ดงหลวง 171 ไปเฮฮาศาสตร์ 3 ดงหลวง ไปลด Generation gap กัน

บางทราย
ผมมองเห็นการเคลื่อนตัวของวงวิถีชีวิตของเด็กรุ่นใหม่นี้ห่างออกจากวงวิถีชีวิตของชนบทมากขึ้น มากจนไม่เข้าใจวิถีชีวิตของชนบทแล้ว มองไม่เห็นการดำเนินชีวิตของชาวชนบท มองไม่เห็นองค์ประกอบของชีวิตชาวชนบทไปแล้ว และจะห่างออกไปเรื่อยๆ

เย็นเมื่อวานหวานใจผมกลับมาจากที่ทำงานเราทำอาหารกินเอง และเราชอบน้ำพริกสารพัดชนิด เช่น น้ำพริกโจร น้ำพริกมะม่วง น้ำพริกระกำ ฯลฯ วันนี้เป็นน้ำพริกข่ารสแซบ ผักต้มก็เอามาจากหลังบ้าน มีใบยอ ผักหวานบ้าน กระเจี๊ยบ ฯ ของผมมีพิเศษคือปลาเค็มเจ วันไหนมีน้ำพริกละก็ ผมพุงกางเลย ปกติก็กางอยู่แล้ว อิ อิ.  

ระหว่างอาหารค่ำ เธอเล่าว่าวันนี้พานักศึกษาปริญญาโทคณะหนึ่งไปเรียนภาคสนาม ดูเรื่องพลังงานในชนบท แต่เธอประหลาดใจที่นักศึกษาส่วนใหญ่ไม่รู้จัก เตาอั้งโล่ ไม่รู้จักหลุมเผาถ่าน” “ไม่รู้จักการน้ำหมักชีวภาพแถมเห็นหนอนคลานกระดื๊บๆมาจากถังน้ำหมักก็กรี๊ดกันใหญ่ พร้อมกับหนี่ห่างออกจากหนอนน้อยตัวนั้น  เธอเล่าว่าเด็กปริญญาโทเหล่านั้นตื่นตาตื่นใจกับเจ้าอั้งโล่ เอามือไปจับไปต้องลูบคลำ เอานิ้วจิ้มรูที่เรียกรังผึ้งนั้นอย่างสนใจ  แต่ในที่สุดเธอถามขึ้นว่า มันใช้อย่างไร ???  

ผู้บันทึกกำลังมองด้วยมุมที่ว่า นี่เป็นเรื่องปกติ และเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการอธิบายคำว่า   Generation gap หรือช่องว่างระหว่างรุ่นของคนในสังคม ผู้บันทึกและเพื่อนๆอีกจำนวนมากที่เข้าออกระหว่างเมืองกับชนบท จนเรียกว่าไอ้มนุษย์สองโลกนี้มานานย่อมไม่เกิดคำถามเหล่านั้น และก็ไม่ได้ตื่นเต้นเมื่อเห็นเตาอั้งโล่  

ผมมองเห็นการเคลื่อนตัวของวงวิถีชีวิตของเด็กรุ่นใหม่นี้ห่างออกจากวงวิถีชีวิตของชนบทมากขึ้น  มากจนไม่เข้าใจวิถีชีวิตของชนบทแล้ว มองไม่เห็นการดำเนินชีวิตของชาวชนบท มองไม่เห็นองค์ประกอบของชีวิตชาวชนบทไปแล้ว และจะห่างออกไปเรื่อยๆ  วงสองวงนี้จริงๆแล้วเกื้อหนุนกันโดยระบบใหญ่ คือชนบทเป็นฐานการผลิตอาหารให้สังคมเมือง เป็นแรงงานให้สังคมเมือง และเป็นกลุ่มบริโภคใหญ่ต่อ ผลผลิตจากเมือง ส่วนสังคมเมืองก็เป็นแหล่งตลาดของผลผลิตจากชุมชน เป็นแหล่งหาเงิน เป็นแบบอย่างของความทันสมัยตามแนวทางการพัฒนาของรัฐ แม้ว่าจะมีการพึ่งพากันดังตัวอย่าง แต่ชนบทไม่มีเมืองเขาอยู่ได้นะครับ ส่วนเมืองไม่มีชนบทนี่ซิ ตายยั๊งเขียด ??        

ผมตั้งคำถามกับตัวเองว่า หากวงจรของเด็กรุ่นนี้ และรุ่นหน้า ยิ่งห่างออกจากชนบทนี่จะเกิดอะไรขึ้นหนอ ความห่างของวิถีชีวิตเป็นเรื่องปกติ แต่ความห่างของความไม่เข้าใจต่อวิถีชีวิตนี่ซิ อันตราย ประเทศของเรา สังคมของประเทศของเรา ต่างประกอบด้วยเมืองและชนบท ชนบทที่หลากหลาย ตามระบบภูมินิเวศน์วัฒนธรรม ภูมินิเวศน์เกษตร ต่างประกอบ หลอมหล่อให้คนในระบบนิเวศน์นั้นๆมีวิถีแบบนั้น การพัฒนาประเทศต้องสอดคล้องระบบที่หลากหลาย ที่ไม่สามารถใช้ระบบพิมพ์เขียวเดียวแล้วใช้ได้ทั่วทุกความแตกต่างดังกล่าว  

การมาดงหลวงของพี่น้องเฮฮาศาสตร์ ครั้งนี้ เป็นโอกาสหนึ่งที่จะมาซึมซับวิถีชีวิตของพี่น้องไทโซ่ แม้จะเพียงน้อยนิด แต่ก็พอจะให้ท่านจินตนาการขยายความเข้าใจลงลึกต่อไปถึงวิถีชีวิตทั้งครบได้บ้าง  ถือว่าเป็นการลด Generation gap ได้เหมือนกัน เพราะเป็น gap ของคนที่มี ระบบภูมินิเวศน์วัฒนธรรมที่ต่างกัน

**************************************************************************

จึงพยายามจัดให้สหายมาคุยกับพวกเรา เช่น หมอป่าชาญ ผู้เก่งกาจเรื่องสมุนไพร มาคุยกับคุณพี่จุ๋ม เอาสหายธีระ หมอผ่าตัดในป่า และผู้เจนจัดเรื่องการตอนผักหวานป่า มาคุยกับท่านครูบา เอาพ่อสวน บุตรดีศรี สหายผู้ไทผู้คุมดงหลวงมาคุยกับ เอก เสือ สิงห์ ออต สายลม ฯลฯ ใครสนใจใครก็เข้าร่วมได้ตามหลักเฮฮาศาสตร์ รอบกองไฟที่มีสมุนไพรอุ่นๆรอทุกท่านอยู่ จะมีทหารป่าใส่ชุดทหารป่ามาให้เห็นกับตา จับต้องได้....เอา...เอา....

************************************************************************

วงอาหารเย็นเมื่อวานที่เราต่างอิ่มเอมกับน้ำพริกข่ารสเด็ด แล้ว คู่สนทนาของผมยังจบท้ายลงด้วยว่า นี่ระหว่างนั่งรถไปด้วยกันกับเด็กปริญญาโท ต่างก็แซวกันถึงกลุ่มคนที่ไม่รู้จักเตาอั้งโล่นั้น...มีเสียงเพื่อนคนหนึ่งลอดออกมาว่า นี่เธอ อย่าว่าแต่เตาอั้งโล่ที่เขาไม่รู้จักนะ เขาคนนี้ยังแยกไม่ออกด้วยซ้ำไปว่า ตัวไหนเป็นวัว ตัวไหนป็นควาย .... ผมได้ยินก่อนเก็บจานไปล้างก็อึ้งกิมลั้ง..ไปเลย

ผมเอาจานข้าวมาล้างไปอย่างเงียบๆ ปล่อยให้ศรีภรรยาขึ้นไปดูละเม็งละคอน ผมเองคิดวุ่นในสมองว่า เออ ประเทศไทยเราฝากอนาคตไว้กับเด็กพวกกลุ่มนี้ด้วยนี่นา...ชนบทจะไปอย่างไรกันเนี๊ยะ.เมื่อน้องๆกลุ่มนี้ขึ้นบริหารประเทศ หรือหน่วยงานที่ทำงานกับชนบท หรือผมวิตกจริตไปเอง .

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่าจากดงหลวง

คำสำคัญ (Tags)#ดงหลวง#เฮฮาศาสตร์#generation gap

หมายเลขบันทึก: 123918, เขียน: 01 Sep 2007 @ 00:07 (), แก้ไข: 11 Feb 2012 @ 20:10 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 23, อ่าน: คลิก


ความเห็น (23)

สวัสดีค่ะพี่บู๊ท

ได้กลิ่นของกินอ่ะค่ะ  เอ๊ย...ไม่ใช่ๆ  จะแวะมาบอกว่า  หนิงดีใจนะคะที่หนิงรู้จักทั้ง เตาอั้งโล่ หลุมเผาถ่าน” “การน้ำหมักชีวภาพ

อิอิ

  • ชีวิตชนบทควรมีไว้ในวิชาเรียนสำหรับผู้เรียนสูงๆ เพื่อไม่ให้วัฒนธรรมตะวันตกกลืนความเป็นไทยไป
  • ยิ่งเรียนสูงยิ่งควรดึงเขามาสัมผัสชนบทให้มาก
  • ดังคำว่า สูงสุด สู่สามัญ

เอ้าน้องหนิงผ่านเกณฑ์ชี้วัด อิ อิ..

 

  • ที่เล่ามารู้จักครับ
  • สงสัยไม่ตกยุค
  • แต่อันนี้ชอบมาก
  • น้ำพริกโจร น้ำพริกมะม่วง
  • แต่ไม่ชอบน้ำพริกระกำ
  • ชื่อไม่เป็นมงคล
  • ฮ่าๆๆๆ
  • ตอนเด็กชาวฮ่องกงมาที่เด็กรักป่าเด็กๆๆเห็นหิ่งห้อยโหเขาตื่นเต้นมาก
  • ลูกไฟลอยได้
  • พาไปกินลูกผีพวน เขางงกันใหญ่ผลไม้ป่า อร่อยเปรี้ยวดี
  • ขอบคุณครับพี่
  • เด็กไทยเราหรือจะลืมถิ่นฐานและชนบทบ้านเราเสียแล้ว
paew
เขียนเมื่อ 

แป๋วรู้จักและเคยใช้เตาอั้งโล่ รู้จักหลุมเผาถ่านเคยช่วยพ่อเผาถ่านเมื่อเรามีเศษไม้ในสวน...

มองอีกมุม สาเหตุที่เด็กรุ่นใหม่ไม่รู้จักสิ่งเหล่านี้ ก็เป็นเพราะวงจรชีวิตตั้งแต่เกิดมาไม่เคยพบเจอกับสิ่งเหล่านี้ ซึ่งเรามองว่าเป็นสิ่งที่ใช้ในชีวิตประจำวันของชาวชนบท

ในทางตรงกันข้าม...เครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆที่คนในเมืองใช้ คนในชนบทก็ไม่รู้จัก...ก่อนนี้เคยโกรธคนญี่ปุ่นคนหนึ่งที่แอบเมาท์นักวิชาการอาวุโสชาวไทยท่านหนึ่งว่า...เปิดเตาแกสไม่เป็น... นั่นก็อาจเป็นเพราะความไม่คุ้นเคย ซึ่งอาจเนื่องจากไม่เคยเข้าครัว ไม่เคยล้างจาน...อิอิอิ

 

โอย รูปนี้หล่อซะไม่เมี๊ยะ P ขจิต ฝอยทอง

  • พี่ชอบน้ำพริกระกำ อิ อิ คนที่บ้านยังบอกว่าพรุ่งนี้ไปซื้อมานะจะตำให้กินอีก มันหอมไปอีกแบบ น้ำพริกข่าก็หอม แต่รสน้ำพริกระกำจะมีหวานเข้ามาแซมด้วย กลมกล่อมกว่าครับ วันไหนมีน้ำพริกเป็นกินข้าวสองจาน
  •  อิ อิ เด็กฮ่องกงคงประทับใจบ้านเราไปมากๆเลย เพราะบ้านเขามีแต่ตึกนะ เป็นกิจกรรมที่เยี่ยมเลยของน้องดอกแก้ว และน้องขจิตก็ทำบุญขึ้นนะ สะสมไว้มากมาย สาธุ สร้างกรรมดีย่อมได้ดี

สวัสดีครับท่าน Pบางทราย (คนเข็นครก ขึ้นภูเขา)

  • ครู อาจารย์ สมัยนี้ นิยมถ่ายทอดความรู้ วิชาการ เทคโนโลยี สมัยใหม่  ที่มองไป จะเป็นอนาคตเสียส่วนใหญ่  จนลืมไปว่าวิวัฒนาการ ความเป็นมาในอดีตนั้นเป็นเช่นไร
  • ขนาดเตาอังโล่ ยังไม่รู้จักกัน แล้วเดินไปตกเตาหลุม หรือเดินไปเตะก้อนสามเส้า ของอดีตสหายในสมัยเมื่อ30-40ปีที่แล้ว ไม่งงไปใหญ่หรือ
  • น้ำหมักชีวภาพ(EM)  มีบูมอยู่พักหนึ่งแล้วก็เงียบหายไป  เนื่องจากคนสมัยใหม่มัก รังเกียจกับของเน่าเหม็น  ชอบของสวยงาม แต่แอบแฝงด้วยมลพิษและอันตราย
  • อย่าว่าแต่วัวกับควายเลยครับ  ถามเด็กทุกวันนี้ว่าข้าวเหนียวกับข้าวเจ้า มันแตกต่างกันอย่างไร บางคนยังไม่รู้เลยครับ

ขอบคุณครับ

 

  • อาจารย์แป๋วครับ P paew
  • ใช่ครับเมื่อคุยกันบนโต๊ะอาหารก็กล่าวเหมือนอาจารยฺแป๋วกล่าวเลยว่า เอาคนชนบทมาเข้าเมืองเขาก็งงไปหมดเช่นกัน  มันละวงจรชีวิต ก็เป็นเรื่องปกติ
  • พี่ก็มองว่าไม่ใช่จะไปตำหนิเด็ก เพราะระบบใหญ่ สภาพแวดล้อมห่อหุ้มวิถีเขาไว้
  • ที่เป็นห่วงคือหากวงวิถีมันห่างออกจากกันมากๆแล้ว เกิดสื่อกันไม่เข้าใจ เพราะสายสัมพันธ์ มันห่างมาตั้งแต่แรกๆ ผมเห็นด้วยกับอาจารย์ที่เคยคุยกันว่าต้องเอาเด็กเข้าชนบท ให้เห็นอีกด้านหนึ่งของสังคมประเทศ
  • ยิ่งไปเห็นวิธีคิดของเขาด้วยยิ่งดีมากเลยครับ  ถ้าพี่กลับมาทำโครงการระยะที่สองที่เดิม ยินดีรับเด็กมาฝึกงานนะครับ ปกติ ก็มีจาก อ.พรเทพ อ.สมพงษ์ส่งไปปีละ 3-4 คนครับ 

แม่นแล้วครับท่าน P สะ-มะ-นึ-กะ

แต่ไม่ตำหนิเขาหรอก ผู้ใหญ่อย่างเราต่างหากที่ต้องช่วยกัน เปิดโลกทัศน์ให้เขา โดยจัดกิจกรรมต่างๆให้เขามีโอกาสลงชนบท ดูน้องดอกแก้วซิ ยังจัดค่ายป่าโดยเอาเด็กข้ามน้ำข้ามทะเลมาเข้าค่ายจนได้ ทำไมเด็กบ้านเราแค่เดินไม่กี่ก้าวก็ชนต้นไม้แล้วแต่ไม่รู้จักต้นไม้ ที่ปู่ย่าตายายมีชีวิตรอดมาได้เพราะต้นไม้ สมุนไพรต่างๆ
วันก่อนเห็นดีปรีที่บ้านท่านครูบายังนึกถึงสมัยเด็ก เป็นหวัด พ่อใช้ให้ปีนไปเอาผลดีปรีมาแบบแก่ๆ มา 2-3 ผล เอามาฝนกับฝาละมี (เด็กยุคนี้ไม่รู้จักอีกฝาละมีคืออะไร อิ อิ) น้ำน้อยๆ ฝนได้ที่แล้วก็บิดมะนาวลงไป ใส่เกลือนิดหน่อย แล้วก็กวาดเข้าคอ ไม่กี่ครั้งอาการหวัดก็ทุเลาลง แค่มะนาวก็ช่วยแยอะแล้ว

สวัสดีครับพี่

  • ผมชอบน้ำพริกทุกอย่างๆ ได้ข้าวสวยร้อนๆ กินพุงแววครับผม
  • น้ำพริกมะนาว
  • น้ำพริกมะขามอ่อน
  • น้ำพริกแมงดา
  • น้ำพริกมะอึก
  • น้ำพริกมะขามเปียก
  • น้ำพริกมะม่วง
  • น้ำพริกมะยม
  • น้ำพริกมะเฟือง
  • น้ำพริกพริกไทยอ่อน
  • น้ำพริกระกำ
  • น้ำพริกอื่นๆ ส้มบ้านๆ
  • กลับไปจะประกวดทำน้ำพริก ให้ชาวบ้านทำมาประกวดกันดีไหมครับ แล้วให้รางวัล อิๆๆๆ
  • ขอบคุณมากครับ 

ครับท่าน P บางทราย (คนเข็นครก ขึ้นภูเขา)  เคย

  • เหมือนกันครับเคยฝนสมุนไพร บนฝาละมีหม้อดิน ยังนึกเสียดายอยู่ไม่หาย  เมื่อครั้งพาครูอ้อยไปทำวิจัยภาคสนาม ที่บ้านเกิด ไปดูชุมชนมอญ เมื่อก่อนเขาตีหม้อดินใช้ และขายกัน แต่ไปถามหา เห็นเพียงลูกประคบ กับไม้ตีหม้อ คนทำตายไปแล้ว ไม่มีใครสืบสานต่อ เพราะเทคโนโลยีเข้ามาดูดกลืนไปจนหมด ไม่มีการอนุรักษ์จากชุมชน   หม้อดินเลยเป็นเพียงตำนานไปเสียแล้วครับ

น้องเม้ง P เม้ง สมพร ช่วยอารีย์

  • เออ..พี่ยังเคยคิดว่าน่าจะมีมหกรรมน้ำพริก นะ เพราะว่าสามารถทำได้หลากหลายจริงๆ
  • ชอบมาก ถึงชอบมากที่สุด คนโบราณถึงบอกว่าให้มีน้ำพริกติดตู้ มีข้าวติดหม้อ
  • เฮฮาศาสตร์ 3 อาจจะนำไปพิจารณาซะแล้ว มหกรรมน้ำพริกป่าทั้งหลาย 

ท่านสะมะนึกะ   P  สะ-มะ-นึ-กะ

 ใช่เลย หลายปีก่อนผมไปสัมภาษณ์นายฮ้อยใหญ่ที่โกสุมภิสัย กะว่าจะกลับไปเติมเต็ม ท่านไปซะแล้ว องค์ความรู้เรื่องการต้อนควาวนับพันๆตัวจากอีสานลงไปลพบุรี แล้วไปขายที่พนัสนิคม นี่ต้องสุดยอดคนนะจึงจะทำได้

 เออวันหลังจะเขียนเรื่องนี้ 

สวัสดีครับพี่

  • ผมก็กินง่าย ครับเลี้ยงง่ายครับ
  • หากไม่มีอะไร ข้าวเปล่ากับแม็กกี้ก็พอครับ
  • หากหรูขึ้นมากก็ข้าวกับน้ำพริกนี่หล่ะครับ
  • ผมวางแผนว่าจะประกวด แกงไตปลาในอำเภออยู่เหมือนกันครับ หุงข้าวกินกับแกงไตปลาร้อยชนิดจากคนในอำเภอ น่าจะสนุกครับ หุงข้าวซักสิบกระทะใบบัว น่าจะสนุกน่าดูครับ กินกับผักริมรั้วในตำบล
  • ฝันไว้นะครับผม ขอบคุณมากครับ 

เพิ่มน้ำพริกโอเรกอน ดีไหมครับ

จึงพยายามจัดให้สหายมาคุยกับพวกเรา เช่น หมอป่าชาญ ผู้เก่งกาจเรื่องสมุนไพร มาคุยกับคุณพี่จุ๋ม เอาสหายธีระ หมอผ่าตัดในป่า และผู้เจนจัดเรื่องการตอนผักหวานป่า มาคุยกับท่านครูบา เอาพ่อสวน บุตรดีศรี สหายผู้ไทผู้คุมดงหลวงมาคุยกับ เอก เสือ ออต สายลม ฯลฯ ใครสนใจใครก็เข้าร่วมได้ตามหลักเฮฮาศาสตร์ รอบกองไฟที่มีสมุนไพรอุ่นๆรอทุกท่านอยู่ จะมีทหารป่าใส่ชุดทหารป่ามาให้เห็นกับตา จับต้องได้....เอา...เอา....

ปาดโธ่ ~~~ คนอีสานถูกใจรายการนี้

  • สวัสดีครับพี่บางทราย
  • แวะมาเยี่ยมเยียนครับ
  • อ่านบันทึกนี้แล้วก็เข้าใจเหมือนกับหลายท่านที่ว่าวิถีชีวิตมันต่าง เลยทำให้หลายอย่างไม่รู้จักฯลฯ
  • แต่อีกมุมหนึ่งคิดตรงกันกับพี่บางทรายที่ว่า  "น่าเป็นห่วง" เพราะหากว่าอยู่คนละมุมโลก หรือคนละประเทศคงไม่แปลก แต่นี่อยู่ในบ้านเราเองแท้ๆ และต่อไปจะยิ่งเกิดช่องว่างนี้มากยิ่งขึ้น
  • ประเด็นเหล่านี้ย่อมส่งผลต่อการพัฒนาในมุมมองของนักพัฒนาอย่างแน่นอน  เพราะนี่คือฐานอันสำคัญที่จะทำให้คน "เข้าใจ" ก่อนที่จะพัฒนา
  • เป็นโจทย์ที่เพิ่มขึ้นมาให้พวกเราต้องช่วยกันหาทางที่เชื่อมสองวงนี้อย่างไรกันต่อไป
  • พี่บางทรายก็ได้เริ่มแล้วส่วนหนึ่งนะครับที่ว่าจะเปิดโอกาสให้ นศ.ได้ไปเรียนรู้ชีวิตฯ เยี่ยมมากเลยครับ
  • ขอบพระคุณมากครับที่ช่วยกระตุกต่อมคิดในเช้านี้

น้องเม้ง ครับ ป๊าด..แล้วพุงพี่มันจะยุบได้ไงเนี๊ยะ มีแต่ของถูกปากทั้งน้าน..

น้องเม้งทีท่าว่าจะเก่งเรื่องครัวระครับ เพื่อนพี่คนหนึ่งเป็นคนฉวาง เขาเสียไปตอนเข้าป่า 14 ตุลา เป็นคนทำอาหารเก่งมาก เราเช่าบ้านข้างนอก มหา,ลัยด้วยกัน เขาเป็นคนทำแกงแบบใต้ให้กินบ่อยๆ เราอร่อยฝีมือเขา

พูดแล้วก็คิดถึงเขาในปรโลกครับ 

เป็นรายการพิเศษครับท่านครูบา

ไหนๆก็มาดงหลวง มาสัมผัสตัวตนดงหลวงในมุมของชาวบ้านๆ วิถีชีวิตและตอนหนึ่งของประวัติศาสตร์ดงหลวง ที่เป็นเรื่องราวเฉพาะท้องถิ่น  เพราะนี่คือส่วนหนึ่งของสังคมไทย

เป็นอวัยวะ เป็นองค์ประกอบของประเทศไทยครับท่าน  จากสาระตรงนี้มองย้อนขึ้นไปถึงระบบการศึกษา ได้ตอบสนองเรื่องราวของท้องถิ่นอย่างไรบ้าง  การปกครองได้ตอบสนองเรื่องของท้องถิ่นอย่างไร งานพัฒนา งานสาธารณะสุข วงวิชาการ ฯลฯ เราในฐานะชาว blog ลองสัมผัสดู น่าจะเกิดอะไรดีดีขึ้นบ้างครับท่านครับ  อย่างน้อยที่สุด มาสัมผัสความแตกต่าง ความหลากหลาย หนึ่งของสังคมเราครับ

หวัดดีน้อง สิงห์ป่าสัก

  • เรามีส่วนช่วยเชื่อมวงทั้งสองขอให้ประสานงานกัน
  • อย่างน้อยก็ลดช่องว่างลงมา
  • พี่เคยคิดเล่นๆว่า ทุกสาขาวิชาที่เรียนกันในมหาวิทยาลัยทุกแห่งในประเทศ ต้องกำหนด 1 เทอมลงชนบท แล้วเอาวิชาหลักที่เรียนไปคิดซิว่าจะเอาไปทำประโยชน์กับชนบทได้อย่างไร วิธีไหน กับใคร กลุ่มไหน เด็ก คนแก่ วัยรุ่น คนทำงาน
  • มันคงเกิดนวัตกรรมอะไรขึ้นมากมาย และก็หยิบส่วนดีดีไปต่อยอด ไปทำต่อ
  • วิชาการก็เชื่อมการรับใช้สังคมอย่างเป็นรูปธรรม ที่ไม่ลอยอยู่ในอากาศ
  • คนที่เรียนทางการศึกษาก็เอาไปคิดซิว่า จะเอาประชาชนเป็นศูนย์การเรียนอย่างเป็นรูปธรรมได้อย่างไร
  • คนที่ทางการเกษตรก็เอาไปคิดซิว่า องค์ความรู้ที่เรียนมานั้นจะถ่ายทอดให้เกษตรกรรู้ เข้าใจได้อย่างไร อะไรเหมาะสมแล้ว อะไรต้องดัดแปลง อะไรต้องพัฒนาออกไป จะมีระบบอะไรเกิดขึ้นอีกไหม...มันคงมีอะไรดีดีออกมามากมายทีเดียว
  • แต่สิ่งที่ได้คือ เด็กสัมผัสชนบท เข้าใจชนบท ฯลฯ วงสองวงใกล้ชิดกัน สายใยนี้ติดตัวเขาไปจนตาย
  • ฝันไปน่ะน้องสิงห์...ตื่น...ตื่น...อิอิ

โดนอย่างแรงพารากราฟสุดท้าย  ...

ผมเอาจานข้าวมาล้างไปอย่างเงียบๆ ปล่อยให้ศรีภรรยาขึ้นไปดูละเม็งละคอน ผมเองคิดวุ่นในสมองว่า เออ ประเทศไทยเราฝากอนาคตไว้กับเด็กพวกกลุ่มนี้ด้วยนี่นา...ชนบทจะไปอย่างไรกันเนี๊ยะ.เมื่อน้องๆกลุ่มนี้ขึ้นบริหารประเทศ หรือหน่วยงานที่ทำงานกับชนบท หรือผมวิตกจริตไปเอง .

อาจารย์ไม่ได้วิตกจริตไปคนเดียวหรอกค่ะ อย่างน้อยปิ๊กก็วิตกไปด้วยเช่นกัน

สวัสดีครับ P จินตนา อิ่มรักษา

  • อื่อ..เราเป็นห่วงกันนะครับ หากมีลู่ทางช่วยกันได้อย่างไรก็ควรช่วยกันนะครับ
  • สังคมเรา ประเทศเราเป็นของทุกคน
  • ขอบคุณครับ

คนที่เรียนทางการศึกษาก็เอาไปคิดซิว่า จะเอาประชาชนเป็นศูนย์การเรียนอย่างเป็นรูปธรรมได้อย่างไร 

  อันนี้ดีครับ 

สวัสดีครับท่านอาจารย์ P นาย วรชัย หลักคำ

  • ขอบคุณมากครับท่านอาจารย์ที่กรุณาแวะมาเยี่ยม