละ  สุดท้ายก็เหลวอย่างที่เห็น
  • ก่อนหน้านี้ผมได้เพิ่มบันทึกของคุณไว้ในพลาเน็ตแล้วครับ
  • ถึงไม่เชิญก็จะไปขอคำชี้แนะอยู่แล้วครับ

ธรรมะสวัสดีครับ

  • ได้เลยขะรับท่าน
  • ยินดีต้อนรับอยู่แล้วสหาย
  • ไม้หน้าสามพร้อมแล้ว
  • 5 5 5
นายขำ
เขียนเมื่อ 06 Sep 2007 @ 11:36

ไม่ร่วมสังฆกรรมกับจอมยุทธ์อัจฉริยะรุ่นเยาว์เช่นพวกท่านมิได้แล้ว...

 

ยิ่งติดตามยิ่งแช่มชื่นหัวใจเป็นที่ยิ่ง...

 

พี่มักเอานิทานเซนเรื่องเณรน้อยกับเจ้าอาวาสไปเล่าให้ผู้คนถอดปริศนาธรรม...ช่างหาผู้ที่เข้าถึงเซนได้น้อยอย่างยิ่งจริง ๆ ... เห็นทีต้องตามน้องณัฎฐ์ไปถึงมุ้งเสียแล้ว...

ธรรมาวุธ
เขียนเมื่อ 06 Sep 2007 @ 23:26
P

สวัสครับทั่นเลขาฯ

จอมยุทธ์อัจฉริยะเลยหรือครับ?  ถ้าเป็นสหายณัฏฐ์ล่ะก็คงไม่เกินเลย  แต่สำหรับผมนั้นยังไม่พอท่องยุทธจักรครับ  ตอนนี้ทำได้แค่บ่มเพาะวิทยายุทธ์ให้มาก  เพื่อพกไม้หน้าสามในใจไปตีกับใครบางคนครับ

อ้อ ถ้าไปสำนักเซนทั่นเลขาอย่าลืมใส่หมวกกันน็อกไปด้วยนะครับ  แถวนั้นนักเลงหัวไม้(หน้าสาม) ดุครับ

ธรรมะสวัสดีครับ