วิถีแห่งการทำงานปัจจุบัน...
ดุจดังถูกขังในกรงขังความคิด
ห้ามถาม...ห้ามโต้แย้ง...ห้ามแสดงความคิดเห็น
บ่อยครั้งเข้า...หลายคนถูกกลืนหายในกะแส
หลายคนจึงเลือกไม่แสดงตัวตน...
รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี...
********************
คุณละคะเลือกที่จะปรากฏตัวตนในรูปแบบใด...ฉันหรือคะ..ฉันเป็นประเภทความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอดคะ...เพราะฉันเป็นพวกชอบถามคำถาม และเจ้าปัญหา ยิ่งกว่า เจ้าชายน้อย ฉันถามคำถามในที่ประชุมด้วย...(ฉันสอบไม่ผ่านกฎข้อที่ 1 ในวิธีการทำงานแบบไทยๆคะ)...ฉันจึงถูกขึ้นบัญชีดำ...ตอนนี้เป็นอย่างไรหรือคะ...ฉันก็ยังถามคำถามอยู่(แต่น้อยลงนิดนึง...ยังไม่เข็ด)...

ฉันเป็นพวกขี้สงสัยคะ...แล้วต้องหาคำตอบให้ได้ไม่งั้นกินไม่ได้..นอนไม่หลับ ต้องขอบคุณTim Berners-Lee และ Robert Cailliau ที่คิดค้น WWW ทำให้การเข้าถึงระบบเครือข่ายเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น...ฉันคงแย่แน่ถ้าไม่มี กูเกิ้ล กับ วิกิพีเดีย เป็นผู้ช่วยที่แสนดี เพราะฉันเป็นลูกน้องคนสุดท้ายในที่ทำงาน(ไม่มีใครช่วย...)...และที่ลืมไม่ได้ ต้องขอบคุณ G2K และทีมงานทุกท่านคะที่ให้ฉันได้เปิดโลกใบใหญ่ซึ่งเป็นโลกส่วนส่วนตัวที่ฉันไม่อาจแสดงตัวตนได้ในที่ทำงาน...หลายครั้งคะที่การทำงานถูกจำกัดด้วยปัจจัยหลายๆด้าน...ฉันจึงรู้สึกเหมือนถูกขังในกรงขังความคิด...บางครั้งอยากทลายกำแพงคุก...หลบหนีไป...ฉันเลือกวิธีทำลายกำแพงคะ...จะได้เป็นที่จดจำ(อยากดัง)...คุกที่ฉันถูกขังไม่ต้องลงเรือหนีเหมือนที่ คุก Alcatraz และฉันอยากหลบหนีการติดดามได้สำเร็จแล้วไปใช้ชีวิตใหม่แบบ The Shawshank redemption ตอนนี้ฉันอยู่ในระหว่างหลบหนีการจับกุมคะ มาคอยติดตามเอาใจช่วยฉันได้ในคืนวันนี้ (วันอาทิตย์) ตอน 4 ทุ่มคะ...ใช่เลยคะฉันกำลังพูดถึง Prison break 2 ที่กำลังฉายทางเคเบิ้ลในบ้านเรา...ฉันไม่ได้ดูเพราะ ไมเคิล พระเอก (ฉันว่าเขาตัวเตี้ยไป...ตาเศร้าไป...ฉันว่าเขาใจอ่อนเกินไป...ขี้สงสาร...อิอิฉันโหดกว่าเยอะเลยคุณ) แต่ฉันชอบบทคะตัดฉับไวและคาดเดาไม่ได้...คุณไม่ต้องมาเล่าตอนจบให้ฉันฟังนะคะเพราะเรื่องนี้ฉันไม่อ่านเรื่องย่อ...อยากคิดเองว่าถ้าเป็นฉัน..ฉันจะทำอย่างไร...ในสถานการณ์แบบนั้น...เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้เสมอเหมือนในชีวิตจริง..ที่ไม่มีใครอยากเป็นคนเลว...แต่ตราบใดที่เราต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอด...เราอาจทำสิ่งที่ผิดพลาดได้...คงยากที่จะเจอคนที่ไม่เคยผิดพลาดเลยในชีวิต(ฉันเองก็ทำผิดบ่อยคะ...แต่ถือว่าเป็นบทเรียน...ข้อแก้ตัวคะ) แต่ทำอย่างไรเราจะไม่ทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าต่างหากละคะ

หากทลายกำแพงไม่ได้ฉันจะเลือกวิธีโบยบินคะ..(อยากให้ ปีเตอร์แพน มารับคะ...ไม่อยากให้ ซุปเปอร์แมน มนุษย์ค้างคาว...หรือไอ้แมงมุม มารับ...ฉันสงสัยว่าเขาใส่เสื้อผ้าฟิตๆแบบนั้นไม่อึดอัดหรือไง) แต่งานนี้ไม่มีใครว่างสักคน...ฉันจึงต้องพึ่งการบริการของเจ้านกยักษ์ Pelican ที่แสนจะใจดีตัวนี้..มันทำหน้าที่เป็นบุรุษไปรษณีย์ด้วยนะคุณ ทำหน้าที่รับส่งเด็กๆ...แต่คุณต้องรับให้ดีนะคะเพราะมันใช้วิธีหย่อนลงปล่องไฟคะ ...
แต่มีบางตัวนิสัยไม่ดีเหมือนกันนะคุณ ที่ลอนดอนโน่นเลยคะ...สงสัยมันจะเครียดจัด...ค่าครองชีพสูงไม่มีตังค์ซื้อปลามันเลยเขมือบนกพิราบเป็นอาหารกลางวันซะเลย...แต่ที่นี่คะ...น่ารักทุกตัว...มันชอบเดินอุ้ยอ้ายมาขอปลาจากนักตกปลา....ฉันชอบดูมันบินคะ...ไม่น่าเชื่อว่านกยักษ์แบบนี้จะบินขึ้นลงได้สวยมาก...มันร่อนลงจอดบนผืนน้ำได้อย่างสวยงามเชียวละคะคุณ

ปิดตา ปิดหู
อย่า "..." อยากรู้ อยากเห็น
การมาของเผด็จการเลือดเย็น
ดำรง อยู่, เป็น ตามบัญชา
สิ้นยุคอิสรภาพทางความคิด
ถูกผิดอย่าเพียรค้นหา
ขานรับยุคมืดทางปัญญา
อย่าหวัง, ดื่มเสพปรัชญา - ปัญญาชน
หาที่ว่างเล็กเล็กซ่อนซุกตัว
หลีกหลบม่านหมอกสลัวอันมัวหม่น
ไปหยอกเย้า ยิ้มหวัวกับ "ตันตน"
ก่อนวิญญาณความเป็นคนจะถูกทำลาย
ขอนำบทกวีของ
อาจารย์ แผ่นดิน ที่ประพันธ์ไว้มาเติมเต็มให้บันทึกนี้นะคะ

สวัสดีครับ
วิถีแห่งการทำงานปัจจุบัน...
ดุจดังถูกขังในกรงขังความคิด
ห้ามถาม...ห้ามโต้แย้ง...ห้ามแสดงความคิดเห็น
บ่อยครั้งเข้า...หลายคนถูกกลืนหายในกระแส
หลายคนจึงเลือกไม่แสดงตัวตน...
รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี...
.....
หลายครั้งคะที่การทำงานถูกจำกัดด้วยปัจจัยหลายๆด้าน...ฉันจึงรู้สึกเหมือนถูกขังในกรงขังความคิด...บางครั้งอยากทลายกำแพงคุก...หลบหนีไป...ฉันเลือกวิธีทำลายกำแพง
....
ผมเองเคยเขียนบทกวีอย่างหยาบห้วนไว้บ้าง เพราะครั้งหนึ่ง หรือหลายครั้งก็ตกอยู่ใต้ภาวะเช่นนี้เหมือนกัน
ปิดตา ปิดหู
อย่า "..." อยากรู้ อยากเห็น
การมาของเผด็จการเลือดเย็น
ดำรง อยู่, เป็น ตามบัญชา
สิ้นยุคอิสรภาพทางความคิด
ถูกผิดอย่าเพียรค้นหา
ขานรับยุคมืดทางปัญญา
อย่าหวัง, ดื่มเสพปรัชญา - ปัญญาชน
หาที่ว่างเล็กเล็กซ่อนซุกตัว
หลีกหลบม่านหมอกสลัวอันมัวหม่น
ไปหยอกเย้า ยิ้มหวัวกับ "ตันตน"
ก่อนวิญญาณความเป็นคนจะถูกทำลาย
.....
บทกวีบทนี้เขียนขึ้นอย่างเงียบ ๆ และเคยมีนิสิตมาขออนุญาตนำไปใช้ จนมีการตั้งคำถามขึ้นมาว่า ใครคือเจ้าของบทกวีบทนี้ ....
.....
ขอบคุณครับ
ขอบคุณคะอาจารย์...นักกลอนตัวจริงอุตส่าห์แวะมาเอง...บางครั้งท้อแท้เครียดกับงานที่ทำคะ...หลายครั้งเหมือนอยู่ตัวคนเดียว...บอกเล่าให้ใครฟังไม่ได้เลย...ชอบงานเขียนของอาจารย์ในบล็อกคะ...อาจารย์มีพรสวรรค์หลายด้านคะ...ทั้งศาสตร์และศิลป์...รวมทั้งการปกครองคนของอาจารย์...ได้แนวคิดดีๆเยอะคะ
มาทักทายคุณด้วยความเหนื่อยล้า (( ทั้ง ๆ ที่เป็นวันจันทร์เนี่ยนะ ))
อยากได้คนปลอบใจ - ให้กำลังใจ (( อีกแล้ว )) ชะมัด
เมื่อกี้เมล์หาพี่สาวคนหนึ่ง
ต้อมมีพี่สาวในโลกไซเบอร์เหลืออีก 1 คนแน่ะ ที่ต้อมเมล์คุยกัน
เมล์ ค่ะ คุยทางเมล์ ไม่คุยทางโทรฯ
เธอเป็นคนเดียวที่ต้อมรู้สึกสนิทใจมากในตอนนี้
บอกเธอไปว่า " ต้อมอยากแค่นอนหลับตาเสียจริง ๆ ในวันนี้ "
ต้อมคงเป็นคล้ายปีเตอร์แพน เด็กที่ไม่รู้จักโตเสียที
ต้อมมีโลกของตัวเอง โลกส่วนตัวที่ไม่ค่อยจะมีใครเข้ามาถึงเสียด้วยสิ
และต้อมก็หวงแหนเสียด้วยนะ พื้นที่ของตัวเองน่ะ
ต้อมเป็นขบถ .. ต้อมคิดแปลกแยกไปจากคนอื่น ..
แต่ใครจะไปสนล่ะ ก็นี่เป็นตัวต้อม
ตัวกู ของกู อย่างพระพุทธทาส ท่านว่าไว้ไงเนอะคุณ
ถ้าเป็นไปได ก็อยากให้กำลังใจคุณเยอะ ๆค่ะ
แต่วันนี้ กำลังใจที่ว่าคงไปถึงคุณได้ในจำนวนไม่มากเหมือนที่ใจอยากจะมอบห้
เพราะคนมอบเองก็ย่ำแย่เต็มที
^_^ แต่ก็ยังอยากจะให้อยู่ดี เนอะ
ขอบคุณคะคุณต้อม
ต้อมยิ้มออกแล้วค่ะ เพราะมีกำลังใจดี อิอิ ก็ของพี่สาว ๆ ทั้งหลาย 40 สวยเซ็กส์ และของคุณไง ^_^ แค่นี้ก็ยิ้มได้แล้วค่ะ ยิ้มได้แล้ว
โอ้..ขอเสียงปรบมือให้ต้อมเยอะ ๆ ต้อมชอบ อิอิ เพราะต้อมคนดีที่มาก่อนเลข 1 เลย อ่ะ ดิ เนอะ
คุณ..ความดีความชอบ เขาให้เขียนทำไมหรือคะ? แฮ่ะ ๆ ๆ ก็ต้อมไม่รู้นิ แปลกเนอะ ให้เราเขียนประเมินตัวเองเนี่ยนะ โอ้!! นี่ถ้านายต้อมให้เขียนแบบนั้นบ้าง ต้อมคงเขียนบอกว่าตัวต้อมเองตอนนี้ชักเริ่มจะมาสายแร่ะ บางวัน..นายต้องโทรตาม haha พอรู้ว่าวันไหนนายไม่อยู่ ไปต่างประเทศ หรือ กรุงเทพ ต้อมก็จะ..โอ๊ยยย ขี้เกียจจัง ไม่ดีเลยนะ เหมาะที่จะเป็นเจเนอรัล เบ๊ อยู่อย่างนี้ล่ะเนอะ แต่ก็มีความสุขนะ ตามอัตภาพ ต้อมนึกไม่ออกเลยว่าถ้าต้อมต้องทำงานที่ต้องใช้ความรับผิดชอบมาก ๆ หรือ วุ่นวายยุ่งเหยิงกว่านี้ ต้อมคงทนไม่ได้แน่ ๆ ขอเป็นน้องแจ๋วชงชา กาแฟ รับโทรฯ กวาดห้อง ล้างห้องน้ำไปแบบนี้ดีแร่ะ อิอิ จะได้มีเวลามานั่งหยอกเย้าคุณไง โอ้..คุณต้องว่าต้อมไม่รักความก้าวหน้าแหง ๆ แฮ่ะ ๆ ๆ
จะว่าไปก็เหมือนกันล่ะค่ะ ทำงานงก ๆ แทบตาย .. แต่ไม่ค่อยจะได้คำชมเลย น้อยใจนะลุ้งงง หนูน้อยใจ แฮ่ะ ๆ อยากตะโกนบอกนายไปแบบนี้มั่งค่ะ
แฮ่ะ ๆ ๆ มาบ่นเป็นเพื่อนคุณค่ะ มีสุขร่วมเสพ มีทุกข์ร่วมต้าน ไงล่ะคะ เนอะ (( แล้วที่บ่น ๆ ไปเนี่ย ต้านกันตรงไหนฟะ? ))
ป.ล. กาแฟ 1 ซอง + ไมโล 1 ซอง น้ำร้อน ๆ ครึ่งถ้วย ด้วยกันไหมคะ? ^_^ อร่อยนะ
คุณต้อม ขา
ชมไปเถอะ แต่ถ้าไม่มีอารมณ์ คุณก็ไม่ได้ชิมอยู่ดี อิอิ
คุณต้อมขา...อิอิรู้น่าว่าคุณเป็นคนใจดี...
* สวัสดีค่ะคุณ naree suwan …. เข้าบล็อกนี้ทีไรมีอะไรดีๆ..ให้คิด..ให้เห็น..ถึงอย่างไร..ไม่มีใครขังใจเราได้..** ใช่ป๊ะ?….<<ขอบอก..ขอบอก..>>ชอบความอิสระของเจ้าของบล็อกนี้ค่ะ..
ขอบคุณนะคะที่ฝ่ากระแส...จอขาวของG2K มาได้...(ชาว G2Kความพยายามสูงกันทุกคนนะคะ)
อย่ามาแสร้งชมต้อมเสียให้ยาก อย่านะ อย่า บอกว่าอย่าาาาาาา เค้าไม่หลงคารมตะเองหร๊อกกก จะบอกให้ ^_^
ต้อมก็เจอหน้าจอขาวตลอด เพราะฉะนั้นก็เลยต้องพิมพ์ใน word แล้วก้อปมาวาง แฮ่ะ ๆ ๆ ก็สัญญาน ADSL ยังอาการทรง ๆ ทรุด ๆ อยู่เลย ฮือ ๆ ๆ
วันนี้ทำไมคุณมาเช้าจังคะ?
ป.ล. ชอบใจกับประโยคที่คุณบอกท่านพี่ขจิต โจ บา เอ ว่า " เหตุผลที่ต้องใส่แว่นปิดบัง เพราะฉันหน้าตาดีมากค่ะ " อ่านแล้วอมยิ้มมมมมมม