ธรรมะรับอรุณ : ไม่พูด

“ดีเหมือนกัน  เมื่อไม่พูดก็ไม่มีโทษทางวาจา  แต่ที่ว่าหยุดพูดได้นั้น  เป็นไปไม่ได้หรอก  นอกจากพระอริยบุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติขั้นละเอียด  ดับสัญญาเวทนาเท่านั้นแหละที่ไม่พูดได้  นอกนั้นพูดทั้งวันทั้งคืน  ยิ่งพวกที่ตั้งปฏิญาณว่า  ไม่พูดนั่นแหละยิ่งพูดมากกว่าคนอื่น  เพียงแต่ไม่ออกเสียงให้คนอื่นได้ยินเท่านั้นเอง.”

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ทำเพื่อธรรม

คำสำคัญ (Tags)#หลวงปู่ดูลย์#ธรรมะรับอรุณ#หลวงปู่ดูลย์ อตุโล#ดูลย์ อตุโล

หมายเลขบันทึก: 123923, เขียน: 01 Sep 2007 @ 00:48 (), แก้ไข: 29 May 2012 @ 19:13 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 16, อ่าน: คลิก


ความเห็น (16)

สวัสดีครับ คุณคนใต้ใจเต็ม

ผมเห็นทีต้องพูดน้อยลงบ้างแล้ว เพราะพูดมากโทษทางวาจาก็มาก

แม้กล่าวปิยะวาจา คนที่ใจอคติยังแปลความหมายผิดไปอีก

หลากหลายแท้  มนุษย์เอ๋ย!!!

P

สวัสดีครับเด็ดดอยใจดี อิอิ

  • นอนดึกเหมือนกันนะครับ
  • การพูดน้อยก็ดีไปอย่างครับ  แต่ผมว่าก็ขึ้นกับกาละเทศะด้วย
  • และที่สำคัญต้องดูที่ผู้ฟังด้วย  บางทีเราพูดดีพูดเพราะให้ตายเขาก็ไม่ฟัง  เขาไม่สน  เหมือนเป่าปี่ให้...ฟัง
  • ถ้าอย่างนี้เงียบเสียดีกว่าครับ
  • แต่บางทีเราก็ไม่รู้ว่าผู้ฟังเป็นเช่นไร  ไม่มิอาจหยั่งใจเขาได้  เราก็พูดไปตามหน้าที่เถิดครับดีแล้ว
  • มีข้อแม้อยู่นิดหน่อยคือ เมื่อทำดีแล้วขอให้อย่างเป็นทุกข์
  • ผมเจอมิตรหลายคนที่เป็นทุกข์เพราะทำดี
  • เราเห็นคนไม่ดี ทำไม่ดี แล้วก็เป็นสุข(ซึ่งเขาคิดเอาเอง)  มามากพอแล้ว
  • อย่าให้คนทำดีต้องเป็นทุกข์เลยครับ  โลกมันจะวิปริต  เดี๋ยวน้ำท่วมโลกไม่รู้ด้วยนะ  อย่าเป็นส่วนหนึ่งให้โลกร้อนเลยครับ อิอิ

เช่นนั้นเองครับ

สวัสดค่ะ

  พอจะจำได้บ้างว่า ถ้าจะพูดให้คำนึงถึง

1. เกิดประโยชน์ไหม

2. ถูกกาละเทศะไหม

3. ถูกเวลาไหม

           จำได้เท่านี้ แต่ก็ได้เอามาไว้เตือนใจเวลาจะพูดค่ะ

สวัสดีครับคุณธรรมาวุธ

สบายดีไหมครับ วันนี้ขอมาซึมซับธรรมะรับอรุณตอนสายๆด้วยคนนะครับ

คำสอนของหลวงปู่ดูลย์ อตุโล เป็นอะไรที่ตรงจริตของผมครับ เพราะตัวร้ายในใจของผมเอง...ที่ไม่ชอบอ่านหนังสือก่อนสอบ  แต่ชอบทำแล้วมาสอบ เพราะจะอ่านน้อยกว่า อ่านเท่าที่จำเป็น...สั้นๆก็คือ ความขี้เกียจอ่าน นั่นแหละครับ ฮ่าๆๆ

ช่องทางการก่อกรรมมี 3 ช่อง ยิ่งตัดออกให้น้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งดี  ธรรมะสั้นๆ เพียงไม่พูด แต่มีความหมายและแฝงแง่คิดลึกซึ้งครับ

ขอบคุณมากครับสำหรับบันทึกดีๆ

P

สวัสดีครับคุณบุญรุ่ง

เห็นด้วยอย่างที่สุดกับคติเตือนใจของคุณครับ  ว่ากันว่าเมื่อเรายังไม่พูดเราก็เป็นนายคำพูด  แต่เมื่อเราพูดออกไปแล้ว  คำพูดนั้นก็เป็นนายของเรา

เราต้องพึงระวังอย่างเป็นทาสของคำพูด(ไม่ดี)ครับ

ธรรมะสวัสดีครับ

P

สวัสดีครับคุณกบ (ไม่รู้เรียกชื่อถูกเปล่านะ)

  • ผมว่าเราเป็นโรคเดียวกันเลยครับ  อาการของผมอาจหนักกว่าก็ได้ครับ อิอิ
  • หลวงปู่นี่ท่านพูดน้อย  แต่ถ้าพูดนี่ตรงเผงเลยแหละครับ
  • ยิ่งศิษย์ของท่านคือ หลวงพ่อปราโมทย์  ท่านก็สุดยอดเช่นกันนะครับ
  • ผมว่าคำสอนของหลวงพ่อน่าจะน้อมนำมาปฏิบัติมาก  เพราะท่านอายุไม่มาก  เป็นคนรุ่นใหม่ เล่นเน็ตด้วย  คล้ายๆ วิถีชีวิตของพวกเราเลย
  • ชีวิตนี้ถ้ามีบุญก็อยากไปกราบท่านสักครั้งครับ

ขอบคุณที่แวะเวียนมาคุยกันให้อุ่นใจครับ

ธรรมะสวัสดีครับ

สวัสดีค่ะคุณธรรมาวุธ

 

           

 

                   ^                                

 

สวัสดีค่ะ...

ตอนนี้แหววก็ทบทวนธรรม และกำลังเพียรฝึก การพูดแบบไม่ออกเสียงให้น้อยลงบ้างด้วยสติตามรู้อยู่ค่ะ...ถึงมันจะยาก ...แต่ความศรัทธายังมีอยู่เยอะ...ไม่งั้นก็คงไม่ไปถึงไหน...ขอบคุณค่ะ...ที่ทำให้ได้พบกับคำสอนของหลวงปู่...ที่ตนเองไม่มีวาสนาได้พบเจอและเรียนรู้

 

พูดน้อยไว้จะดีกว่าจริงๆ ค่ะ คุณธรรมาวุธ แต่สำหรับอาชีิพที่ทำอยู่แล้วนั้นต้องพูดเยอะค่ะ 5555  บางทีก็มีหลุดๆ บ้างเป็นธรรมดา....พยายามระวังอยู่แต่ก็มีหลุดเป็นประจำ แต่ไม่ซีเรียสอะไรค่ะ เพราะเราระวังแล้ว ^ ^

สวัสดีค่ะ

ค่ะ คนเราพูดน้อยหน่อย ก็เรื่องน้อย เพราะพูดมาก โอกาศผิดได้มาก บางทีไม่มีเจตนา แต่ผู้ฟังเข้าใจผิด

บางทีเราก็งงว่า ทำผิดอะไรอีกหล่ะ

พูดเท่าที่จำเป็น และให้มีสาระหน่อยก็ดีเหมือนกันค่ะ

P

สวัสดีครับคุณเบิร์ด

ขอบคุณสำหรับดอกไม้อันสวยงาม  ดูแล้วชื่นใจครับ

ถึงแม้เข้ามาจะไม่พูดสักคม  แต่เห็นยิ้มแก้มปริแล้ว  ผมว่าผมเข้าใจนะครับ

อิอิ ว่างๆ นั่งสมาธิคุยกันมั่งก็ดีนะครับ 55555

ธรรมะสวัสดีครับ

P

สวัสดีครับคุณแหวว

  • จากที่สังเกตในสังคมแห่งนี้ และสถานปฏิบัติธรรมบางแห่ง  จะเห็นว่าผู้หญิงสนใจปฏิบัติธรรมมากกว่าผู้ชายหลายเท่าตัวเลยครับ
  • แปลกนะ  ทำไมภิกษุณีถึงหายไปได้  น่าจะมีการรื้อฟื้นนะครับ  แต่ผมก็ไม่ทราบว่ากฏมันเป็นยังไง ก็เลยวิจารณ์ไม่ได้
  • แต่การปฏิบัติธรรมไม่ใช่อยู่ที่เครื่องแบบใช่ไหมครับ  แต่งชุดธรรมดา  เป็นคนธรรมดา  ก็เป็นอริยบุคคลได้
  • ขอให้เจริญในธรรมครับ

ธรรมะสวัสดีครับ

P

สวัสดีครับอ.กมลวัลย์

  • ยังติดใจแก๊งเสื้อดำไม่หาย  ดูขรึมๆ ดีนะครับ
  • ผมว่าจะพูดมากพูดน้อยก็ไม่เป็นไร  ยิ่งเป็นอาจารย์วันๆ ก็ต้องพูดหลายชั่วโมงติดๆ กัน  แทบหมดลมกันเลยทีเดียว
  • อย่างอาจารย์น่ะผมว่าไม่น่าเป็นห่วงหรอกครับ  หลุดเมื่อไหร่ ก็เรียกกลับมาได้
  • แต่ที่น่ากลัวก็คือคนที่พูดแล้วไม่มีสติ  และที่น่ากลัวกว่าก็อย่างที่หลวงปู่ว่า จะไม่พูดทางปากเพราะอยากปฏิบัติธรรมเคร่งครัด  หลวงปู่เลยสอนว่าถึงไม่พูดทางปาก  แต่ในใจนั่นแหละอาจพูดมากกว่าคนอื่นเสียอีก
  • แทนที่การปฏิบัติธรรมจะก้าวหน้า  ก็มาติดตังอยู่เพราะความหลงผิด
  • ขอบคุณที่มาเยี่ยมครับ

ธรรมะสวัสดีครับ

P

สวัสดีครับคุณพี่ศศินันท์

  • บางทีการพูดมากพูดน้อยก็แล้วแต่เหตุปัจจัยครับ  บางคนมีอาชีพต้องพูดก็ต้องพูดไป
  • แต่คนที่ไม่มีหน้าที่พูดมาก  แต่หลงพูด  ก็น่าเป็นห่วง
  • หรือบางคนปากไม่พูด  แต่ใจพูดอื้ออึงเชียว ก็น่าห่วงเช่นกัน  อย่างที่หลวงปู่แสดงธรรมไว้ข้างต้นแหละครับ  เพราะพระหลายรูปอยากให้ปฏิบัติธรรมแบบเคร่งครัดโดยไม่พูดกันเลย  หลวงปู่เลยขนาบเอาครับ
  • ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด  สำหรับพวกพูดแล้วขาดสติ  ก็ผู้หลักผู้ใหญ่ที่ชอบโผล่หน้าทางทีวีไงล่ะครับ  เปิดดูตอนไหนเจอตอนนั้นเลยครับ

ธรรมะสวัสดีครับ

สวัสดีค่ะ อ่านหนังสือเล่มเดียวกันเลยค่ะ เป็นเล่มโปรดที่หยิบอ่านเสมอ แต่ละเรื่องสั้นๆ อ่านแล้วค่อยๆซึมซับ ได้ข้อคิดดีๆมากมาย

เรื่องพูดน้อยนี่เวลาอยู่ในกลุ่มชาวตะวันตก เขามักมองว่าเราแปลกที่ไม่มี contribution ให้กับกลุ่ม เคยร่วมเป็นคณะกรรมการในเครือข่ายนานาชาติที่ส่วนใหญ่เป็นคนยุโรป เราคนไทย ปกติก็มักไม่ค่อยพูดมากอยู่แล้ว และบางอย่างที่เราจะพูด กว่าจะถึงเราคนอื่นก็พูดไปแล้ว เราจึงมักไม่พูดขยายความซ้ำซาก กลับกลายเป็นว่า มีคนมองว่าเราไม่เด่น ไม่ assertive คนละมาตรฐานจริงๆนะคะ ตอนเรียนที่อเมริกาก็เหมือนกัน เราเห็นเพื่อนฝรั่งทำไมถึงช่างพูดจัง ที่พูดมากมายนั้น จับความไม่ได้มีสาระเท่าไรเลยค่ะ

อย่างที่คุณธรรมาวุธตอบคุณพี่ศศินันท์ จะพูดมากพูดน้อยแล้วแต่เหตุปัจจัย ถึงเวลาควรพูดให้ละเอียด ก็ต้องพูด ไม่ใช่พูดน้อยจนไม่เข้าใจ หรือเกิดความเข้าใจผิดกันไปเลย ส่วนใหญ่พวกชอบพูดผ่านสื่อ มักพูดลืมโลกจริงๆด้วยค่ะ

 

P

สวัสดีครับคุณพี่

  • เสียดายที่ผมไม่สามารถหาซื้อหนังสือเล่มนี้จากแผงหนังสือได้  แต่ก็ยังโชคดีที่เคยโหลดฉบับ pdf มาเก็บไว้  เป็นหนังสือที่มีค่าจริงๆ นะครับ  น่าจะพิมพ์ให้แพร่หลาย
  • และถ้าอยากเห็นศิษย์เอกของท่าน  ก็พระอาจารย์ปราโมทย์ ปาโมชฺโช ครับ  และสามารถดาวน์โหลดเสียงธรรมและหนังสือได้ที่เว็บไซต์นี้ครับ
  • ผมไม่เคยไปต่างประเทศ  ได้คุยกับฝรั่งน้อย  แต่น้อยที่พบนี้ก็ช่างพูดกันทุกคนครับ  ไอ้เราอยากบอกว่าอยู่เงียบๆ บ้างไม่ได้หรือก็เสียมารยาทครับ
  • ฝรั่งนี่ถ้าปฏิบัติธรรมคงอึดอัดมากนะครับ  เพราะไม่ได้พูด อิอิ
  • ผมรู้สึกแปลกใจเสมอ  ที่ได้ยินคำพูดแบบไม่รับผิดชอบของผู้(ที่เขาอ้างว่าเป็น)หลักผู้ใหญ่ในประเทศ  ที่พูดสร้างกระแสรายวัน  เพื่อไม่ให้ตัวเองตกข่าว  ใช้การตลาดแบบน่าเกลียดคือให้เห็นหน้าบ่อยๆ  คนชินตา  เขาก็เลือกเอง
  • โดยไม่สนใจศีลธรรม จริยธรรม  ว่าเยาวชนเขาจะเอาเป็นแบบอย่างหรือไม่
  • ผู้ใหญ่เป็นเช่นนี้  จะหวังให้เด็กเป็นอื่นคงยากครับ

ธรรมะสวัสดีครับ