เสาร์-อาทิตย์ เบื่อที่ว่างงาน

บอกเธอว่าคิดถึง คิดถึงจริงๆ

วันที่ 26 สิงหาคม 2550

วันนี้เป็นวันอาทิตย์ของสัปดาห์ที่ 16 นับถอยหลังไปก็จะเหลือ 80 วันแล้ว พรุ่งนี้ก็จะขึ้นต้นด้วยเลขหลัก 7 ดีใจจริงๆเลย

                เมื่อวานซึ่งเป็นวันเสาร์ได้มีโอกาสตื่นสายซะบ้าง กว่าจะลุกจากเตียงนอนได้ก็ 9 โมงเหลือๆ ที่จริงก็ไม่ได้หลับสนิทหรอก เพราะว่าเสียงจากข้างล่างดังครึกโครม เรียกว่าทุกประมาณตี 4 ของทุกวัน จะมีเสียงดังโครมๆอยู่เสมอ ผมเดาว่าน่าจะเป็นการเก็บขยะ ที่ว่าเดาเพราะขี้เกียจตื่นขึ้นมาดู

                กว่าจะทำกิจธุระยามเช้าเสร็จก็เกือบ 10 โมง ขี้เกียจกินข้าวเช้า เพราะว่าเวลาเที่ยงนัดกับพี่การ์ตูนเอาไว้ เดี๋ยวจะกินไม่อร่อย เลยกินกล้วยหอม นมสด และขนมปังไส้ถั่วแดง เล่นเอาอิ่มเกินกว่าที่คาดแฮะ จากนั้นก็มานั่งเปิดคอมฯท่องไปใน G2K ซึ่งเดี๋ยวนี้ติดงอมแงมยิ่งกว่าเด็กติดเกม (เว่อร์ไปหรือเปล่าเนี่ย)

                11 โมงกว่านิดๆก็ออกจากห้องเพื่อไปยังสถานีรถไฟฟ้า Little India ต่อไปยัง Outram Park MRT ที่ที่พี่การ์ตูนนัดเอาไว้ ตอนที่เดินออกไปก็เลือกที่ผ่านไปทาง Tekka market เพื่อจะได้ดูเมืองแถบบ้านตัวเองยามสายบ้าง ปกติไปทำงานแต่เช้า คนเขายังตื่นไม่มาก วันนี้เกือบเที่ยงแล้วก็ได้พบว่ามีคนขวักไขว่ ผมชอบดูพวงมาลัยแบบอินเดียที่เขาร้อยแต่พวงใหญ่ๆ บางพวงเป็นดอกกุหลาบทั้งพวงเลยครับ บางพวงใส่หญ้ามาด้วย ประดับเสียสวยงามจนแทบไม่นึกว่าเป็นหญ้าแพรกเลย ผมว่าสัญลักษณ์ของพวงมาลัยอินเดียน่าจะอยู่ที่ดอกดาวเรืองนะครับ เห็นทีไรก็นึกถึงอินเดียทุกคราไป

                ผมมาถึงก่อนเวลานัด จึงไปเดินเล่นใน Pearl center ที่คุ้นเคย เพราะเมื่อแรกมาก็มานอนแถวๆนี้นี่แหละ เดี๋ยวเดือนตุลาคมนี้อาจารย์เต็มศักดิ์ก็มาอีกครั้ง กะว่าจะพาอาจารย์ไปหาของกินอร่อยๆสนองพระเดชพระคุณที่ท่านเคยกรุณาผมไว้

                พี่การ์ตูนก็มาตรงเวลาเป๊ะ เราเดินไปคุยกันไป พี่บอกว่าเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับพี่หนุ่ม(ธนะรัตน์) พี่เหน่ง(วิวัฒนา) พี่เบี้ยว (ธวัช) พี่เฮ้ง(ศักดิ์ชัย) พี่จอม(ศรันยู) พี่วันดี ฟังไปฟังมา หลายคนก็เป็นอาจารย์ที่ม.อ.นี่เอง พี่การ์ตูนพาผมไปกินในศูนย์อาหารที่อยู่หน้า SGH ที่นี่ผมเคยมากิน 3 ครั้งแล้ว ครั้งแรกก็คือก๋วยจั๊บแยกเส้นนั่นไง วันนี้พี่การ์ตูนสั่งปูผัดพริกให้กิน (อาหารประจำชาติที่นี่คือ ปูผัดพริกไทยดำและปูผัดพริกครับ) อีกจานเป็นปลาหมึกผัดพริกและผัดคะน้าน้ำมันหอย อร่อยสุดยอดในราคารวม 30 กว่าเหรียญเท่านั้นเอง นี่แหละครับ อาหารระดับเหลาราคาริมถนน สุดยอดจริงๆ วันหลังใครไปเที่ยวจะพาไปกินที่นี่แหละถูกกว่าจัมโบ้มากเลย จบมื้อนี้ก็ไปกินขนมหวานลูกบัวแปะก๊วยและน้ำอ้อยสดคนละแก้ว ขอบคุณครับพี่

                พี่การ์ตูนมีความสุขกับการทำงานเป็นผู้บริหารที่นี่มาก ตำแหน่งที่นี่เท่ากับรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเลยเชียวครับ ผมก็ถามว่าไม่คิดจะกลับเมืองไทยเหรอ ท่านบอกว่ายังสนุกกับงานอยู่ เพราะที่นี่เขาให้ความสำคัญกับงานครับ ใครทำดีก็เป็นที่ชื่นชมโดยไม่ต้องสนใจว่าเป็นใคร มาจากชาติไหน ยิ่งหัวหน้าดีนี่ยิ่งสนุกใหญ่ นี่หลังจากมื้อนี้จะต้องไปเรียนบริหารอีก ผมฟังดูแล้วน่าจะเหนื่อยมาก แต่พี่การ์ตูนเป็นผู้หญิงเก่งและคล่องครับ ดังนั้นแม้ว่าเหนื่อยก็คงจะสนุกจริงอย่างที่พี่ว่านั่นแหละ และวันนี้ผมยังได้ทราบอีกว่า เรายังมีพี่เอ๊ด รุ่นพี่ม.อ.มาเป็น consultant ด้านอายุรกรรมโรคไตอยู่ที่ NUH อีกด้วย ยังคุ้นๆว่าน่าจะรู้จัก ไม่แน่ใจว่าเป็นคนเดียวกับที่เคยเป็นอายุรแพทย์อยู่ที่โรงพยาบาลหาดใหญ่หรือไม่ เดี๋ยวจะลองสืบดู

                ส่วนวันนี้ซึ่งเป็นวันอาทิตย์ ผมได้บอกชาพาลีว่าจะไม่ไป round เธอจะได้ round กับอาร์ลีน ผมย้ำกับเธอว่าหากอาร์ลีนไม่มาให้รีบตามผมด่วน รายนี้ไว้ใจไม่ค่อยได้นัก ผมตื่น 9 โมงกว่าเช่นเดิม ก็เหมือนเดิม วันนี้วันอาทิตย์จะให้หลับสบายได้อย่างไรเล่า เพราะทุกชั่วโมงของวันนี้ที่ข้างๆที่พัก โบสถ์เขาจะลั่นระฆังดังเหง่งหง่างกังวานแว่ว สะดุ้งแล้วก็สะอึกนึกว่าฝัน สั่นอยู่นานจนตื่นพัลวัน ลุกขึ้นพลันชงกาแฟแม่(คุณ)เตรียมมา ได้อาบน้ำอาบท่าสบายตัว ได้ล้างหัวสระผมดีนักหนา กินข้าวมันไก่ที่แสนจะแปลกตา เพราะเขามาปั้นข้าวเป็นก้อนกลม         จริงอย่างที่ว่าแหละครับ เพราะร้านนี้เขาปั้นข้าวธรรมดาๆนี่แหละเป็นก้อนเท่าลูกเทนนิส ตอนแรกนึกว่าเป็นข้าวเหนียวซะอีก กินไป 2 ก้อนก็อิ่มพอดี จากนั้นก็ขึ้นมานั่งอ่านหนังสือ ประวัติต้นรัชกาลที่ ๖ ของ ราม วชิราวุธ ก็สนุกดีนะครับ ได้รู้เรื่องราวเพิ่มขึ้นอีกมากมาย จนอยากจะอ่านและหาต่อไปอีกว่าใครคือ น้องชายเล็ก ท้ายที่สุดก็ได้ทราบ ทำให้ต้องจับต้นชนปลายเรื่องราวที่เคยรู้มาก่อนใหม่อีก

                ช่วงบ่ายเหงามากจนต้องโทรกลับไปหาจิ๋ม บอกเธอว่าคิดถึง คิดถึงจริงๆ จิ๋มบอกว่าอีก 10 กันก็ได้กลับบ้านอีก ไม่เป็นไร ตอนนั้นจิ๋มกำลังเข้า net เพื่อหาที่เที่ยวที่หัวหิน เราวางแผนกันว่าเดือนพฤศจิกายนนี้ เมื่อผมเรียนจบเราจะนั่งรถไฟไปหัวหินกัน สาวๆตัวน้อยอีก 2 คนคงจะสนุก แต่ผมไม่ค่อยแน่ใจในตัวเจ้าจ้านักว่าจะสนุกหรือเปล่า เพราะเธอยังไม่เคยขึ้นรถไฟมาก่อนเลย ผมบอกจิ๋มว่าเมื่อคืนฝันว่าได้ขับรถไฟ โดยมีเจ๊จินเป็นคนขับ ส่วนผมได้แต่ยืนดูข้างๆ ไปเที่ยวหลายที่ โดยที่จิ๋มและลูกนั่งอยู่ในตู้โดยสารด้านหลังซึ่งมองเห็นกัน สนุกครับแต่จบด้วยรถไฟตกรางและไปจมอยู่ในเลน ตู้โดยสารข้างหลังเกิดอุบัติเหตุตามมาอีก เล่นเอาผมสะดุ้งตื่น (จริงๆแล้วตื่นเพราะเสียงเหง่งหง่างด้วยนั่นเองแหละ) จากนั้นผมก็ถามเรื่องนมลูก เธอบอกว่าคุณจ้าไปได้แจ๋ว กินได้วันละ 3 กล่อง ตอนนี้กินยี่ห้อดูเม็กซ์ เพราะก่อนเลิกนมขวด เธอกินยี่ห้อนี้อยู่ แต่ไม่ไหวแพงเหลือเกิน เลยลองซื้อนมจิตรลดามาให้ลองดู เป็นนมสดจริงๆและเป็นของในหลวงด้วย ถ้าเธอชอบจะได้ซื้อมากินต่อไป

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ผมเอง

คำสำคัญ (Tags)#แพทย์#เรียนต่อ#สิงคโปร์

หมายเลขบันทึก: 122193, เขียน: 26 Aug 2007 @ 15:24 (), แก้ไข: 11 Feb 2012 @ 20:04 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 2, อ่าน: คลิก


ความเห็น (2)

อ่านชีวิตเพื่อนๆพี่ๆอ.หมอแป๊ะและแผนการเดือนพ.ย แล้ว ทำให้เห็นเป้าหมายชีวิตที่หลากหลายดีนะคะ เห็นความจริงที่ว่า คนเรามีความสุขไม่เหมือนกัน เราไปตัดสินอะไรแทนใครไม่ได้จริงๆ คิดไปถึงลูกๆของเราด้วยนะคะ ตอนเล็กๆนี่แหละ (ก่อน 13-14 ปี) ที่เราจะเป็นคนตัดสินใจอะไรๆแทนเขาได้ ถ้าเราไม่ใช้เวลาช่วงนี้ให้ดีๆละก็น่าเสียดายจริงๆค่ะ

รถไฟกับเด็ก 3-5 ขวบนี่เป็นประสบการณ์อมตะจริงๆนะคะ มีทั้งด้วยตัวเองและฟังจากหลายๆท่าน สนุกมากค่ะ กว่าจะถึงที่หมายได้เพื่อนเยอะแยะเพราะเด็กๆนี่แหละค่ะ  

พี่โอ๋ P ครับ

จริงที่ความสุขของคนไม่เหมือนกันครับ บางคนชอบนับเงิน บางคนชอบไปวัด บางคนชอบสะสมพระ จตุคาม บางคนชอบทำงาน ชอบ 5 ส. (ฮา) บางคนชอบเที่ยว ฟังเพลง

อย่างผมและครอบครัวนี่เป็นอย่างหลังครับ

เรื่องรถไฟนี่เป็นทั้งอมตะและยาขมครับ

เมื่อครั้งแรกที่แป้งได้ขึ้นรถไฟนั้น เธอกรี๊ดเสียงสนั่นรถเลย เพราะว่าช่วงนั้นเธอกลัวอุโมงค์ ขึ้นเครื่องบินก็ร้อง เพราะเกลียดงวงช้าง กว่าจะรู้สึกสนุกก็เครื่องลง หรือรถไฟใกล้ถึงบ้าน ตอนนั้นดูไม่จืด แต่ตอนนี้ร่ำแต่จะขึ้นรถไฟ

ส่วนคุณจ้ายังไม่รู้จะหัวหรือก้อย เพราะรอบที่ไปสิงคโปร์นี่กลัวไปซะทุกอย่าง สงสัย ชะรอยจะเหมือนพี่สาวแฮะ