ขอสนทนาข้าม blog กับ อ.ภีมในเรื่องสวัสดิการชุมชน
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">งานวันที่ 13 กย. ที่เราจะนำเสนอนั้นคงจะมีสองส่วน ส่วนแรก คือ สิ่งที่รู้มา “และตีความ” จากการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิการชุมชน ส่วนที่สองจะใช้เวลาสั้นๆ คือ เราคิดอย่างไรกับสวัสดิการชุมชน</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ในบล็อกนี้จะลองพูดส่วนที่สอง </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ได้ลองนั่งทำรายการว่า “จากครรภ์มารดาสู่เชิงตะกอน” คนเราต้องการสวัสดิการอะไรบ้าง (นับตั้งแต่ปัจจัยสี่ ไปจนถึงจิตใจ สุขภาวะ และความสะดวกสบาย) เสร็จแล้วก็ลองประเมินดูว่า ในแต่ละเรื่องนั้น ใครเป็นผู้ “ผลิต” หรือ “จัด” สวัสดิการ พบว่า ส่วนใหญ่เป็นบทบาทของรัฐ กับ ตลาด ครอบครัวเองก็มีบทบาทบ้าง ชุมชนนั้นยังมีบทบาทน้อยที่สุดในปัจจุบัน</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">เมื่อมองถึง “สวัสดิการ” ที่ชุมชนจัดกันอยู่ในปัจจุบัน โดยส่วนตัว คิดว่า สิ่งที่ชุมชนทำนั้น ส่วนใหญ่เป็นการสร้าง “หลักประกัน” หรือ “บริการทางการเงิน” บางอย่างเพื่อให้สมาชิกนำเงินนี้ไป “ซื้อ” สวัสดิการที่รัฐ หรือ ตลาดเป็นผู้ผลิต เช่น ค่าเดินทางไป “รักษาพยาบาลที่รัฐเป็นผู้จัด” ทุนการศึกษาให้ลูกไปเรียนใน “โรงเรียนที่รัฐเป็นผู้จัด” </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">รูปแบบสวัสดิการชุมชนที่เป็นการสร้างหลักประกันบางอย่างโดยชุมชนนั้น เป็นสิ่งที่น่าสนับสนุน (โดยเฉพาะเมื่อมีผลด้านสังคม และด้านพัฒนาจิตใจ) แต่โดยส่วนตัว คิดว่า แต่ละชุมชนน่าจะมองบทบาทของตัวเองให้ทะลุกรอบการจัดสวัสดิการผ่านองค์กรการเงินอย่างเดียว เพราะแท้จริงแล้ว ชุมชนสามารถมีบทบาท (และกำลังแสดงบทบาท) 4 ประการ ในเรื่องสวัสดิการ ดังนี้</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">1. สร้างหลักประกัน หรือ บริการทางการเงิน เพื่อให้สมาชิกมีโอกาสได้เข้าถึงสวัสดิการที่รัฐและตลาดจัดได้ (อย่างที่จัดอยู่หลายกลุ่มในปัจจุบัน) </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">2. ผลิตสวัสดิการเองโดยชุมชนเพื่อชุมชน ควรเลือกสวัสดิการที่มีผลกระทบต่อความเป็นตัวตน วิธีคิด และวิถีวัฒนธรรมชุมชน (เรื่องอื่นๆ ปล่อยให้รัฐกับตลาดทำไป) ได้แก่ การจัดการศึกษา (การเรียนรู้)โดยชุมชน การจัดการทรัพยากรธรรมชาติโดยชุมชน การผลิตที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น (เพื่อรักษาฐานวัฒนธรรมและฐานทรัพยากรของชุมชนไว้) การดูแลเด็ก คนชรา และผู้ป่วย (เพื่อรักษาความรู้สึกเอื้ออาทรของคนในชุมชน)</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">3. สร้างเครือข่ายชุมชนเพื่อผลักดันเชิงนโยบายให้รัฐและตลาดผลิตสวัสดิการที่มีคุณภาพ ตรงนี้น่าจะขับเคลื่อนเป็นเรื่องๆให้ชัดเจน เช่น เครือข่ายโรงเรียนและผู้ปกครอง เรียกร้องให้รัฐดูแลสื่อ และให้ตลาดรับผิดชอบต่อการสร้างสื่อที่ดี เป็นต้น</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">4. สร้างเครือข่ายการตลาด เพราะสำคัญต่อรายได้ อาชีพ ซึ่งมีผลต่อความเป็นอยู่ของสมาชิกโดยตรง ความจำเป็นที่ต้องสร้างเครือข่ายการตลาดเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองในระบบตลาด และการแทรกแซงตลาดของรัฐที่ผ่านมาก็ไม่เอื้อประโยชน์ต่อเกษตรกร แต่ใช้เกษตรกรเพื่อแสวงหาผลประโยชน์เสียด้วยซ้ำไป</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ปัญหาคือ ในทางปฏิบัติจะขยับแต่ละขบวนกันอย่างไร และเชื่อมขบวนที่หนึ่ง สู่ สอง สาม สี่ อย่างไร จะหาคนทำ หาแนวร่วม หางบสนับสนุนจากที่ไหน</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">เขียนเสร็จแล้ว ก็รู้สึกเกรงใจนักปฏิบัติมาก !!! </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ตอนนี้ชุมชนพูดกันมากเรื่อง “การบูรณาการกองทุน” (ก็คือ อยู่ในเรื่องที่หนึ่ง) เราไม่แน่ใจว่ามีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหน บูรณาการแล้วอะไรจะดีขึ้นขนาดไหน หน่วยงานรัฐสนใจเพราะเกรงว่า มีหลายกองทุนแล้วชาวบ้านจะหมุนหนี้ แต่ตัวเรากลับเห็นความจำเป็นในการหมุนหนี้ของชาวบ้าน </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">เราสนใจเรื่อง “การบูรณาการกิจกรรม” มากกว่า เพราะนั่นเกี่ยวข้องกับการจัด “สวัสดิการ” (ที่ไม่ใช่ตัวเงิน) โดยตรง อาจช่วยแก้ปัญหาและลดความจำเป็นในการหมุนหนี้ของชาวบ้านได้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p>
ตัวเองยังเชื่อว่า กระบวนการมีส่วนร่วม การจัดการความรู้ที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยกันมองเป้าหมายร่วมกันสำหรับทุกภาคีที่เกี่ยวข้อง น่าจะเป็นการเริ่มต้นที่ดีทางหนึ่ง
แต่ต้องจัดการความรู้กันทั้งขบวน ตั้งแต่ชาวบ้าน อบต. ผู้กำหนดนโยบาย คนดูแลงบประมาณ คนทำงานด้านกฎหมาย เพราะปัญหาหรือคอขวด คงจะเกิดขึ้นได้แทบทุกจุด
อยากให้กำลังใจคนลงมือปฏิบัติค่ะ
เรียนถามอาจารย์ค่ะว่า เรื่องการจัดการปัญหาหนี้สินของชุมชน (ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของแทบทุกชุมชนขณะนี้) จะเรียกได้ว่าเป็นต้นทางของการไปสู่การจัดสวัสดิการหรือไม่ หรือว่าสามารถทำทั้งสองอย่างควบคู่กันไปได้เลยคะ
ไม่ได้เข้า gotoknow มานาน พอแวะเข้ามาบล็อกอาจารย์ ก็มีอะไรดีๆ รออยู่อีกเช่นเคย อ่านแล้วได้จุดประกายปิ๊งๆ ในประเด็นที่กำลังขบคิดอยู่ ขอบคุณมากค่ะ
โดยเฉพาะการผลิตสวัสดิการเองโดยชุมชนเพื่อชุมชน คล้ายๆ กับความพยายามบางอย่างที่กำลังจะเริ่มต้น เช่นการจัดการศึกษาที่จำเป็นสำหรับชีวิตชุมชนบนดอย หรือการรวมกลุ่มดูแลเด็ก เวลาพ่อแม่ไปทำงาน รวมทั้งการสร้างเครือข่ายการตลาดเพื่อรองรับอาชีพในชุมชน เป็นต้น
แต่ถ้าอาจารย์ไม่พูดชัดๆ อย่างนี้ ก็ไม่คิดว่าที่กำลังเดินทางอยู่นี้เป็นเรื่องเดียวกับสวัสดิการชุมชนที่พูดๆ กันอยู่ เพราะทีแรกคิดแคบๆ เพียงว่าสวัสดิการชุมชนเป็นเรื่องที่มองผ่านองค์กรการเงินอย่างอาจารย์ว่าข้างต้นเท่านั้น
อาจารย์น่าจะมีตัวอย่างการจัดสวัสดิการชุมชนแบบกว้าง อย่างที่อาจารย์เสนอมาแบ่งปันให้พวกเราได้เรียนรู้บ้างนะคะ จะเป็นพระคุณมากค่ะ
สวัสดีค่ะคุณดอกไม้น้อย
สวัสดิการในความหมายกว้าง คือ ความเป็นอยู่ที่ดี ชีวิตมีความผาสุข มีความมั่นคง ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับวิถีชีวิตย่อมเกี่ยวข้องกับ "สวัสดิการ"ค่ะ
เรื่องหนี้สินเป็นปัญหาและเกี่ยวข้องโดยตรงกับสวัสดิการทั้งแง่วัตถุและจิตใจ
แต่ดิฉันคิดว่า "หนี้สิน" เป็นอาการของปัญหา ที่มีสาเหตุจากหลายประการ ไม่ว่าจะเกิดจากโครงสร้างเศรษฐกิจสังคม (เช่น การผลิตเชิงเดี่ยวที่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงทางการผลิตและความผันผวนของราคาสินค้าเกษตร นโยบายการศึกษาที่บั่นทอนศักยภาพของท้องถิ่น ดูดคนออกนอกพื้นที่ และมีค่าใช้จ่ายทางการศึกษานอกพื้นที่สูง (แม้จะเรียนฟรี) ) หรือ พฤติกรรม (เช่น การบริโภคเกินกำลัง อบายมุข)
ดิฉันคิดว่า ต้นทางไปสู่การจัดสวัสดิการน่าจะอยู่ที่การแก้สาเหตุของปัญหาหนี้สินค่ะ
คุณ pilgrim คะ
หวังว่าคงสบายดีนะคะ คิดถึงคุณ pilgrim อยู่เหมือนกัน เห็นเงียบหายไป
สิ่งที่คุณ pilgrim ทำอยู่นั้น เป็นเรื่อง "สวัสดิการ" แน่นอนค่ะ
สวัสดิการชุมชนที่พูดถึง เป็นสวัสดิการโดยชุมชน เพื่อชุมชน จึงต่างจากสวัสดิการแบบสงเคราะห์ที่รัฐหยิบยื่นให้
เรื่องตัวอย่างสวัสดิการชุมชนนั้น จะค่อยๆทะยอย เขียนในบล็อกนะคะ
โชคดีค่ะ
ขอบคุณอาจารย์มากค่ะ รักษาสุขภาพนะคะ
ขอบคุณอาจารย์มากๆ ค่ะ ตอนนี้กำลังสนใจเรื่องสวัสดิการตั้งแต่เกิดตนตายอยู่ค่ะ ขอฝากตัวเป็นลูกศิษย์อาจารย์อีกคนนะคะ