ได้ฟังสิ่งดีๆที่คิดว่าเพื่อนๆน่าจะนำไปฝึกหัดปฏิบัติหรือสอนญาติให้หัดทำไว้ก็ดีนะคะ...ไม่ต้องรอให้จะผ่าตัดแล้วค่อยหัดทำเพราะดูแล้วว่าคนเราทั่วๆไปก็น่าจะหัดทำให้เป็นไว้ได้....ไม่เสียหายอะไร

ต๊ายตาย!....ฟังหัวข้อแล้วหลายคนคงขำ....ใครกันจะหายใจไม่เป็น   ก็ไอ้ที่กำลังอ่านอยู่นี่ก็กำลังหายใจไปด้วยนะเนี่ย...ไม่เห็นจะต้องสอนกันเลย....(อ้าว!....หรือท่านไม่ได้แอบคิดอย่างนี้คะ)   

เมื่อวานนี้ฉันฟังบรรยาย เรื่อง การให้ยาระงับความรู้สึกในผู้ป่วยโรคระบบหายใจ โดย ผศ.นพ.ทนันชัย  บุญบูรพงศ์...ได้ฟังสิ่งดีๆที่คิดว่าเพื่อนๆน่าจะนำไปฝึกหัดปฏิบัติหรือสอนญาติให้หัดทำไว้ก็ดีนะคะ...ไม่ต้องรอให้ถึงวันจะผ่าตัดแล้วค่อยหัดทำเพราะดูแล้วว่าคนเราทั่วๆไปก็น่าจะหัดทำให้เป็นไว้ได้....น่าจะเกิดประโยชน์กว่าค่ะ  

เรื่องเหล่านี้   วิสัญญีพยาบาลน่าจะมีบทบาทในการนำการปฏิบัติลงสู่คนไข้ ซึ่งจะมีประโยชน์มากๆน่ะค่ะ..... 

...เอาเป็นว่าเดี๋ยวให้เพื่อนๆใน GotoKnow  ช่วยสาธิตให้ดูเบื้องต้นก็แล้วกันค่ะ...เอ...ใครจะเป็นนางแบบดี...เอ้อ...น้องลูกหว้าเป็นผู้ป่วยก็แล้วกัน...ท่าทางว่าง่าย...ไม่ปฏิเสธ  อย่างเก่งก็แค่พูดว่า  ก็พี่ติ๋วน่ะ...เอาหนูมาขายอีกแล้ว  แค่นั้นแหละน้าๆ...  

เอ้า...น้องลูกหว้านอนลงค่ะ...... 

คราวนี้จะสอนให้หัดหายใจเข้าลึกเต็มที่อย่างถูกวิธีนะคะ...เอ้าเริ่มค่ะ.....  

การหายใจเข้าลึกเต็มที่เพื่อให้ทราบว่าใช้กล้ามเนื้อส่วนใดหายใจได้บ้าง....ไม่ใช่แค่เพียงบอกให้ผู้ป่วยหายใจเข้าลึกๆเท่านั้น 

๑.    วิธีหายใจโดยใช้หน้าอก(thoracic  breathing)  เอ้า....คราวนี้ขออาสาสมัคร  คงต้องเป็นหญิงดีกว่า  เอาน้องซูซานเป็นผู้ฝึกนะคะก็แล้วกัน  ดูหน่วยก้านดีหน่อย

·        ผู้ฝึกเอามือวางบนหน้าอกกลางกระดูกอกของผู้ป่วย ออกแรงกดพอประมาณ (บรรดาผู้ชายออกห่างเตียงคนไข้นิดส์นึงค่ะ  ทำงานไม่สะดวก   แหม!...มุงกันจริง   สนใจกันจัง... เฮ้อ!)

·        ผู้ป่วย หายใจเข้าช้าๆต้านกับแรงกดของมือ(โอ๊ะๆ....เบาๆ  ซูซาน  เดี๋ยวกระดูกน้องลูกหว้าหัก)....ให้หน้าอกยกมือให้สูงขึ้นช้าๆจนสูงสุดเท่าที่จะทำได้...อาจให้ฝึกกลั้นไว้ครู่หนึ่งประมาณ 5 วินาที  แล้วจึงหายใจตามปกติ 

·        ฝึกทำหลายครั้ง  ถ้าทำเป็นแล้วไม่ต้องใช้มือกดต้าน  ทรวงอกก็จะขยายขึ้นได้มาก....ดีมาก...ทำได้ดีมากเด็กๆ.... 

๒.    วิธีหายใจโดยใช้ท้อง(abdominal หรือ diaphragmatic  breathing) 

·        ผู้ฝึกเอามือข้างหนึ่งกดลงบนหน้าท้องของผู้ป่วย

·        ผู้ป่วย หายใจเข้าช้าๆโดยไม่ต้องใช้หน้าอกแล้ว  ให้พยายามใช้หน้าท้องยกมือที่กดอยู่ให้สูงขึ้นมากที่สุดเท่าที่จะทำได้...อาจจะกลั้นไว้สักครู่หนึ่งประมาณ 5 วินาที  แล้วจึงหายใจตามปกติ 

·        ฝึกทำหลายครั้ง  ถ้าทำเป็นแล้วไม่ต้องใช้มือกดต้าน  ทรวงอกก็จะขยายไปทางท้องได้อย่างมากค่ะ 

(http://www.njc.org/disease-info/wellness/breathing.aspx)

๓.    วิธีหายใจโดยใช้หน้าอกและท้องพร้อมๆกัน(thoracoabdominal    breathing) 

·       ผู้ฝึก เอามือข้างหนึ่งกดบนหน้าอก  อีกข้างหนึ่งกดบนหน้าท้องพร้อมๆกัน....ให้ผู้ป่วย หายใจเข้าช้าๆโดยใช้ทั้งหน้าอกและหน้าท้องพร้อมๆกัน   สังเกตดูจะเห็นมือผู้ฝึกยกขึ้นพร้อมๆกันจนเต็มที่  แล้วกลั้นไว้ประมาณ 5 วินาที  แล้วหายใจออกปกติค่ะ

·        ฝึกทำหลายครั้ง  ถ้าทำเป็นแล้วไม่ต้องใช้มือกดต้าน  หน้าอกและท้องก็จะขยายขึ้นๆพร้อมๆกัน  อาจให้ฝึกกลั้นไว้ครู่หนึ่งประมาณ 5 วินาที  แล้วจึงหายใจตามปกติ 

·        ท่านี้ทำยากหน่อยค่ะ....ต้องฝึก   

๔.    วิธีหายใจโดยใช้สีข้าง(lateralcostal  breathing) 

·        ให้ผู้ป่วย นั่งหรือยืนก็ได้  คราวนี้ผู้ฝึกใช้มือสองข้างกดบริเวณชายโครงทั้งสองข้าง  พร้อมๆกัน

·        ฝึกทำหลายครั้ง  ถ้าทำเป็นแล้วไม่ต้องใช้มือกดต้าน  หายใจเข้าช้าๆโดยให้ทรวงอกขยายออกทั้งสองข้าง   ต้านกับแรงกดของมือผู้ฝึกจนเต็มที่ อาจกลั้นไว้ 5 วินาที  แล้วจึงหายใจออกตามปกติ 

·        ฝึกทำหลายครั้ง  ถ้าทำเป็นแล้วไม่ต้องใช้มือต้านก็ได้ค่ะ 

เมื่อทำได้หมดแล้ว...มาฝึกหายใจด้วยทุกส่วนพร้อมๆกัน ..... 

น้องลูกหว้าผู้ป่วย นอนลง  ใช้มือตนเองกดสีข้างตนเองทั้งสองข้างเข้าหากัน..... 

น้องซูซานผู้ฝึกเอามือข้างหนึ่งกดบนหน้าอก  อีกข้างหนึ่งกดบนหน้าท้อง....

คราวนี้ให้ผู้ป่วย หายใจเข้าช้าๆโดยใช้กล้ามเนื้อทุกส่วนพร้อมๆกัน    

ด้วยวิธีนี้เท่านั้นจึงจะทำให้ได้ปริมาตรที่หายใจสูงสุด  เท่ากับหรือใกล้เคียงกับ  total  lung  capacity ได้... 

......เป็นไงคะน้องลูกหว้า ....ผู้ป่วย   เหนื่อยไหมคะ? 

หวังว่าทุกท่านที่สนใจคงได้ประโยชน์จากการฝึกการหายใจอย่างถูกวิธีครั้งนี้นะคะ ...คราวนี้ละ...ผู้ป่วยจะไม่ปอดแฟบ(หลังดมยาสลบ)แล้วค่ะ  

(ขอขอบคุณน้องซูซานและน้องลูกหว้าค่ะ...ที่ช่วยสาธิตให้เพื่อนๆได้เห็นชัดเจนขึ้น  ดูง่าย  เข้าใจง่ายขึ้นค่ะ...ขอบคุณมากๆค่ะ)

อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ

1. Deep-Breathing Exercises Reduce Atelectasis and Improve Pulmonary Function After Coronary Artery Bypass Surgery*